หลักการทั่วไปที่เราได้กล่าวไว้ในหัวข้อ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดแจ้งลิขสิทธิ์ คือ ลิขสิทธิ์คุ้มครองการแสดงออกของความคิด หรือ “คำที่ใช้จริง” แต่ไม่ได้คุ้มครองไอเดียที่แฝงอยู่ในคำที่คุณเลือกใช้ ดังนั้น ถ้าเกิดมีใครนำไอเดียของคุณไปเผยแพร่ในคำพูดของเขาเอง ซึ่งเป็นการลอกเลียนคำที่น้อยที่สุด (minimal word-for-word copying) ก็อาจจะไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์

อย่างในกรณีของไอเดียที่ถูกแฝงเข้าไปอยู่ในข้อเขียน ฟิล์ม หรือ แผ่นเพลง ก็อาจเป็นการยากที่จะยับยั้งไม่ให้ผู้อื่นยืมไอเดียของคุณไปใช้เพื่อการเผยแพร่ในรูปแบบอื่นๆหรือใช้ในแบบฉบับของเขาเอง กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือในการยับยั้งคู่แข่งของคุณไม่ให้ประกอบกิจการที่มีลักษณะหรือโมเดลธุรกิจคล้ายกับธุรกิจของคุณ ดังนั้น การเขียนไอเดียธุรกิจของคุณลงบนกระดาษจะไม่สามารถปกป้องไม่ให้คู่แข่งนำไอเดียของคุณไปใช้ต่อได้

สิทธิบัตรเท่านั้น ที่สามารถช่วยให้คุณมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในไอเดียที่คุณคิดขึ้นมาเอง แต่ไอเดียนั้นต้องมีความใหม่และจำเป็นที่จะต้องเป็นไอเดียเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือเป็นระบบที่สามารถได้รับการคุ้มครองเป็นสิทธิบัตรได้ดังหัวข้อ ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้ กฎหมายสิทธิบัตรไม่สามารถคุ้มครองโมเดลหรือวิธีการทำธุรกิจที่ไม่มีการนำเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมเชิงอุตสาหกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้ในกิจการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดส่งสินค้า การสั่งซื้อ การจัดการทรัพยากร ฯลฯ ตัวอย่างของ โมเดลธุรกิจที่ได้รับการคุ้มครองเป็นสิทธิบัตร (business method patents) คือ 1-click shopping ของ Amazon ซึ่งเป็นระบบการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่สามารถช่วยลูกค้าสั่งซื้อได้ด้วยการกด click เพียงครั้งเดียว เว็บไซต์ของ Amazon นั่นได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้สั่งซื้อไว้แล้ว ซึ่งทำให้การสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ง่ายและรวดเร็วขึ้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการแชร์หรือเผยแพร่ไอเดียหรือ business know-how ของคุณบนโลกออนไลน์เพื่อให้ผู้ติดตามหรือลูกค้าได้รับรู้ คุณควรระวังและคิดให้ดีก่อนว่าคู่แข่งจะได้ผลประโยชน์จากสิ่งที่คุณเผยแพร่ไปหรือเปล่า และจะกลับมาส่งผลเสียต่อคุณหรือไม่ เพราะการเผยแพร่ข้อมูลในเวลานั้นอาจจะเร็วเกินไป ทำให้คู่แข่งตื่นตัวและนำไอเดียของคุณไปประยุกต์ใช้ ปรับปรุง หรือหาช่องทางที่จะเอาชนะคุณได้ก่อนที่คุณจะพัฒนาหรือออกตัวสินค้าเลยด้วยซ้ำ

…..แล้วเครื่องหมายการค้าสามารถช่วยปกป้องคุณจากการก๊อปปี้ไอเดีย ระบบ หรือ กระบวนการทำธุรกิจได้ไหม?

ถึงแม้ว่าคุณไม่สามารถขอรับความคุ้มครองโมเดลหรือระบบการบริหารธุรกิจได้ แต่เครื่องหมายการค้านั้นสามารถคุ้มครองโมเดลหรือระบบการทำธุรกิจของคุณได้ โดยทางอ้อม เช่นเมื่อเครื่องหมายการค้าหรือชื่อแบรนด์ของคุณเริ่มติดอยู่ในใจ ความรู้สึก หรือความทรงจำที่ดีของลูกค้า นั่นก็หมายความว่าชื่อแบรนด์ของคุณได้ถูกเชื่อมโยงเข้าไปถึงกิจกรรมหรือบริการที่คุณมีให้ลูกค้ากลุ่มนั้นไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีคู่แข่งที่สนใจลอกเลียนระบบการทำธุรกิจของคุณ ก็อาจจะเป็นการยากที่จะแย่งลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อคุณออกมาจากธุรกิจของคุณได้

ยกตัวอย่างเช่น IKEA ที่เราเรียกได้ว่าเป็นบริษัทระดับโลกที่ได้ริเริ่มกระบวนการทำธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แบบ self-service ที่เน้นการผลิตเฟอร์นิเจอร์แนว Modern Scandinavian ที่มีราคาถูก ซึ่งจะแตกต่างจากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไปที่ขายเฟอร์นิเจอร์ประกอบสำเร็จรูปตรงที่ว่าลูกค้าจะต้องเดินไปรอบๆโกดังเพื่อหาสิ่งที่ตัวเองต้องการ และขนเฟอร์นิเจอร์ที่ยังไม่ได้ถูกประกอบ (โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ขนาดใหญ่) ไปชำระเองที่เคาน์เตอร์ก่อนออกจากร้าน โดยสำหรับการก๊อปปี้โมเดลธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แบบ IKEA แล้วนั้น ไม่ถือว่ามีปัญญาอะไร แต่ถ้าคู่แข่งเริ่มใช้เครื่องหมายการค้าที่มีความคล้ายคลึงกันกับ IKEA หรือแสร้งทำเป็น IKEA โดยการออกแบบหรือตกแต่งร้านและเฟอร์นิเจอร์ได้เหมือนกับ IKEA มาก ก็อาจถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

แบ่งปันความรู้นี้ทางShare on Facebook7Tweet about this on TwitterShare on Google+0Pin on Pinterest0Share on Tumblr0Share on LinkedIn0Email this to someone