International Website

ค่าสิทธิ (Royalty Fee )คืออะไร

นอกจากจะต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไหม

 

ค่าสิทธิ (Royalty Fee ) คืออะไร แล้วนอกจากจะต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไหม วันนี้ IDG จะพาคุณไปรู้จักเกี่ยวกับค่าสิทธิกัน !

         ค่าสิทธิ (royalty Fee) คือค่าตอบแทน โดยฝ่ายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ได้รับสัมปทาน จ่ายให้อีกฝ่ายที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยส่วนใหญ่ (ผู้อนุญาตหรือผู้ให้สัมปทาน) เพื่อเป็นสิทธิ์ในการใช้สินทรัพย์นั้น ๆ

ค่าสิทธิ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) (ซึ่งจะประกอบด้วย ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล)  อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม เว้นแต่จะได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมาย

ค่าสิทธิที่ต้องเสียภาษีเงินได้นั้น หากผู้มีเงินได้จากค่าสิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายค่าสิทธิมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 70  แต่อย่างไรก็ดีหากผู้มีเงินได้จากค่าสิทธิเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มี อนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) กับประเทศไทย ก็อาจได้รับการลดอัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน

ค่าสิทธินอกจากจะอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย หมายถึง ผู้รับค่าสิทธิที่เป็นผู้จดทะเบียนภาษีมูลเพิ่มมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลเพิ่มในอัตรา 7% จากผู้จ่ายค่าสิทธิพร้อมออกใบกำกับภาษีให้ด้วย แต่ถ้าผู้รับค่าสิทธิมิได้เป็นผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เมื่อได้รับเงินค่าสิทธิผู้จ่ายในประเทศไทย ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าสิทธิตามประมวลรัษฎกร มาตรา 83/6

ภาษีที่เกี่ยวกับกับค่าสิทธิ มี 2 แบบคือ

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 54)
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30)

ข้อสะกิดใจ

  • หากผู้จ่ายค่าสิทธินั้นได้หักภาษีไว้เกิน ทางผู้รับค่าสิทธิต่างประเทศมีสิทธิขอคืนจำนวนภาษีที่ถูกหักไว้เกินได้โดยยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร แบบ ค.10 ภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นรายการภาษี ตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
  • แต่ถ้าหากผู้จ่ายค่าสิทธินั้นได้หักภาษีไว้ขาด ผู้จ่ายค่าสิทธิต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมนับตั้งแต่วันที่ยื่นแบบภาษี และคิดเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีกด้วย ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
  • หากผู้รับค่าสิทธินั้นไม่ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายค่าสิทธิต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายภาษีแทน !!! OMGGGGG

IDG บริการรับทำบัญชีและภาษี ให้คำแนะนำพื้นฐานทางด้านการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีและภาษี 


สอบถามเพิ่มเติม Click !

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

ค่าสิทธิ (Royalty Fee )คืออะไร

นอกจากจะต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไหม

 

ค่าสิทธิ (Royalty Fee ) คืออะไร แล้วนอกจากจะต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไหม วันนี้ IDG จะพาคุณไปรู้จักเกี่ยวกับค่าสิทธิกัน !

         ค่าสิทธิ (royalty Fee) คือค่าตอบแทน โดยฝ่ายที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ได้รับสัมปทาน จ่ายให้อีกฝ่ายที่เป็นเจ้าของสินทรัพย์โดยส่วนใหญ่ (ผู้อนุญาตหรือผู้ให้สัมปทาน) เพื่อเป็นสิทธิ์ในการใช้สินทรัพย์นั้น ๆ

ค่าสิทธิ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (3) (ซึ่งจะประกอบด้วย ค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ค่าแห่งลิขสิทธิ์หรือสิทธิอย่างอื่น เงินปี หรือเงินได้มีลักษณะเป็นเงินรายปีอันได้มาจากพินัยกรรม นิติกรรมอย่างอื่น หรือคำพิพากษาของศาล)  อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม เว้นแต่จะได้รับยกเว้นภาษีตามกฎหมาย

ค่าสิทธิที่ต้องเสียภาษีเงินได้นั้น หากผู้มีเงินได้จากค่าสิทธิเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศและมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ผู้จ่ายค่าสิทธิมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15% ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 70  แต่อย่างไรก็ดีหากผู้มีเงินได้จากค่าสิทธิเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มี อนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Taxation Agreement) กับประเทศไทย ก็อาจได้รับการลดอัตราภาษีตามอนุสัญญาภาษีซ้อน

ค่าสิทธินอกจากจะอยู่ในบังคับต้องเสียภาษีเงินได้แล้ว ยังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย หมายถึง ผู้รับค่าสิทธิที่เป็นผู้จดทะเบียนภาษีมูลเพิ่มมีหน้าที่เรียกเก็บภาษีมูลเพิ่มในอัตรา 7% จากผู้จ่ายค่าสิทธิพร้อมออกใบกำกับภาษีให้ด้วย แต่ถ้าผู้รับค่าสิทธิมิได้เป็นผู้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในประเทศไทย และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย เมื่อได้รับเงินค่าสิทธิผู้จ่ายในประเทศไทย ผู้จ่ายมีหน้าที่นำส่งเงินภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 7% ของค่าสิทธิตามประมวลรัษฎกร มาตรา 83/6

ภาษีที่เกี่ยวกับกับค่าสิทธิ มี 2 แบบคือ

  1. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด. 54)
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ. 30)

ข้อสะกิดใจ

  • หากผู้จ่ายค่าสิทธินั้นได้หักภาษีไว้เกิน ทางผู้รับค่าสิทธิต่างประเทศมีสิทธิขอคืนจำนวนภาษีที่ถูกหักไว้เกินได้โดยยื่นคำร้องขอคืนเงินภาษีอากร แบบ ค.10 ภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายของกำหนดเวลายื่นรายการภาษี ตามมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร
  • แต่ถ้าหากผู้จ่ายค่าสิทธินั้นได้หักภาษีไว้ขาด ผู้จ่ายค่าสิทธิต้องยื่นแบบภาษีเพิ่มเติมนับตั้งแต่วันที่ยื่นแบบภาษี และคิดเบี้ยปรับเงินเพิ่มอีกด้วย ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
  • หากผู้รับค่าสิทธินั้นไม่ยอมให้หักภาษี ณ ที่จ่าย ผู้จ่ายค่าสิทธิต้องเป็นผู้รับภาระจ่ายภาษีแทน !!! OMGGGGG

IDG บริการรับทำบัญชีและภาษี ให้คำแนะนำพื้นฐานทางด้านการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำบัญชีและภาษี 


สอบถามเพิ่มเติม Click !

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy