จดสิทธิบัตรในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก ! ถ้ารู้ 5 อย่างนี้

จดสิทธิบัตรในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องยาก ! ถ้ารู้ 5 อย่างนี้

         จากที่ IDG ได้มีการพูดถึง ขั้นตอนการยื่นจดสิทธิบัตร ภายในประเทศไทย กันไปแล้ว ครั้งนี้ เรามาพูดถึง วิธีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศกันบ้างดีกว่าค่ะ !

แต่ก่อนที่จะเริ่มจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ เราควรที่จะมีการวางแผนให้ดีกันก่อนที่จะมีการดำเนินการ เนื่องจากแต่ละประเทศ จะมีกฎเกณฑ์ วิธีการในการยื่นและค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป

ดังนั้นเราควรที่จะศึกษาอย่างละเอียดกันก่อนที่จะทำการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไปที่ประเทศนั้น ๆ ซึ่ง IDG มีผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องสิทธิบัตร ที่จะคอยให้คำแนะนำผู้ประกอบการทุกท่าน ฟรี ! และ ได้รวบรวม 5 สิ่งที่จำเป็น สำหรับตรวจสอบก่อนที่จะทำการยื่นคำขอเข้าไปในต่างประเทศ ดังนี้:

1. การเลือกตัวแทนสิทธิบัตรในต่างประเทศ

        การเลือกตัวแทนสิทธิบัตรในต่างประเทศถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรคำนึงถึง เนื่องจากกฎเกณฑ์ของสิทธิบัตรที่ ไม่ว่าจะได้รับจดทะเบียนสิทธิบัตรในประเทศใดก็ตาม จะมีผลบังคับใช้แค่ในประเทศนั้นเท่านั้น จึงต้องมีการจดสิทธิบัตรในต่างประเทศ เพื่อป้องกันผู้อื่นทำการผลิต ใช้ ขาย สิ่งประดิษฐ์เดียวกันในประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสิทธิบัตรไว้ ทั้งนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจดครบทุกประเทศ ผู้ประกอบการสามารถจดแค่ในเฉพาะประเทศที่ต้องการเข้าไปทำธุรกิจเท่านั้นก็เพียงพอ

        ดังนั้นหากมีการวางแผนที่จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศ ก็ควรหาตัวแทนสำหรับการให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการยื่น ซึ่ง ผู้เชี่ยวชาญจาก IDG ยินดีให้คำปรึกษา และ บริการครบทุกขั้นตอน

2. ประเภทของสิทธิบัตร

       ในแต่ละประเทศจะมีกฎเกณฑ์และระบบในการยื่นสิทธิบัตรต่างกัน อย่างเช่น ระบบอนุสิทธิบัตรที่มีเพียงบางประเทศท่านั้น ดังเช่น ญี่ปุ่นหรือเกาหลี แต่ในสหรัฐอเมริกาจะไม่มีระบบนี้ หรือ แม้กระทั่งข้อจำกัดในสิ่งประดิษฐ์หรือการประดิษฐ์บางประเภท เช่น ประเทศจีน หากเป็นสิ่งประดิษฐ์หรือการประดิษฐ์ที่เป็นสูตรหรือกรรมวิธี จะต้องยื่นเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์เท่านั้น ไม่สามารถยื่นเป็นอนุสิทธิบัตรได้ 

        นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงกฎเกณฑ์ในการพิจารณาของแต่ละประเภทสิทธิบัตร ซึ่งก็คือ ความใหม่ (Novelty) ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น (Inventive step/Non-obviousness)  และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม โดยหากสิ่งประดิษฐ์หรือการประดิษฐ์ใดที่มีความใหม่และการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม แต่ไม่ได้มีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น ก็อาจจะยื่นเป็นอนุสิทธิบัตรแทน ในประเทศที่มีระบบอนุสิทธิบัตร

3. ค่าใช้จ่าย

        หากต้องการที่จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศ อีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ ค่าใช้จ่าย เนื่องจากการยื่นสิทธิบัตรในแต่ละประเทศจะมีค่าธรรมเนียมในแต่ละขั้นตอน ที่แตกต่างกันไป และค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายสิ่ง เช่น 

  • การแปลภาษา – บางประเทศสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการยื่นได้ แต่บางประเทศจะต้องใช้ภาษาท้องถิ่นเท่านั้น
  • ประเภทของสิทธิบัตร – ในหลาย ๆ ประเทศ จะมีค่าธรรมเนียมในการยื่นของแต่ละประเภทสิทธิบัตรต่างกัน หากยื่นเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มในการยื่นคำขอให้ตรวจสอบการประดิษฐ์
  • รวมไปถึงจำนวนหน้าในคำขอหรือจำนวนข้อถือสิทธิ – ในบางประเทศจะมีข้อจำกัดในจำนวนหน้าหรือข้อถือสิทธิ ซึ่งหากเกินก็จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มตามจำนวนที่เกินมา ทั้งนี้ในแต่ละประเทศจะมีอัตราค่าธรรมเนียมจะแตกต่างกันไป
  • ประเภทของผู้ขอถือสิทธิ – ในบางประเทศอาจมีการลดค่าธรรมเนียมลงสำหรับบุคคลธรรมดา หรือ นิติบุคคลขนาดเล็ก ทั้งนี้กฎเกณฑ์นี้ไม่ได้มีในทุกประเทศ *มีแค่เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น
  • ค่าใช้จ่ายสำหรับตัวแทนในต่างประเทศ –  เพื่อดำเนินการยื่นสิทธิบัตรเข้าประเทศนั้น ๆ

4. ระยะเวลาในการยื่นคำขอไปจนถึงการได้รับจดทะเบียน

       สำหรับระยะเวลาในการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไปจนถึงการได้รับจดทะเบียนในต่างประเทศ จะใช้เวลาค่อนข้างนาน ดังนั้นควรที่จะคำนวณระยะเวลาให้ดี หากมีสิ่งประดิษฐ์อยู่ในมือและสนใจที่จะทำธุรกิจในต่างประเทศ ก็ควรรีบนำสิ่งประดิษฐ์นั้นไปจดสิทธิบัตรในประเทศที่สนใจ เพราะระยะเวลาในการยื่นไปจนถึงการได้รับจดทะเบียนสำหรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ จะใช้เวลาอยู่ที่ 3-5 ปี อนุสิทธิบัตรจะอยู่ที่ 1-2 ปี และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์จะอยู่ที่ 2-4 ปี ด้วยประสบการณ์หลายปี ของผู้เชี่ยวชาญ จาก IDG จะสามารถช่วยธุรกิจหลาย ๆ ท่าน คำนวณระยะเวลาที่เหมาะสมได้

5. การต่ออายุรายปี

          หลังจากสิทธิบัตรได้รับจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องชำระค่าธรรมเนียมรายปีเพื่อที่จะรักษาการบังคับใช้สิทธิในสิทธิบัตร ซึ่งค่าธรรมเนียมก็จะขึ้นอยู่กับประเภทของสิทธิบัตรและกฎสิทธิบัตรของประเทศที่ได้ยื่นคำขอไป เช่น ในบางประเทศมีการคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มตามจำนวนข้อถือสิทธิหรือจำนวนหน้าในคำขอที่เกินจากกำหนด การชำระค่าธรรมเนียมรายปีจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามก่อนการยื่นสิทธิบัตรเข้าไปในแต่ละประเทศ

       จาก 5 ข้อทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศมีข้อจำกัดและกฎเกณฑ์ที่ค่อนข้างเยอะ และ แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ จึงต้องพิจารณาเงื่อนไขให้ดีก่อนการยื่นเข้า

         ทั้งนี้ บริษัท IDG มีผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตร และ นวัฒกรรม รวมไปถึง เครื่องมือในการดำเนินการที่เหมาะสม

หากท่านใดมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือสนใจที่จะยื่นคำขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศ 

สามารถติดต่อได้ที่ 02-011-7161 ถึง 6

ฝ่ายสิทธิบัตร กรุณากด 301, 302, 303, 304

E-Mail: patent@idgthailand.com

หรือ

ท่านสามารถ Download Check-list ได้ที่นี่ ! 

Share this.
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •