OUR BLOG

จดเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศอย่างไรให้ได้สิทธิที่ครอบคลุมที่สุด

จดเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศอย่างไรให้ได้สิทธิที่ครอบคลุมที่สุด
สินค้าจากประเทศไทยเป็นจำนวนมากที่ปัจจุบันนั้น มีความต้องการจะส่งออกไปต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงคือเรื่องของภาษา ชื่อเครื่องหมายการค้าของท่านอาจออกเสียงในภาษาไทยเป็นอย่างหนึ่ง แต่เมื่อไปอยู่ในต่างประเทศแล้วอาจออกเสียงเป็นอีกอย่างหนึ่งก็ได้ ซึ่งนั้นอาจทำให้เครื่องหมายการค้าของท่านไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ก็เป็นได้
ดังตัวอย่างของ แอร์เมส (HERMES) แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส ที่ทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี แอร์เมสได้ทำการยื่นจดเครื่องหมายการค้าใน สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2520 เป็น ภาษาอังกฤษ ว่า “Hermes” ซึ่งแอร์เมสเองนั้นไม่ได้ทำการยื่นเป็นภาษาจีนแต่อย่างใด ซึ่งต่อมาบริษัท Dafeng Garment Factory ได้ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เป็นภาษาจีนว่า “อ้ายหม่านซื่อ” ซึ่งใช้ตัวเขียนภาษาจีนคล้ายกับภาษาจีนของแอร์เมส
เครื่องหมายการค้าของ Hermes เมื่อออกเสียงในภาษาจีน
เครื่องหมายการค้าของบริษัท Dafeng Garment Factory
จากเหตุดังกล่าวแอร์เมสได้ทำการยื่นเรื่องเพื่อขอให้เพิกถอนเครื่องหมายการค้า “อ้ายหม่านซื่อ” ซึ่งมีการออกเสียงเหมือนกับของแอร์เมสในภาษาจีน ซึ่งทำให้ประชาชนสับสนหลงผิดได้ แต่คำร้องดังกล่าวถูกคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าปฏิเสธ แอร์เมสจึงทำการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อยกเลิกข้อตัดสินของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า โดยแอร์เมส ได้อ้างว่า “แม้ว่า ชื่อภาษาจีนของแอร์เมสแม้จะยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแต่เครื่องหมายดังกล่าวมีการใช้อย่างกว้างขว้างเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก ควรจะได้รับสิทธิ์การคุ้มครอง”
ศาลจีนมีผลการตัดสิน คือ ปฏิเสธคำร้องของบริษัทแอร์เมสและให้เหตุผลว่า หลักฐานที่ทางบริษัทส่งมานั้น เป็นหลักฐานที่เกิดขึ้นหลักจากที่เครื่องหมายการค้าจีนได้จดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว และ
หลักฐานส่วนใหญ่เป็นหลักฐานที่ใช้ในประเทศ ฮ่องกงซึ่งไม่ได้พิสูจน์เลยว่า เครื่องหมายการค้าภาษาจีนของแอร์เมส เป็นที่รู้จักในประเทศจีนใหญ่
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนหรือประเทศอื่นๆนั้นไม่ว่าจะเป็นสินค้าที่คนรู้จักเป็นอย่างดีหรือไม่ ควรจะดำเนินการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งควรจดชื่อที่ประชาชนนิยมเรียกตราสินค้าหรือภาษาที่คนท้องถิ่นเรียกขานกันด้วย อย่างในกรณีนี้ ชาวจีนนิยมเรียกทับศัพท์ตราสินค้าในภาษาจีน ผู้ประกอบการก็ควรจะจดชื่อดังกล่าวด้วย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ใดได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ใช้ภาษาท้องถิ่นมาจดทะเบียนใกล้เคียงกับของผู้ประกอบการ และหากมีผู้ใดได้ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ชื่อที่เรียกตามท้องถิ่นไปแล้ว อย่างถูกต้องตามกฏหมาย ผุ้ประกอบการที่ไม่ได้จดชื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า อาจถูกส่งหนังสือเตือนหรือฟ้องร้องในกรณีที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าก็ได้

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ใช้กัญอย่างเข้าใจ

เนื่องด้วยปัจจุบัน กัญชา กัญชง เป็นที่น่าจับตามองอย่างมาก  เพราะเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ทาง อย. ได้มีประกาศปลดล็อคกัญชา กัญชง อย่างเป็นทางการ

อ่านต่อ »
franchise

จดบริษัทแล้ว ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ ?

เมื่อมีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทแล้ว บริษัทย่อมมีสภาพเป็นนิติบุคคล ซึ่งนอกจากจะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล บริษัทอาจมีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือที่เราเรียกกันทั่วๆไปว่า VAT เป็นภาษีประเภทหนึ่งที่ผู้ประกอบการทำการเรียกเก็บจากผู้บริโภคจากการซื้อสินค้าหรือบริการต่างๆ เพื่อนำส่งให้แก่กรมสรรพากร

อ่านต่อ »

THAI BAYH – DOLE ACT 2021 ปลดล็อคงานวิจัยขึ้นหิ้งไปสู่ห้าง

ระบบนิเวศน์ของวงการวิจัยประเทศไทยกำลังจะถูกปฏิรูปอย่างเต็มรูปแบบ ! เมื่อประเทศไทยกำลังจะเริ่มใช้กฎหมาย Bayh-Dole Act หรือพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564

อ่านต่อ »