International Website
1. ค่าบริการของบริษัทรวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง?
ค่าบริการที่แจ้งไว้ในเว็บไซต์เป็นค่าบริการที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ท่านต้องชำระค่าบริการพร้อมภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ระบุไว้ในใบแจ้งหนี้
2. ผู้เชี่ยวชาญของ IDG สามารถเดินทางมาพบที่บริษัทฯ ได้หรือไม่? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร?
ผู้เชี่ยวชาญของเราสามารถเดินทางไปพบเพื่อให้คำปรึกษาแก่ท่านได้ โดยค่าใช้จ่ายแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปให้คำปรึกษา แต่ท่านไม่ได้ใช้บริการของเราต่อ ทางบริษัทจะออกใบแจ้งหนี้ค่าให้คำปรึกษาส่งไปยังบริษัทของท่านเพื่อเก็บค่าบริการ
กรณีผู้เชี่ยวชาญเดินทางไปให้คำปรึกษาและท่านใช้บริการของเราต่อ ค่าให้คำปรึกษาจะได้รับการยกเว้น
3. สามารถลดราคาค่าบริการได้หรือไม่?
เราให้บริการอย่างเป็นมืออาชีพโดยใช้เวลาอันมีค่าเป็นต้นทุน ดังนั้นเพื่อให้ได้คุณภาพของงานบริการที่ดีที่สุดเราจึงไม่มีนโยบายลดราคาค่าบริการ อย่างไรก็ตามหากท่านใช้บริการของเรามากกว่า 1 รายการทางบริษัทจะพิจารณาลดราคาให้ท่านเป็นกรณีๆ ไป
4. เราเป็นหน่วยงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่?
เราเป็นบริษัทเอกชนที่ให้บริการเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา อำนวยความสะดวกให้แก่หน่วยงานของท่าน ไม่ได้เป็นหน่วยงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญาแต่อย่างใด
5. เรามีบริการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือไม่?
เราให้บริการเกี่ยวกับการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมและการออกแบบ จึงไม่มีบริการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด

คำถามเกี่ยวกับเครื่องหมายการค้า

1. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้เวลาดำเนินการนานแค่ไหน?
โดยทั่วไประยะเวลาที่ใช้ในการจดเครื่องหมายจะอยู่ที่ประมาณ 8 เดือน หรืออาจนานกว่านั้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับจำพวกสินค้าและบริการที่ท่านได้ยื่นคำขอจดเครื่องหมาย สินค้าบางจำพวกมีปริมาณคำขอไม่มาก ผู้ตรวจสอบจะใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบก็มาถึงคิวของท่านแล้ว จึงสามารถอนุมัติและแจ้งผลได้เร็ว ในขณะที่บางจำพวกมีปริมาณคำขอเข้ามามาก เช่น จำพวก 3 (เครื่องสำอาง) ผู้ตรวจสอบจึงต้องใช้เวลานานในการตรวจสอบและแจ้งผลการยื่นจดเครื่องหมาย
2. เมื่อให้บริษัทฯ ดำเนินการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปแล้ว หากคำขอไม่ผ่านจะทำอย่างไร?
เรามีบริการแก้ไขคำขอหรือเครื่องหมายที่ยื่นให้โดยไม่คิดค่าบริการเพิ่ม ทั้งนี้อยู่ในเงื่อนไขคือ จะต้องเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจากคำขอเดิม ไม่มีการเปลี่ยนชื่อเครื่องหมายหรือเป็นการยื่นคำขอใหม่ เช่น การปรับแก้แบบโลโก้โดยเพิ่มหรือลดขนาดของส่วนประกอบใดๆ ในโลโก้ หรือการลบสัญลักษณ์ ข้อความต่างๆ ตามที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้แจ้งให้มีการแก้ไข เป็นต้น
3. ใช้เครื่องหมายมานานแล้ว ไม่เคยยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เมื่อจะจดพบว่าเครื่องหมายซ้ำ หรือจดไม่ได้ ต้องทำอย่างไร?
แนะนำให้เปลี่ยนชื่อเครื่องหมายใหม่ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดจากเจ้าของเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนอยู่แล้ว ซึ่งเราจะให้บริการสืบค้นความเหมือนคล้ายของชื่อเครื่องหมายที่ท่านคิดใหม่เป็นจำนวน 2 ครั้งโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แต่หากไม่สามารถเปลี่ยนได้เนื่องจากชื่อเครื่องหมายของท่านเป็นที่รู้จักในท้องตลาดอย่างแพร่หลายแล้ว อาจยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายพร้อมแนบหลักฐานการใช้เครื่องหมายการค้า / บริการของท่านที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบันไปพร้อมกับคำขอ (หลักฐานย้อนหลังประมาณ 5-10 ปีขึ้นไปจึงจะดี) เช่น ใบเสร็จจากจำหน่ายสินค้า / บริการ หลักฐานการลงโฆษณาในสื่อต่างๆ  ใบเสร็จจากการซื้อวัตถุดิบ การผลิตบรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ จะเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า / บริการตามมาตรา 27 ได้
4. นอกเหนือจากค่าบริการที่บริษัทกำหนดแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ เพิ่มเติมอีกหรือไม่?
ค่าบริการที่ท่านต้องเสียเพิ่มเติมคือค่าธรรมเนียมรายการสินค้าที่ต้องจ่ายให้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในอัตรารายการสินค้าละ 500 บาท หากคำขอของท่านมีจำนวนรายการสินค้ามาก ค่าธรรมเนียมนี้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เช่น คำขอของท่านมีรายการสินค้า จำนวน 5 รายการ ได้แก่ “กระดาษขัดเงา, กระดาษเคลือบแป้ง, กระดาษใช้เสริมสวยตา, กระดาษซับมันบนใบหน้า, กระดาษทราย” ท่านต้องชำระค่ารายการสินค้าทั้งสิ้น 2,500 บาท เป็นต้น
5. หลังยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า / บริการไปแล้ว สามารถนำเครื่องหมายไปใช้งานได้เลยหรือไม่?
ท่านสามารถนำเครื่องหมายที่เพิ่งยื่นจดทะเบียนไปใช้งานก่อนได้รับการอนุมัติได้ โดยติดสัญลักษณ์ “TM” เมื่อเป็นเครื่องหมายการค้า และสัญลักษณ์ “SM” เมื่อเป็นเครื่องหมายบริการ และเมื่อเครื่องหมายของท่านได้รับการอนุมัติให้จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า / บริการแล้ว ท่านสามารถติดสัญลักษณ์ (R) ที่เครื่องหมายเพื่อแสดงว่าเครื่องหมายนี้ได้รับการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว (Registered Trademark) อย่างไรก็ตามท่านสามารถใช้สัญลักษณ์ “TM” ต่อไปได้แม้ว่าเครื่องหมายของท่านจะได้รับการจดทะเบียนแล้ว ซึ่งไม่ถือว่าผิดแต่อย่างใด
6. ถ้าให้บริษัทฯ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
ลูกค้านิติบุคคลไม่ต้องเตรียมเอกสารใดๆ บริษัทฯ จะเป็นผู้เตรียมให้และจัดส่งเอกสารที่ลูกค้าต้องลงลายมือชื่อไปทางไปรษณีย์ให้ลูกค้า และลูกค้าส่งกลับมาที่บริษัทฯ ในกรณีที่ท่านยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายในนามบุคคลธรรมดา ท่านต้องเตรียมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมลงลายมือชื่อไว้เพื่อส่งกลับมายังบริษัทฯ พร้อมกับหนังสือมอบอำนาจที่บริษัทฯ ส่งไปให้ก่อนหน้า
7. หลังจากยื่นจดเครื่องหมายไปแล้ว หากต้องการเพิ่มรายการสินค้า / บริการ สามารถทำได้หรือไม่ อย่างไร?
ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายได้ถูกบันทึกไว้ในระบบของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากท่านต้องการเพิ่มรายการสินค้า / บริการ จำเป็นต้องยื่นจดเครื่องหมายใหม่ โดยเพิ่มรายการสินค้า / บริการที่ท่านต้องการเข้าไปในคำขอจดทะเบียน (ไม่ต้องมีรายการสินค้าเดิมที่ยื่นคำขอไปแล้ว) จึงแนะนำว่าก่อนที่ท่านจะยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ท่านเลือกรายการสินค้า / บริการทั้งหมดที่อาจมีการจำหน่ายในอนาคตรวมไว้ด้วย
8. มีโลโก้ที่ใช้ขายสินค้า แต่ไม่อยากให้มีใครเอาโลโก้ของเราไปใช้ ควรทำอย่างไรดี?
ควรจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า เพื่อคุ้มครองสิทธิของท่านผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถนำโลโก้ไปใช้กับสินค้า / บริการของท่านได้ สำหรับท่านที่เข้าใจว่าต้องจดลิขสิทธิ์โลโก้นั้นต้องทำความเข้าใจว่าเครื่องหมายการค้ากับลิขสิทธิ์นั้นไม่เหมือนกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน การจดลิขสิทธิ์จะใช้จดกับผลงานศิลปะ วรรณกรรม หรืองานแพร่ภาพกระจายเสียง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องมีการจดลิขสิทธิ์โลโก้
9. เครื่องหมายการค้าที่จดไปแล้วมีวันหมดอายุหรือไม่?
เครื่องหมายการค้าจะมีอายุ 10 ปีนับแต่วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนไปยังกรมทรัพย์สินทางปัญญา ก่อนเครื่องหมายหมดอายุ 90 วัน กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะส่งจดหมายแจ้งให้มีการต่ออายุเครื่องหมายการค้า ท่านสามารถต่ออายุเครื่องหมายการค้าต่อไปได้คราวละ 10 ปี ได้เรื่อยๆ แต่หากท่านไม่ดำเนินการต่ออายุเครื่องหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด เครื่องหมายของท่านจะถูกเพิกถอน และท่านต้องยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใหม่
10. นำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่าย แต่ต้องการติดโลโก้ของตัวเองลงไปบนสินค้า สามารถทำได้หรือไม่? อย่างไร?
หากท่านได้รับความยินยอมจากเจ้าของสินค้าในต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านย่อมสามารถติดโลโก้ของท่านลงไปบนสินค้าและจัดจำหน่ายได้อย่างถูกต้อง แต่หากท่านไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของสินค้า เช่น มีข้อกำหนดว่าท่านต้องจำหน่ายสินค้าในยี่ห้อของเจ้าของสินค้าเท่านั้น ท่านย่อมไม่มีสิทธิ์ติดโลโก้ของท่านลงไปบนสินค้าที่ท่านนำเข้ามาจัดจำหน่าย ซึ่งเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างท่านกับเจ้าของสินค้าซึ่งควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร
11. หากจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไปแล้วจะนำเครื่องหมายการค้าไปใช้ในรายการสินค้าอื่นที่ไม่ได้เลือกไว้ในตอนแรกสามารถทำได้หรือไม่?
สามารถทำได้ แต่ไม่แนะนำให้ทำ เนื่องจากอาจมีผู้ประกอบการรายอื่นที่จดเครื่องหมายการค้าที่เป็นชื่อเดียวกับท่านในรายการสินค้าอื่นไว้ก็เป็นได้ และท่านอาจถูกฟ้องร้องจากเจ้าของเครื่องหมายดังกล่าวได้
12. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนามบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลมีวิธีจดแตกต่างกันหรือไม่? และมีความคุ้มครองแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร?
ไม่แตกต่างกัน เมื่อบุคคลที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายเป็นกรรมการของบริษัท เครื่องหมายการค้าที่จดในนามบุคคลธรรมดากับนิติบุคคลมีวิธีจดทะเบียนและความคุ้มครองเหมือนกันทุกประการ จะแตกต่างแค่การจดทะเบียนในนามบุคคลธรรมดาจะต้องใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเป็นหลักฐานประกอบการยื่นแทนหนังสือรับรองบริษัทเท่านั้น แต่ในกรณีที่ผู้ยื่นจดไม่ได้เป็นกรรมการบริษัท การจดในนามบุคคลนั้นหมายความว่าเครื่องหมายการค้าจะเป็นของผู้ที่ยื่นจด ไม่ได้เป็นทรัพย์สินของบริษัท ดังนั้นเมื่อต้องการให้เครื่องหมายการค้าเป็นของบริษัทจะต้องมีการทำสัญญาภายในของบริษัทเพื่อให้อนุญาตให้บริษัทสามารถใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้อย่างถูกต้อง หรืออาจมีการทำเรื่องโอนสิทธิ์ความเป็นเจ้าของเครื่องหมายในภายหลัง
13. การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน อ.ย. หรือไม่?
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียน อ.ย. แต่หากท่านต้องการจดทะเบียน อ.ย. ท่านจำเป็นต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนเพื่อนำคำรับรองจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาไปเป็นหลักฐานประกอบการจดทะเบียน อ.ย.

คำถามเกี่ยวกับสิทธิบัตร

1. คำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ที่ยื่นไปแล้วจะได้รับการจดทะเบียนเมื่อไหร่? 
โดยปกติระยะเวลาในการยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอจนถึงวันที่ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรจะอยู่ที่ 3-5 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยด้วยกัน เช่นความครบถ้วนของเอกสาร รายละเอียดและเนื้อหาของการประดิษฐ์ การพิจารณาของผู้ตรวจสอบ ระยะเวลาที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรใช้ในการแก้ไขคำขอ และการดำเนินการภายในกรมทรัพย์สินทางปัญญา
ซึ่งในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผู้ตรวจสอบจะเริ่มด้วยการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและข้อมูลในรายละเอียดการประดิษฐ์ ผู้ตรวจสอบอาจออกคำสั่งให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรแก้ไขรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ หรือเอกสารประกอบให้ถูกต้องก่อนที่จะประกาศโฆษณา (ปกติภายใน 1-2 ปี) หลังจากที่คำขอได้รับการประกาศโฆษณาแล้ว ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องยื่นคำขอนั้นให้ผู้ตรวจสอบตรวจสอบความใหม่และขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ผู้ตรวจสอบจะต้องดำเนินการสืบค้นข้อมูลสิทธิบัตร แหล่งข้อมูลงานวิจัย และ prior arts อื่นๆ ทั่วโลกให้ครบถ้วน
            ถ้าผู้ตรวจสอบเห็นว่าการประดิษฐ์ตามคำขอรับสิทธิบัตรนั้นมีความใหม่และมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ผู้ตรวจสอบจะส่งเอกสารแจ้งผู้ยื่นคำขอรับสิทธิบัตรนั้นชำระค่าจดทะเบียนสิทธิบัตร
            แต่ถ้าหากผู้ตรวจสอบเห็นว่าการประดิษฐ์ตามคำขอรับสิทธิบัตรนั้นไม่ใหม่ เช่นมีการค้นพบสิทธิบัตรในประเทศไทยหรือในต่างประเทศที่ได้กล่าวถึงการประดิษฐ์นั้นไปแล้ว ผู้ตรวจสอบอาจจะปฏิเสธการรับจดทะเบียนได้ หรืออาจจะแจ้งให้ละทิ้งข้อถือสิทธิบางข้อ ในบางกรณีที่ผู้ตรวจสอบเห็นว่าเป็นการประดิษฐ์ใหม่ก็จริงแต่ไม่มีขั้นการประดิษฐ์ที่เพียงพอ ผู้ตรวจสอบอาจจะแนะนำให้ผู้ยื่นคำขอยื่นจดอนุสิทธิบัตรแทน ซึ่งผู้ยื่นคำขอสามารถทำเอกสารเปลี่ยนแปลงประเภทของสิทธิได้
2. คำขอรับอนุสิทธิบัตรที่ยื่นไปแล้วจะได้รับการจดทะเบียนเมื่อไหร่?
ระยะเวลาในการยื่นจดอนุสิทธิบัตรในประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอจนถึงวันที่ได้รับการจดทะเบียนจะอยู่ที่ 1-2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยดังที่ได้กล่าวมาในข้อ 1.

ซึ่งในขั้นตอนการตรวจสอบคำขอรับอนุสิทธิบัตร ผู้ตรวจสอบจะเริ่มด้วยการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารและข้อมูลในรายละเอียดการประดิษฐ์ ผู้ตรวจสอบอาจออกคำสั่งให้ผู้ขอแก้ไขรายละเอียดการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ หรือเอกสารประกอบให้ถูกต้องก่อนที่จะประกาศโฆษณาและรับจดทะเบียนอนุสิทธิบัตร ผู้ตรวจสอบจะสืบค้นแค่ฐานข้อมูลสิทธิบัตรในประเทศไทย แต่จะไม่นำข้อมูลสิทธิบัตรต่างประเทศมาใช้ในการพิจารณาความใหม่และขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น

ต่างจากสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ผู้ยื่นคำขอไม่มีความจำเป็นต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาตรวจสอบการประดิษฐ์ซึ่งก็จะทำให้การรับจดทะเบียนเร็วขึ้นมาก แต่หลังจากที่ได้รับการจดทะเบียนอนุสิทธิบัตรแล้ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นคัดค้านการจดทะเบียนได้ภายในระยะเวลา 1 ปี ถ้าผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียมีหลักฐานที่สามารถนำมาลบล้างความใหม่ของการประดิษฐ์นั้นได้ อนุสิทธิบัตรนั้นอาจถูกกรมทรัพย์สินทางปัญญาสั่งเพิกถอนได้
3. คำขอรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยื่นไปแล้วจะได้รับการจดทะเบียนเมื่อไหร่?

ระยะเวลาในการยื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอจนถึงวันที่ได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรจะอยู่ที่ 1-3 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยดังที่ได้กล่าวมาในข้อ 1.

ขั้นตอนการยื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะเหมือนกับขั้นตอนของการยื่นจดสิทธิบัตรการประดิษฐ์ดังที่ได้กล่าวมาในข้อ 1. แต่ผู้ยื่นคำขอไม่จำเป็นต้องยื่นให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความใหม่และขั้นการประดิษฐ์ของคำขอรับสิทธิบัตรนั้น

4. ทำไมจึงต้องแต่งตั้งให้คุณเป็นตัวแทนยื่นจดสิทธิบัตรให้?
บริษัทเรามีตัวแทนสิทธิบัตรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมาย วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ ที่พร้อมช่วยคุณวิเคราะห์ความใหม่และขั้นการประดิษฐ์ของงานของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยคุณร่างคำขอรับสิทธิบัตรได้อย่างถูกต้องและครอบคลุมมากที่สุดเพื่อให้คุณได้รับสิทธิบัตรที่มีมูลค่าในเชิงเทคนิคและเชิงพาณิชย์สูง เราจะเป็นผู้ดูแลคำขอของคุณตั้งแต่ต้นจนได้รับสิทธิบัตรและต่ออายุสิทธิบัตรให้คุณในระยะเวลาที่กำหนด

ในระหว่างการยื่นจดสิทธิบัตร เรายินดีแนะนำคุณในเรื่องการปกป้อง พัฒนา และบริหารทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเตรียมเอกสาร ข้อตกลง และสัญญาต่างๆ เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจของคุณได้
5. ค่าบริการด้านสิทธิบัตรสามารถลดลงได้อีกหรือไม่?
เราจะต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นด้านกฎหมาย วิศวกรรมศาสตร์ การออกแบบผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีในแขนงต่างๆ ที่จะต้องผ่านการอบรมและฝึกฝนมานานหลายปีในการสืบค้น วิเคราะห์ ร่าง และยื่นจดสิทธิบัตร พร้อมทั้งเราจะต้องใช้เวลานานหลายปีในการติดตามและแก้ไขจนกว่าคำขอของลูกค้าจะได้รับการจดทะเบียน ดังนั้นเราไม่มีนโยบายลดราคาค่าบริการ แต่สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการของเรามากกว่า 3 คำขอขึ้นไปจะได้รับส่วนลดเป็นกรณีพิเศษ
6. ถ้ายังไม่ได้รับการจดทะเบียน เราสามารถผลิตและจัดจำหน่ายสินค้านั้นได้เลยหรือไม่?
ในกรณีที่คุณใช้บริการของเรา เราจะดำเนินการสืบค้น ร่าง และยื่นคำขอเพื่อให้ได้เลขที่คำขอรับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาก่อนที่จะแนะนำให้คุณเริ่มการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ถึงแม้ว่าคุณยังไม่ได้รับสิทธิบัตร คุณสามารถติดคำว่า “รอรับสิทธิบัตร” หรือ “patent pending” เพื่อแสดงให้ผู้อื่นรับรู้ว่าการประดิษฐ์หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ของคุณนั้นได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรไปแล้ว และหากมีใครจะมาผลิต จำหน่าย หรือนำเข้าสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับสินค้าของคุณ เราสามารถส่งจดหมายแจ้งให้ผู้ที่ละเมิดนั้น ยกเลิกการผลิต จำหน่าย หรือนำเข้าสินค้านั้นได้ โดยระบุว่าเราได้ทำการยื่นจดสิทธิบัตรไว้แล้ว และถ้าได้รับการจดทะเบียนเมื่อไหร่ เราจะดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ละเมิดสินค้าของเราทันที
7. ต้องการผลิตและขายสินค้าในต่างประเทศด้วย เราควรยื่นจดสิทธิบัตรในประเทศไทยก่อนหรือยื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศผ่านระบบ PCT ไปเลย?

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอมีตลาดต่างประเทศอยู่แล้วอย่างน้อย 3 ประเทศขึ้นไปและมีความต้องการที่จะส่งสินค้านั้นไปขายหรือผลิตในประเทศนั้นๆ เราแนะนำให้ยื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศผ่านระบบ PCT ไปเลย และเลือกประเทศที่ต้องการยื่นจดในขั้นตอน National Phase รวมถึงประเทศไทย ภายใน 30 เดือน นับแต่วันที่ยื่นคำขอครั้งแรก

แต่ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอยังคงศึกษาตลาดต่างประเทศอยู่ แต่อยากเริ่มผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยก่อน เราจะแนะนำให้ยื่นจดสิทธิบัตรในประเทศไทยไปก่อน และให้ศึกษาตลาดต่างประเทศดูก่อนดำเนินการยื่นตรงไปที่ประเทศที่ต้องการได้รับการคุ้มครองหรือจะยื่นจดผ่านระบบ PCT ก็ได้ แต่จะต้องยื่นเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาท้องถิ่นภายใน 12 เดือน นับแต่วันที่ยื่นครั้งแรกในประเทศเพื่อให้ได้คงสิทธินับตั้งแต่วันที่ยื่นครั้งแรก
8. สิทธิจะเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหนและจะหมดอายุเมื่อไหร่?
เมื่อคุณได้รับสิทธิบัตรแล้ว คุณจะได้สิทธิย้อนหลังนับแต่วันที่คุณได้ยื่นคำขอจนถึงวันหมดอายุซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของสิทธิบัตร ดังต่อไปนี้

20 ปี สำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์
6 ปีสำหรับอนุสิทธิบัตร (ต่ออายุได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 2 ปี)
10 ปี สำหรับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

เช่น ถ้าคุณได้รับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ ณ วันที่ 12 มิถุนายน 2557 และคุณได้ยื่นคำขอไปเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2554 คุณจะได้รับสิทธิตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2554 จนถึง 10 มิถุนายน 2574 (20 ปี)

คำถามเกี่ยวกับการออกแบบ

1. การออกแบบโลโก้ใช้เวลานานแค่ไหน?
โดยทั่วไปหากได้รับความร่วมมือจากลูกค้าเป็นอย่างดีในการให้ความเห็นกับแบบโลโก้ มีการสื่อสารกันอยู่สม่ำเสมอ ระยะเวลาที่ใช้ในการออกแบบจะอยู่ที่ประมาณ 2 สัปดาห์ แต่บางกรณีที่ลูกค้าติดธุระหรือไม่สามารถให้ความเห็นกับแบบโลโก้ได้ ระยะเวลาที่ใช้ในการออกแบบก็จะเพิ่มขึ้น
2. โลโก้ที่ออกแบบให้สามารถแก้ไขแบบได้กี่ครั้ง?
เราไม่จำกัดจำนวนครั้งในการแก้ไขแบบโลโก้ เพื่อให้ได้โลโก้ที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตามการออกแบบโลโก้จะมีกำหนดระยะเวลาที่ลูกค้ามีไว้เพื่อใช้พิจารณาโลโก้รวมไม่เกิน 15 วันทำการ (ไม่นับเวลาที่ IDG ใช้ในการแแกแบบและแก้ไขโลโก้) หากเกินกว่านี้ท่านต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 1 ต่อวัน ดังนั้นจึงต้องอาศัยความร่วมมือที่ดีจากท่านในการออกแบบโลโก้ด้วย
3. การออกแบบโลโก้ของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
เราออกแบบโลโก้โดยยึดตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาและพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า เพื่อให้สามารถจดเป็นเครื่องหมายการค้า / บริการได้อย่างไม่มีปัญหา ก่อนเริ่มออกแบบเราจะทำการสืบค้นความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้า / บริการก่อนเพื่อให้แน่ใจว่าชื่อเครื่องหมายของท่านสามารถใช้งานได้ สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้า / บริการได้ จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการออกแบบ แต่สำหรับบางที่ นักออกแบบไม่มีความรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญาและพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า โลโก้ที่ออกแบบมาบางครั้งจึงไม่สามารถจดทะเบียนได้ หรือไปละเมิดเครื่องหมายที่ได้รับการจดทะเบียนอยู่แล้ว ทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง
4. ทำไมค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์ของที่นี่จึงมีราคาสูงกว่าที่อื่น?
หลายท่านเข้าใจผิดว่าการออกแบบบรรจุภัณฑ์คือการออกแบบลวดลายกราฟิกบนบรรจุภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่แท้ที่จริงแล้วการออกแบบบรรจุภัณฑ์คือการสร้างบรรจุภัณฑ์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน อาจเป็นการพัฒนาเพื่อแก้ปัญหาจากบรรจุภัณฑ์เดิม การเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อทำให้บรรจุภัณฑ์มีความน่าดึงดูด น่าใช้งานมากขึ้น การออกแบบลวดลายบนบรรจุภัณฑ์เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในการออกแบบบรรจุภัณฑ์เท่านั้น เราออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ตั้งแต่ฟังก์ชั่นการใช้งาน โดยวิเคราะห์จากตลาดเดิมที่มีอยู่ วิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค และมีการให้คะแนนเปรียบเทียบแบบบรรจุภัณฑ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเพื่อให้ได้บรรจุภัณฑ์ที่ตอบโจทย์และเหมาะสมกับความต้องการมากที่สุด กระบวนการต่างๆ นี้ต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก ดังนั้นค่าออกแบบบรรจุภัณฑ์ของเราจึงมีราคาสูงกว่าที่อื่น แต่บรรจุภัณฑ์ที่เราออกแบบจะเป็นการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้กับท่านและเป็นการสร้างแบรนด์ของท่านให้ชัดเจนในท้องตลาด
5. ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์งานออกแบบหรือผลิตบรรจุภัณฑ์เป็นเท่าไร?
เราเป็นบริษัทรับออกแบบเป็นหลัก ไม่ได้มีหน่วยพิมพ์หรือผลิตบรรจุภัณฑ์เป็นของตัวเอง ดังนั้นเราไม่สามารถพิมพ์หรือผลิตบรรจุภัณฑ์ให้ท่านได้ อย่างไรก็ตามเราสามารถติดต่อโรงพิมพ์และโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์เพื่อผลิตผลงานให้กับท่านได้ ซึ่งบริการในส่วนนี้จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม
6. การออกงานต่างๆ มีการยึดหลักฮวงจุ้ยหรือไม่?
เราออกแบบแบรนด์เพื่อคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของท่านเป็นหลัก การออกแบบตามหลักฮวงจุ้ยนั้นบางครั้งไม่สามารถจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญาได้เนื่องจากขัดต่อกฎหมายบางข้อ ดังนั้นเราจึงไม่มีการออกแบบที่ยึดหลักฮวงจุ้ย แต่เน้นการออกแบบที่สามารถตอบโจทย์ด้านการสร้างแบรนด์ การตลาด และการปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของท่าน อย่างไรก็ตามท่านสามารถแจ้งฝ่ายออกแบบเกี่ยงกับหลักฮวงจุ้ยของท่านเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นได้ เช่น สีที่ห้ามใช้ เป็นต้น
starstar-emptycrossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy