การจด อย. เบื้องต้น: สิ่งที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเริ่มธุรกิจ
(อัปเดต 2569)
สารบัญ อย. เลือกอ่านที่สงสัย
อย. คืออะไร
อย. คือ อักษรย่อ “สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา” เป็นส่วนราชการในระดับกรม สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มีหน้าที่ในการดําเนินงานด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ปกป้องและคุ้มครองสุขภาพประชาชนจากการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพในประเทศไทย
ประเภทของผลิตภัณฑ์ที่ต้องจดทะเบียน อย.
องค์การอาหารและยาควบคุมรายการผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้ในตลาดประเทศไทยทั้งผลิตหรือนำเข้า ดังนี้
- อาหาร
- เครื่องมือแพทย์
- เครื่องสำอาง
- วัตถุอันตราย
- ยา
- ยาเสพติด
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
ประเภทผลิตภัณฑ์ข้างต้นนี้จำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากอย. เพื่อผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์
การแสดงเครื่องหมาย อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- ผลิตภัณฑ์อาหาร แสดงเลขสารบบอาหาร โดยมีตัวเลข 13 หลักในเครื่องหมาย อย.
- เครื่องมือแพทย์ แสดงเลขรับจดแจ้ง แจ้งรายการละเอียด ใบอนุญาต มีตัวเลข 12 หลักในเครื่องหมาย อย.
- วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน โดยจะมีตัวอักษร วอส. ตามด้วยเลขทะเบียนและปี พ.ศ.
- เครื่องสำอาง จะแสดงเลขที่รับจดแจ้ง โดยกำหนดให้ดเป็นเลข 10 หลัก และห้ามนำเลขมาใส่ในเครื่องหมายอย.
- ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในบ้านเรือนบางชนิดที่ต้องแสดงเลขที่ใบรับแจ้ง / ปี ได้แก่ ก้อนดับกลิ่น/ลูกเหม็น / ผลิตลบ/แก้ไขคำผิดที่มีน้ำเป็นตัวทำละลาย
- ยา จะต้องแสดง เลขทะเบียนตำรับยา โดยมีข้อความ ทะเบียนยาเลขที่… หรือ no
สิ่งที่ควรรู้ก่อนขอขึ้นทะเบียน อย.
มีความรู้และความเข้าใจ ทราบข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐาน และขอกำหนดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์
ต้องจัดเตรียมเอกสารหลักฐาน ตรวจสอบเอกสาร และให้ข้อมูลรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์ จะยื่นตามข้อกำหนด
สามารถชี้แจ้งให้ข้อมูลรายละเอียดเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่ประสงค์ จะยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ได้อย่างเข้าใจ ชัดเจน ครบถ้วน
ขั้นตอนการขอ อย. ที่มักดำเนินการผิด
กระบวนการขอ อย. ไม่ได้เริ่มที่ตัวสินค้า แต่เริ่มที่ “สถานที่” เสมอ:
1. จดทะเบียนสถานที่ (Premise)
: ยื่นขอตรวจสอบสถานที่ผลิตหรือนำเข้า เพื่อรับ “เลขประจำสถานที่”
2. จดทะเบียนผลิตภัณฑ์ (Product)
: เมื่อสถานที่ผ่านการอนุมัติแล้ว จึงจะยื่นขอเลขสารบบหรือเลขจดแจ้งสำหรับสินค้าแต่ละรายการ
3. ตรวจสอบฉลากและโฆษณา
: จัดทำฉลากให้ถูกต้อง และขออนุญาตโฆษณา (สำหรับอาหารและเครื่องมือแพทย์) ก่อนสื่อสารการตลาด
ขั้นตอนการขอจดแจ้ง เลขทะเบียน อย.
การขอจดแจ้งเลขทะเบียนอย. ในประเทศไทยสามารถทำได้โดยมีขั้นตอนดังนี้ (*โดยจะต้องทำตามขั้นตอน ไม่สามารถทำข้ามขั้นตอนได้)
- ขึ้นทะเบียนสถานที่นำเข้าหรือสถานที่ผลิต
- เตรียมสถานที่
- เตรียมเอกสาร
- ยื่นเอกสาร
- พิจารณา
- อนุมัติ
- ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ
- เตรียมเอกสาร
- ส่งทดสอบ (ถ้ามี)
- ยื่นเอกสาร
- พิจจารณา
- อนุมัติ
- ขึ้นทะเบียนโฆษณา (ถ้ามี)
- เตรียมเอกสาร
- ยื่นเอสการ
- พิจารณา
เอกสารการจดทะเบียนนำเข้าสินค้า
1. จดทะเบียนสถานประกอบการนำเข้า ลูกค้าจะต้องจัดเตรียมห้องตามข้อกำหนด อย. อย่างน้อย 2 ห้อง คือ
1.1) ห้องสำนักงานนำเข้า
1.2) ห้องเก็บรักษาสินค้า ระยะเวลาดำเนินการ 35 – 45 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับความพร้อมของสถานที่ของลูกค้า)
2. ขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ ลูกค้าต้องขอเอกสารต่างๆ จากบริษัทผู้ผลิตตามรายการที่ IDG แจ้ง ซึ่งเอกสารที่สำคัญเบื้องต้น ได้แก่
2.1) ฉลากสินค้า
2.2) สูตรส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ (กรณีผลิตภัณฑ์คือ อาหาร, เครื่องสำอาง, และวัตถุอันตรายในบ้านเรือน)
2.3) เอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ (กรณีผลิตภัณฑ์คือ เครื่องมือแพทย์)
2.4) Flow chart การผลิต (กรณีผลิตภัณฑ์คือ อาหาร, เเครื่องมือแพทย์, และวัตถุอันตรายในบ้านเรือน)
2.5) ภาพถ่ายสินค้าจริง
2.6) Certificates ต่างๆ ของทั้งโรงงานและผลิตภัณฑ์** เช่น ISO, IEC, CE เป็นต้น
2.7) กำหนดเฉพาะ (specification) ของสินค้า ระยะเวลาดำเนินการ 35 – 300 วันทำการ (ขึ้นอยู่กับชนิดของผลิตภัณฑ์)
ขั้นตอนการนำเข้าอาหารเพื่อจำหน่าย
- ยื่นขอใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรกับกองอาหาร
- ยื่นขอเลขสารบบอาหาร หรือเลขเสมือนสำหรับอาหารทั่วไป
ผลิตภัณฑ์ตามประเภทอาหาร > กองอาหาร (moph.go.th)
ผลิตภัณฑ์อาหารทั่วไป > https://food.fda.moph.go.th/lpi - เมื่อมีการนำเข้าในแต่ละครั้ง ให้ยื่นขอ License per Invoice (LPI)
- จัดทำใบขนสินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากร
- ติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ด่านอาหารและยาที่มีการนำเข้าสินค้า เพื่อตรวจสอบสินค้าและเอกสาร ดังนี้
– ใบขนสินค้า/ใบแจ้งให้ไปรับสิ่งของทางไปรษณีย์ระหว่างประเทศ– บัญชีราคาสินค้า (invoice) หรือใบตราส่งสินค้า
– ใบรับแจ้งการนำเข้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ (LPI)
– หนังสือมอบอำนาจดำเนินพิธีการ ณ ด่านอาหารและยา
– ตัวอย่างอาหารที่นำเข้าให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ณ ด่านอาหารและยา
- เอกสารอื่น ๆ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
– ใบรับรองสถานที่ผลิตตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
– กรณีนำเข้าอาหารที่มีความเสี่ยงจากโรควัวบ้า แนบเอกสารหลักฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 377 พ.ศ. 2559
– กรณีนำเข้าอาหารที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสี แนบเอกสารหลักฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 371 พ.ศ.2558
– กรณีนำเข้าอาหารที่มีโอกาสใช้น้ำมันและไขมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ แนบหนังสือรับรองจากผู้ผลิตฉบับจริง หรือ แนบหนังสือจากผู้ผลิตที่รับรองจาก Notary Public หรือ Chamber of Commerce (รับรองกระบวนการผลิตของน้ำมันและไขมัน) หรือรับรองสูตรส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ว่าไม่มีการใช้น้ำมันและไขมันที่ผ่านการเติมไฮโดรเจนบางส่วนเป็นส่วนประกอบ (ประเด็นถาม-ตอบ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 388 พ.ศ. 2561 เรื่อง กำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย)
– กรณีฉลากอาหารที่นำเข้าไม่ใช่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ให้จัดทำคำแปลภาษาตามกฎกระทรวง พ.ศ.2540 ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติทางปกครอง
ขั้นตอนการจด อย. อาหาร เครื่องมือแพทย์ เครื่องสำอาง แบบละเอียด
ผลิตภัณฑ์ของคุณ “ต้อง” ขอ อย. หรือไม่?
กฎหมายไทยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ 9 ประเภทหลักต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อย. ได้แก่:
- อาหารและเครื่องดื่ม: (เช่น ขนม, อาหารเสริม, น้ำดื่ม)
- เครื่องสำอาง: (เช่น ครีม, สบู่, ยาสระผม)
- ยา: ทั้งยาแผนปัจจุบันและยาแผนโบราณ
- เครื่องมือแพทย์: (เช่น หน้ากากอนามัย, ถุงมือยาง)
- วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้าน: (เช่น ผลิตภัณฑ์ล้างจาน, ยาฆ่าแมลง)
- ผลิตภัณฑ์สมุนไพร, วัตถุออกฤทธิ์, ยาเสพติดให้โทษ, และสารระเหย
เกร็ดควรรู้: ผลิตภัณฑ์บางอย่าง เช่น ผลไม้สด, น้ำส้มคั้นสด หรืออาหารปรุงสดที่ขายในท้องตลาด ไม่จำเป็นต้องมีเครื่องหมาย อย. แต่สามารถขอได้หากต้องการเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์
ใช้ “บ้าน” เป็นสถานที่ผลิตได้หรือไม่?
นี่คือคำถามยอดฮิตสำหรับ SME โดยมีหลักเกณฑ์เบื้องต้นดังนี้: ข้อห้าม: โดยทั่วไป ห้าม ใช้บ้านจัดสรร, อาคารชุด (คอนโด), หรือบ้านแถวในเขตชุมชนเป็นสถานที่ผลิต หากกระบวนการผลิตก่อให้เกิดเสียง กลิ่น หรือรบกวนผู้อยู่อาศัยข้างเคียง ทางออกสำหรับรายย่อย: หากเป็นวิสาหกิจชุมชนหรือการผลิตขนาดเล็ก (ใช้คนงานน้อยกว่า 7 คน และเครื่องจักรน้อยกว่า 5 แรงม้า) สามารถดำเนินการได้ภายใต้เกณฑ์ Primary GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานฉบับผ่อนปรนสำหรับ SME การเตรียมสถานที่: ต้องแยกพื้นที่ผลิตออกจากพื้นที่พักอาศัยให้ชัดเจน พื้นและผนังต้องทำความสะอาดง่าย และมีระบบป้องกันสัตว์แมลงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)
การโฆษณาเกินจริง: เครื่องสำอางห้ามใช้คำว่า “รักษา,” “บำบัด,” หรือ “ป้องกันโรค” เอกสารไม่พร้อม: เช่น หนังสือมอบอำนาจหมดอายุ หรือชื่อสารเคมีไม่ตรงตามมาตรฐานสากล (INCI Name) ลักไก่ขายก่อน: การนำสินค้าออกมาขายขณะที่สถานะยังเป็น “รอการอนุมัติ” ถือว่าผิดกฎหมายค่าใช้จ่ายสำหรับการดำเนินการ อย.
อย่างที่ทราบว่าการขึ้นทะเบียน อย. ในปัจจุบันมีประเภท รูปแบบที่หลากหลาย ดังนั้นขั้นตอนการดำเนินการ และค่าธรรมเนียมจึงมีหลายระดับขึ้นอยู่กับประเภท และการขึ้นทะเบียน แต่ถึงอย่างไรราคาการขึ้นทะเบียนไม่ได้สูงมากนัก
ตารางสรุประยะเวลาในการขออนุญาต อย. แยกตามประเภทสินค้า
(ข้อมูลอ้างอิงแนวปฏิบัติของ อย.)
ระยะเวลาในการขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทย แตกต่างกันอย่างมากตามประเภทสินค้า ระดับความเสี่ยง และรูปแบบการยื่นคำขอ ตารางด้านล่างนี้สรุประยะเวลาโดยประมาณ พร้อมประเด็นสำคัญที่ผู้ประกอบการควรทราบก่อนวางแผนนำสินค้าเข้าสู่ตลาด
ประเภทสินค้า | ระยะเวลาโดยประมาณ | ลักษณะการพิจารณา | ประเด็นที่ควรทราบ |
อาหารทั่วไป | ประมาณ 30 วันทำการ | ตรวจเอกสารตามกฎหมายอาหาร | อาหารบางประเภทต้องขอเลขสารบบก่อนจำหน่าย โดยเฉพาะสินค้านำเข้า |
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร | ประมาณ 60–120 วันทำการ | ตรวจสูตร ส่วนประกอบ และข้อมูลโภชนาการ | ใช้เวลานานกว่าอาหารทั่วไป เนื่องจากมีการตรวจสอบสารสำคัญอย่างละเอียด |
วัตถุเจือปนอาหาร | ประมาณ 60–120 วันทำการ | ตรวจสูตร ส่วนประกอบ และข้อมูลโภชนาการ | ใช้เวลานานกว่าอาหารทั่วไป เนื่องจากมีการตรวจสอบสารสำคัญอย่างละเอียด |
เครื่องสำอาง (ระบบจดแจ้ง) | ประมาณ 7-30 วันทำการ | ระบบจดแจ้ง (Notification) | หากเอกสารและฉลากถูกต้อง อาจได้รับเลขจดแจ้งเร็วกว่าระยะเวลาข้างต้น |
เครื่องมือแพทย์ Class I | ประมาณ 20-30วันทำการ | แจ้งรายการ / ความเสี่ยงต่ำ | ขั้นตอนสั้นกว่าเครื่องมือแพทย์ระดับอื่น |
เครื่องมือแพทย์ Class II | ประมาณ 150-200 วันทำการ | ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ | ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์และเอกสารประกอบ |
เครื่องมือแพทย์ Class III | ประมาณ 150-200 วันทำการ | ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ | ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทอุปกรณ์และเอกสารประกอบ |
เครื่องมือแพทย์ Class IV | ประมาณ 200-300 วันทำการ | ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ | ต้องใช้เอกสารด้านเทคนิคและข้อมูลความปลอดภัยอย่างละเอียด |
- *ระยะเวลาข้างต้นเป็นค่าโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความครบถ้วนของเอกสาร และการพิจารณาของ อย. ในแต่ละกรณี
- **ระยะเวลาที่ระบุในบทความนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากแนวปฏิบัติทั่วไปของ อย. ไม่ใช่กรอบเวลาที่รับประกันผล การพิจารณาจริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า เอกสาร และนโยบายที่บังคับใช้ในช่วงเวลานั้น
เหตุผลที่ระยะเวลาในการขอ อย. แตกต่างกัน
1. ระดับความเสี่ยงของสินค้า
อย. ใช้หลักการบริหารความเสี่ยงเป็นสำคัญ สินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพโดยตรง เช่น เครื่องมือแพทย์ความเสี่ยงสูง จะใช้เวลาพิจารณานานกว่าสินค้าที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น อาหารหรือเครื่องสำอาง
2. ความซับซ้อนของข้อมูลและเอกสาร
สินค้าบางประเภทต้องยื่นเอกสารเชิงเทคนิคหรือข้อมูลทางวิชาการจำนวนมาก เช่น
- รายงานความปลอดภัย
- ข้อมูลประสิทธิผล
- เอกสารมาตรฐานการผลิตจากต่างประเทศ
ยิ่งเอกสารซับซ้อนมาก ระยะเวลาในการตรวจสอบก็จะยาวขึ้นตามไปด้วย
3. ความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร
กรณีที่เอกสารไม่ครบ หรือมีข้อมูลไม่สอดคล้องกัน เช่น สูตรไม่ตรง ฉลากไม่ถูกต้อง หรือใช้คำโฆษณาที่ขัดกับกฎหมาย อาจทำให้ อย. ขอข้อมูลเพิ่มเติม ส่งผลให้กระบวนการล่าช้าออกไปหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
4. รูปแบบการยื่นคำขอ
สินค้าแต่ละกลุ่มใช้ระบบการยื่นไม่เหมือนกัน เช่น
- เครื่องสำอางใช้ระบบ “จดแจ้ง”
- อาหารบางประเภทใช้การ “แจ้งรายละเอียด”
- ใบจดทะเบียน/แจ้งรายละเอียดอาหาร
- ใบสำคัญการจดทะเบียนอาหาร
- เครื่องมือแพทย์ใช้ระบบ
- จดแจ้ง
- รับแจ้งรายการละเอียด
- ขึ้นทะเบียน
ระบบที่ต้องมีการประเมินเชิงลึกย่อมใช้เวลามากกว่า
ข้อควรระวังและการโฆษณา (คำต้องห้าม 2569)
อย. เข้มงวดมากเรื่องการใช้คำโฆษณาที่เกินจริง โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดีย:
- คำที่ห้ามใช้เด็ดขาด: ศักดิ์สิทธิ์, มหัศจรรย์, ปาฏิหาริย์, ดีที่สุด, หนึ่งเดียว, ชนะเลิศ
- เครื่องสำอางห้ามอ้างการรักษา: ห้ามใช้คำว่า “รักษา,” “บำบัด,” “รักษาสิว/ฝ้า,” หรือ “เห็นผลทันที”
- อาหารเสริมห้ามอ้างลดน้ำหนัก: ห้ามใช้คำว่า “ลดความอ้วน,” “ผอมเร่งด่วน,” “ดักจับไขมัน,” หรือ “หน้าท้องแบนราบใน 14 วัน”
- ใบอนุญาตโฆษณา: การโฆษณาอาหารต้องขอเลข ฆอ. และเครื่องมือแพทย์ต้องขอเลข ฆพ. ก่อนเผยแพร่
สิ่งที่ผู้ประกอบการควรคำนึงก่อนวางแผนขอ อย.
การขอเลข อย. ไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนธุรกิจ หากประเมินระยะเวลาไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบต่อ
- แผนการเปิดตัวสินค้า
- การทำการตลาดและโฆษณา
- ต้นทุนการนำเข้าและการจัดเก็บสินค้า
- ความเสี่ยงทางกฎหมาย
การเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น และเข้าใจว่าสินค้าของตนเองเข้าข่ายประเภทใด จะช่วยลดความล่าช้าและเพิ่มโอกาสผ่านการพิจารณาได้ตั้งแต่ครั้งแรก
เจ้าของแบรนด์ vs โรงงานผลิต (OEM)
สำหรับมือใหม่ที่จ้างโรงงานผลิต (OEM) สิ่งที่ต้องรู้คือ:
- เลข อย. เป็นของใคร: เลขจดแจ้งจะเป็นความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ว่าจ้าง แต่หากคุณเปลี่ยนโรงงานผลิต ต้องยื่นขอเลข อย. ใหม่ แม้จะใช้ชื่อแบรนด์เดิมก็ตาม
- การจดทะเบียน: คุณสามารถจดทะเบียนในนาม “บุคคลธรรมดา” ในช่วงเริ่มต้น และเปลี่ยนเป็น “นิติบุคคล” ได้ในภายหลังเมื่อธุรกิจขยายตัว
ช่องทางการตรวจสอบเลข อย.:
ผู้บริโภคและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเลขได้ทางเว็บไซต์ www.fda.moph.go.th หรือ Line: @FDAThai เพื่อสร้างความมั่นใจก่อนซื้อหรือจำหน่ายสินค้า สายด่วน อย.: โทร. 1556 – บริการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นและร้องเรียนผลิตภัณฑ์สุขภาพ
ทีม FDA พร้อมช่วยดูแลกระบวนการขอ อย. สำหรับผู้ประกอบการ SME ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร วางแนวทางการยื่นคำขอ ไปจนถึงการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้คุณสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
*ระยะเวลาที่ระบุในบทความนี้เป็นค่าเฉลี่ยจากแนวปฏิบัติทั่วไปของ อย. ไม่ใช่กรอบเวลาที่รับประกันผล การพิจารณาจริงอาจเร็วหรือช้ากว่านี้ ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า เอกสาร และนโยบายที่บังคับใช้ในช่วงเวลานั้น
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ อย. ดีกว่า
Source :
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.): www.fda.moph.go.th – แหล่งข้อมูลกลางสำหรับกฎระเบียบและข่าวสารผลิตภัณฑ์สุขภาพทั้งหมด
กองอาหาร: food.fda.moph.go.th – คู่มือการขออนุญาต ผลกำวิจัย และมาตรฐานการผลิตอาหาร (GMP)
กองควบคุมเครื่องสำอาง: cosmetic.fda.moph.go.th – รายละเอียดการจดแจ้ง ข้อกำหนดส่วนผสม และการต่ออายุใบรับจดแจ้ง
กองควบคุมเครื่องมือแพทย์: medical.fda.moph.go.th – ข้อมูลการขอใบอนุญาตและการโฆษณาเครื่องมือแพทย์
กองยา: drug.fda.moph.go.th – ข้อมูลทะเบียนตำรับยาและการต่ออายุยา