7 ข้อสำคัญที่คุณควรรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายการค้าและชื่อแบรนด์

ชื่อแบรนด์ (Brand Name) คือชื่อที่เราใช้ในการโปรโมทและโฆษณาเกี่ยวกับธุรกิจและสินค้าของเรา เป็นชื่อที่ลูกค้าใช้ในการแนะนำสินค้าหรือบริการของเราให้แก่ผู้อื่นได้รับรู้ เราสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้จากการใช้ประโยชน์จากมันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การเป็นเจ้าของชื่อแบรนด์ด้วยการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า/บริการนั้น มีความสำคัญต่อธุรกิจของคุณมาก แล้วเมื่อมันได้รับการจดทะเบียนแล้ว สิทธิดังกล่าวสามารถโอน ปล่อยเช่า หรือถ่ายทอดให้ผู้อื่นใช้ได้เหมือนกับทรัพย์สินทั่วไป

ก่อนที่จะเริ่มการตั้งชื่อแบรนด์เพื่อการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 7 ข้อหลักที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนมีดังนี้:

1 ชื่อแบรนด์ไม่ได้รับการคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์

ชื่อแบรนด์ไม่ได้เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ แต่จะได้รับการคุ้มครองด้วยการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเท่านั้น  หลักเกณฑ์คือ งานที่มีลิขสิทธิ์จะต้องมีการสร้างสรรค์ที่เพียงพอ แต่ชื่อแบรนด์ถือว่ายังไม่เพียงพอที่จะเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ ไม่ว่าคุณจะทุ่มเวลาหรือทุ่มเงินในการพัฒนาหรือสร้างสรรค์ชื่อนั้นไปมากเท่าใดก็ตาม เพราะจากมุมมองของกฎหมาย ศาลจะตัดสินให้ชื่อแบรนด์เป็นเครื่องหมายการค้าเท่านั้น ไม่ใช่ลิขสิทธิ์

2 เครื่องหมายที่คล้ายกันอาจทำให้เกิดปัญหาได้

จุดประสงค์ของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคือเพื่อป้องกันการสับสนหลงผิดถึงแหล่งที่มาของสินค้าหรือบริการ ดังนั้น ถ้าชื่อแบรนด์ของคุณไปเหมือนคล้ายกับของคนอื่นที่จดทะเบียนไปแล้ว ก็จะถือว่าคุณได้ไปละเมิดสิทธิของคนๆนั้น และการแก้ไขเล็กๆน้อยๆ เช่น การปรับเปลี่ยน ตัด หรือเพิ่มตัวอักษร ก็อาจจะยังไม่เพียงพอที่จะหลีกเลี่ยงการละเมิดได้

สำหรับการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือการจด domain name นั้น แตกต่างจากการจดเครื่องหมายการค้าตรงที่ว่าคุณสามารถทำการปรับเปลี่ยน ตัด แก้ไข หรือเพิ่มตัวอักษร ก็สามารถทำให้บริษัทหรือ domain name ของคุณได้รับการจดทะเบียน ตัวอย่างเช่น บจก. ไซโคลน (Cyclone Co., Ltd.) และ บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท (Cyclone Bike Parts Co., Ltd.) ซึ่งต่างก็ทำธุรกิจผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานเหมือนกัน แต่ บจก. ไซโคลน ได้รับสิทธิในเครื่องหมาย Cyclone แล้ว แต่ บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท ยังไม่ได้ดำเนินการยื่นจดเครื่องหมายการค้า บจก. ไซโคลน นั้นมีสิทธิฟ้อง บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท ในกรณีที่มีการใช้ชื่อแบรนด์ Cyclone ในการโปรโมทและขายสินค้าที่เหมือนกัน และถ้า บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ทมีเว็บไซต์ที่ใช้ domain name ว่า www.cyclonebikeparts.com ด้วย บจก. ไซโคลน อาจจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลให้สั่งระงับเว็บไซต์นั้น บังคับให้ บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท ต้องเปลี่ยนชื่อ domain name ได้ด้วยเช่นกัน

ขอบเขตของการคุ้มครองชื่อแบรนด์ด้วยเครื่องหมายการค้านั้นมีผลทางกฎหมายค่อนข้างกว้าง เช่น ถ้า บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท ได้เปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Zyclone, Syclone, Siclone, หรือแม้กระทั่ง Cyclo ก็อาจจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการละเมิดเครื่องหมายการค้า Cyclone ของ บจก. ไซโคลน ได้ แต่ที่แน่ๆคือ บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท จะไม่สามารถขอรับความคุ้มครองในชื่อเหล่านี้ได้จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา

3 การจดทะเบียนบริษัทและการจด Domain Name ยังไม่เพียงพอ

การจดทะเบียนนิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) หรือการจด domain name ไม่สามารถทำให้คุณป้องกันไม่ให้ผู้อื่นใช้ชื่อที่เหมือนกับคุณโดยอัตโนมัติ ถึงแม้ว่าชื่อบริษัทหรือแบรนด์จะได้รับการจด .com คุณยังจะต้องเช็คด้วยว่ามันไม่ซ้ำกับของผู้อื่นที่ได้ยื่นคำขอรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปก่อนหน้าคุณแล้ว

เหตุผลอันดับหนึ่งว่าทำไมบริษัทใหม่หลายๆ บริษัทถึงจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่ (rebrand) เพียงเพราะว่าเค้ารีบใช้ชื่อแบรนด์บนตัวสินค้าหรือบริการโดยที่ไม่ได้ทำการตรวจสอบชื่อแบรนด์ที่ต้องการใช้ให้ละเอียดผ่านฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้าก่อน

4 เครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว vs. เครื่องหมายที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นทำให้คุณเป็นเจ้าของสิทธิในชื่อที่คุณสามารถสร้างแบรนด์ให้โตได้ แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพื่อให้สามารถใช้ชื่อนั้นได้ เว้นแต่ชื่อที่คุณใช้ไปทับสิทธิในเครื่องหมายการค้าของผู้อื่น (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ชื่อแบรนด์ของคุณจะได้รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่)

ในการใช้ชื่อแบรนด์ คุณสามารถใช้อักษร TM เพื่อระบุให้ผู้อื่นรับรู้ว่าเป็นเครื่องหมายการค้า แต่ปัญหาของการไม่ยื่นจดทะเบียนคือ คุณจะไม่รู้ว่ามีใครเป็นเจ้าของสิทธิในชื่อที่คุณประสงค์ใช้หรือเปล่า

5 คุ้มครองชื่อแบรนด์ในประเทศที่คุณขอรับจดทะเบียนเท่านั้น

การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “ยื่นในประเทศไหน คุ้มครองในประเทศนั้น” เช่น ถ้ายื่นในไทย คุ้มครองแค่ในประเทศไทย ยื่นในญี่ปุ่น คุ้มครองแค่ในประเทศญี่ปุ่น ฯลฯ

6 เครื่องหมายการค้าต้องระบุจำพวกสินค้าหรือบริการที่ประสงค์ใช้

ชื่อแบรนด์หนึ่งชื่อสามารถใช้ได้ในหลายๆ ประเภทธุรกิจ/จำพวกสินค้า/จำพวกบริการ เว้นแต่ในกรณีที่ธุรกิจนั้นๆ คล้ายกันหรือทำให้ผู้ซื้อหลงผิดได้ เช่น ถ้า บจก. ไซโคลนไบค์พาร์ท ดังข้อ 2. จะไม่มีปัญหากับคู่กรณีถ้าใช้ชื่อแบรนด์ Cyclone บนสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับจักรยาน เช่น เครื่องดื่ม และ อาหาร (เว้นแต่ บจก. ไซโคลน ได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายในจำพวกเหล่านี้ไว้ก่อนแล้ว)ฯลฯ

7 เครื่องหมายการค้าที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายแล้ว

เครื่องหมายที่มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักดีแล้วอาจได้รับขอบเขตการคุ้มครองที่ค่อนข้างกว้าง ซึ่งอาจจะมากกว่าขอบเขตของจำพวกสินค้าหรือบริการที่เครื่องหมายนั้นได้รับการจดทะเบียน เช่น ถ้าคุณจะใช้ชื่อแบรนด์ว่า Red Bull หรือ Coca-Cola ทนายของทั้งสองบริษัทสามารถฟ้องให้คุณระงับการใช้ชื่อแบรนด์ดังกล่าวได้ ถึงแม้ว่าสินค้าหรือบริการของคุณจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเลยก็ตาม

แบ่งปันความรู้นี้ทางShare on Facebook406Tweet about this on TwitterShare on Google+0Pin on Pinterest0Share on Tumblr0Share on LinkedIn0Email this to someone