เวลาพูดถึงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา คนส่วนใหญ่ใช้คำว่า “เครื่องหมายการค้า” และ “ลิขสิทธิ์” สลับกันไปมาจนบางทีอาจจะเกิดความสับสนในการสื่อสารได้ แต่จริงๆแล้วทั้ง “เครื่องหมายการค้า” และ “ลิขสิทธิ์” ต่างก็คุ้มครองคนละส่วนหรือองค์ประกอบของ “งานสร้างสรรค์” เครื่องหมายการค้ามีไว้เพื่อบ่งชี้หรือแยกแยะสินค้าและบริการที่มีอยู่ในท้องตลาด แต่ลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์เกือบทั้งหมด ยกเว้น ชื่อสินค้า ชื่อบริการ คำโฆษณาหรือสโลแกนที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งเครื่องหมายการค้านั้นมีไว้เพื่อปกป้องโดยเฉพาะ

สำหรับนักเขียน ศิลปิน นักถ่ายรูป นักดนตรี โปรแกรมเมอร์ และผู้สร้างสรรค์คนอื่นๆแล้ว ลิขสิทธิ์มีไว้เพื่อให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวเพื่อกระทำการใดๆในสิ่งที่พวกเค้าได้สร้างสรรค์ขึ้นมา แต่ที่ควรเข้าใจคือ การแสดงออกของความคิดเท่านั้น ไม่ใช่ ไอเดียที่ถูกแสดงออกมาที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์ เช่น ถ้า Stephen Hawking นักฟิสิกส์ทฤษฎีและนักจักรวาลวิทยาได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีสรรพสิ่งที่เขาเองได้วิจัยศึกษาและรวบรวมทฤษฎีต่างๆเข้าด้วยกัน ซึ่งตามกฎมายลิขสิทธิ์แล้ว นักวิทยาศาสตร์หรือนักฟิสิกศ์คนอื่นๆก็สามารถใช้ไอเดียจากหนังสือของ Hawking เพื่อนำมาใส่ในหนังสือของตัวเอง แต่คนที่นำไอเดียไปใช้จะต้องเขียนจากมุมมองของตัวเองหรือมีการดัดแปลงคำพูดของตัวเอง (แต่ควรให้ credit แก่ผู้ประพันธ์และแหล่งที่มาของงานลิขสิทธิ์ด้วย) ไม่ควรก๊อปปี้เนื้อหาและนำมาแปะไว้โดยไม่ได้ทำการดัดแปลงใดๆเลย

งานสร้างสรรค์สามารถได้รับการคุ้มครองด้วยลิขสิทธิ์ทันทีเมื่อมีการทำให้เป็นรูปธรรม หรืออยู่ในรูปแบบที่จับต้องได้ เช่น บนกระดาษ แผ่นเทป CD หรือบนผ้าใบ และผู้สร้างสรรค์สามารถลงชื่อ ติดสัญลักษณ์ © และลงวันที่ที่งานนั้นได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมา ผู้สร้างสรรค์ยังสามารถจดแจ้งลิขสิทธิ์ดังกล่าวกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อแสดงไว้เป็นหลักฐานประกอบทางกฎหมายอย่างหนึ่ง เช่น เมื่อมีการอนุญาติให้ผู้อื่นใช้งานอันมีลิขสิทธิ์ของตน หรือ เพื่อพิสูจน์ความเป็นเจ้าของในคดีละเมิดลิขสิทธิ์เป็นต้น แต่ไม่ว่าจะเป็นการจดแจ้งหรือไม่ได้จดแจ้งลิขสิทธิ์ อายุของลิขสิทธิ์ โดยส่วนใหญ่ คือช่วงชีวิตของผู้สร้างสรรค์ + 50 ปี นับแต่วันที่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต หรือ ถ้าเป็นกรณีของนิติบุคคล คือ 50 ปี นับแต่วันที่งานนั้นได้ถูกสร้างสรรค์หรือประกาศโฆษณา

ลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ในรูปแบบหลายๆอย่าง เช่น แผ่นโฆษณา แคตตาล็อค หนังสืออ่าน บทสัมภาษณ์ การบรรยาย หนังสือพิมพ์ แม็คกาซีน การแสดง โชว์บนเวที บทเพลง เพลง ศิลปะ กราฟฟิค หนัง สิ่งแพร่เสียงแพร่ภาพ รูปปั้น วีดีโอ เว็บไซต์ ซ๊อฟแวร์ แบบสถาปัตยกรรม นาฎยประดิษฐ์ รูปถ่าย ฯลฯ

กฎหมายลิขสิทธิ์และกฎหมายเครื่องหมายการค้านั้น มาบรรจบกันเมื่อใช้เป็นเครื่องมือในการคุ้มครองโลโก้ แพ็คเกจจิ้ง เว๊บไซต์ และแผ่นโฆษณาของคุณ เพราะกฎหมายเครื่องหมายการค้ามีไว้เพื่อคุ้มครองชื่อของสินค้าหรือบริการ รวมถึงคำโฆษณาที่มีเอกลักษณ์หรือความบ่งเฉพาะที่ใช้บนสื่อโฆษณาและเว็บไซต์ และรูปลักษณ์หรือกราฟฟิคต่างๆที่ประกอบกับชื่อแบรนด์หรือโลโก้ ส่วนกฎหมายลิขสิทธิ์สามารถนำมาใช้เพื่อคุ้มครองการแสดงออกของความคิดที่ใช้บนสื่อโฆษณาและบนเว็บไซต์ ซึ่งรวมไปถึงเนื้อหา อาร์ตเวิร์ก กราฟฟิค เพลง ซ๊อฟแวร์ ฯลฯ

แบ่งปันความรู้นี้ทางShare on Facebook17Tweet about this on TwitterShare on Google+0Pin on Pinterest0Share on Tumblr0Share on LinkedIn0Email this to someone