กฎหมายแรงงานใหม่ 2568 ที่ HR และนายจ้างต้องรู้ (พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9)

กฎหมายแรงงานใหม่ 2568

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 ปี 2568

อัปเดตกฎหมายแรงงานไทยที่ฝ่าย HR และนายจ้างต้องรู้ เพื่อบริหารองค์กรอย่างถูกต้องและยั่งยืน
กฎหมายแรงงานไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการประกาศใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มการคุ้มครองสิทธิของลูกจ้าง และปรับปรุงรูปแบบการจ้างงานให้สอดคล้องกับบริบทการทำงานยุคใหม่
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลโดยตรงต่อ การบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Management) นโยบายองค์กร และต้นทุนด้านแรงงาน นายจ้างและฝ่าย HR จึงควรทำความเข้าใจรายละเอียดอย่างรอบด้าน เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงานในอนาคต

วันบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9

  • ประกาศในราชกิจจานุเบกษา: 7 พฤศจิกายน 2568
  • มีผลบังคับใช้: 7 ธันวาคม 2568

องค์กรควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า ทั้งในด้านนโยบาย บุคลากร และระบบงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างราบรื่น

สาระสำคัญของกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ที่ HR ต้องรู้

1. สิทธิลาคลอดบุตร เพิ่มความคุ้มครองแรงงานหญิง

  • ลูกจ้างหญิงมีสิทธิลาคลอด สูงสุด 120 วัน ต่อการตั้งครรภ์
  • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลา ไม่เกิน 60 วัน (เต็มจำนวนตามวันทำงาน)

การปรับสิทธินี้ช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงานหญิง และสะท้อนบทบาทองค์กรในการสนับสนุนครอบครัวของพนักงาน

2. สิทธิลาต่อเพื่อดูแลบุตรกรณีพิเศษ

  • หากบุตรมีภาวะเจ็บป่วย ความผิดปกติ หรือพิการ
  • สามารถลาต่อเพิ่มได้ ไม่เกิน 15 วัน
  • นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ร้อยละ 50 ของค่าจ้างปกติ
  • ต้องมีใบรับรองแพทย์ประกอบ

สิทธินี้ช่วยลดภาระของพนักงาน และสร้างความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กร (Employee Engagement)

3.สิทธิลาช่วยภรรยาคลอด (Paternity Leave)

  • ลูกจ้างชายหรือคู่สมรส มีสิทธิลาช่วยภรรยาคลอด ไม่เกิน 15 วัน
  • ใช้สิทธิได้ก่อนหรือภายใน 90 วันหลังคลอด
  • นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้าง เต็มจำนวน

ถือเป็นก้าวสำคัญของกฎหมายแรงงานไทยในการส่งเสริมความเท่าเทียมในครอบครัว

4.การรายงานสถานภาพการจ้างงานประจำปี

  • นายจ้างที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป
  • ต้องจัดทำและยื่น แบบแสดงสภาพการจ้างงานและสภาพการทำงานประจำปี
  • ส่งให้หน่วยงานกรมแรงงานเป็นประจำทุกปี

ช่วยเพิ่มความโปร่งใสด้านการจ้างงาน และลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบย้อนหลัง

5. การคุ้มครองลูกจ้างเหมาบริการของหน่วยงานภาครัฐ

  • ลูกจ้างเหมาบริการที่ทำงานภายใต้การควบคุมหรือกำกับดูแล
  • ได้รับสิทธิเทียบเท่าลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน
  • สามารถใช้สิทธิฟ้องร้องต่อศาลแรงงานได้เช่นเดียวกับลูกจ้างทั่วไป

องค์กรภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบการจ้างงานอย่างรอบคอบ

สิ่งที่ฝ่าย HR และนายจ้างควรเตรียมตัว

  • ปรับปรุง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานและนโยบาย HR ให้สอดคล้องกฎหมายใหม่
  • วางแผน งบประมาณค่าใช้จ่ายด้านสิทธิการลา ที่เพิ่มขึ้น
  • อัปเดต ระบบบันทึกเวลาทำงานและระบบบริหารวันลา
  • จัดเตรียมข้อมูลเพื่อยื่น แบบแสดงสภาพการจ้างงานประจำปี
  • ทบทวน สัญญาจ้างและการจ้างเหมาบริการ เพื่อลดความเสี่ยงข้อพิพาทแรงงาน

พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมาย แต่เป็นโอกาสให้องค์กรยกระดับการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล องค์กรที่เตรียมความพร้อมตั้งแต่วันนี้ จะสามารถลดความเสี่ยง เพิ่มความผูกพันของพนักงาน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในอนาคต

หากองค์กรของคุณต้องการ ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 อย่างถูกต้องและครบถ้วน
IDG พร้อมให้คำปรึกษาแบบมืออาชีพ ครอบคลุมตั้งแต่การปรับปรุงนโยบาย HR ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การบริหารสิทธิวันลา ค่าจ้าง และสวัสดิการ 

ให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแล เพื่อให้องค์กรของคุณลดความเสี่ยงทางกฎหมาย เสริมความน่าเชื่อถือ และบริหารบุคลากรได้อย่างมั่นใจในทุกมิติของกฎหมายแรงงานไทย

ปรึกษาเจ้าหน้าที่ :

โทร : 02-011-7161 ติดต่อ 900

E-mail : [email protected]

เปิดทำการวันจันทร์ – วันศุกร์
เวลา 09:00 – 18:00 น.

 เพิ่มเพื่อน LINE ID : @idgthailand
เพื่อติดต่อเราผ่านแอพพลิเคชั่น LINE 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ