สำหรับเจ้าของธุรกิจ เชื่อว่าไม่มีใครที่อยากให้โลโก้ที่ยื่นจดทะเบียนมีปัญหา การได้รับจดหมายแจ้งว่าคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของคุณถูกคัดค้านการรับจดทะเบียน อาจเป็นเรื่องที่น่าตกใจและทำให้รู้สึกสิ้นหวัง แต่โปรดจำไว้ว่าการถูกคัดค้านจากบุคคลที่สามนั้นไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเดินทาง และเป็นเรื่องที่สามารถรับมือได้
การคัดค้านคือกระบวนการทางกฎหมายที่เปิดโอกาสให้บุคคลที่สามที่ไม่เห็นด้วยกับการยื่นจดทะเบียนของคุณ สามารถยื่นเรื่องโต้แย้งต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ แต่หากคุณมีเหตุผลที่ดีและมีกลยุทธ์ที่เหมาะสม คุณก็สามารถปกป้องสิทธิ์ในชื่อแบรนด์ของคุณและเดินหน้าสู่การจดทะเบียนได้สำเร็จ
เราจะมาสรุปขั้นตอนสำคัญในการรับมือเมื่อคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกคัดค้าน เพื่อให้คุณสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ
ทำไมคำขอของคุณถึงถูกค้าน?
ในประเทศไทย หลังจากที่คำขอจดทะเบียนของคุณผ่านการพิจารณาจากนายทะเบียนแล้ว คำขอนั้นจะถูกนำไปประกาศในหนังสือประกาศโฆษณาเป็นเวลา 60 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บุคคลภายนอกที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องสามารถยื่นเรื่องคัดค้านได้
สาเหตุยอดฮิตที่คำขอถูกค้าน
- ความคล้ายคลึงของเครื่องหมาย ผู้คัดค้านอ้างว่าชื่อหรือโลโก้ของคุณมีความคล้ายคลึงกับเครื่องหมายการค้าของเขาจนอาจทำให้ผู้บริโภคสับสนหรือเข้าใจผิด
- ความคล้ายคลึงของสินค้า/บริการ ผู้คัดค้านอ้างว่าสินค้าหรือบริการที่คุณต้องการจดทะเบียน มีความเกี่ยวข้องหรืออยู่ในหมวดหมู่ที่ใกล้เคียงกับของเขา ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนได้
3 ขั้นตอนรับมือเมื่อคำขอถูกค้าน
#1 วิเคราะห์คำคัดค้านอย่างละเอียด
อ่านจดหมายแจ้งการคัดค้านอย่างรอบคอบ เพื่อทำความเข้าใจประเด็นหลักที่ผู้คัดค้านนำมาใช้โต้แย้ง
- ระบุตัวตนผู้คัดค้าน ดูว่าใครเป็นผู้คัดค้าน และเครื่องหมายการค้าของเขาคืออะไร
- วิเคราะห์คำคัดค้าน ทำความเข้าใจว่าผู้คัดค้านอ้างว่าเครื่องหมายของคุณไปคล้ายคลึงกับของเขาในจุดไหน (การออกเสียง, รูปลักษณ์, ความหมาย) และสินค้า/บริการที่พวกเขาจดทะเบียนคืออะไร
- ประเมินสถานการณ์ วิเคราะห์อย่างเป็นกลางว่าข้อกล่าวอ้างของผู้คัดค้านมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน
#2 เตรียมข้อโต้แย้งเพื่อปกป้องสิทธิ์ของคุณ
- เครื่องหมายไม่คล้ายกัน ชี้ให้เห็นว่าเครื่องหมายของคุณมีความแตกต่างจากของเขาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์, การออกเสียง, หรือความหมาย
- สินค้า/บริการไม่เกี่ยวข้องกัน หากเครื่องหมายของคุณอยู่ในจำพวกสินค้า/บริการที่แตกต่างจากของผู้คัดค้านอย่างสิ้นเชิง คุณสามารถโต้แย้งว่าไม่มีทางที่จะเกิดความสับสนขึ้นได้
- มีเจตนาสุจริต พิสูจน์ว่าคุณไม่ได้มีเจตนาที่จะลอกเลียนแบบเครื่องหมายของเขา แต่เป็นการสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความบริสุทธิ์ใจ
#3 พิจารณาทางเลือกในการเจรจาหรือหาข้อสรุป
- เจรจาเพื่อหาข้อตกลง คุณอาจเจรจาขอให้ผู้คัดค้านถอนคำคัดค้าน โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เช่น ตกลงที่จะจำกัดจำพวกสินค้า/บริการให้แคบลงเพื่อไม่ให้เกิดความทับซ้อน
- ข้อตกลงอยู่ร่วมกัน (Coexistence Agreement) หากเครื่องหมายมีความคล้ายคลึงกัน แต่สินค้าอยู่ในตลาดที่แตกต่างกัน คุณอาจทำข้อตกลงร่วมกันเพื่อตกลงที่จะอยู่ร่วมกันโดยไม่ก้าวก่ายกัน
- การซื้อเครื่องหมายการค้า ในบางกรณีที่การโต้แย้งเป็นเรื่องยากและมีค่าใช้จ่ายสูง การเสนอซื้อเครื่องหมายการค้าของผู้คัดค้านอาจเป็นทางออกที่รวดเร็วกว่า
แล้วเมื่อไหร่ที่ควรใช้ที่ปรึกษาและทนาย?
การมีผู้เชี่ยวชาญจะช่วยอะไรได้บ้าง?
- วิเคราะห์คำคัดค้านและวางแผนการโต้แย้งเชิงกลยุทธ์
- ร่างหนังสือโต้แย้งที่มีความถูกต้องตามกฎหมาย
- เป็นตัวแทนในการเจรจาและหาทางออกร่วมกับคู่กรณี
การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ขั้นตอนแรกๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ และป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในกระบวนการทางกฎหมาย
ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องทางทรัพย์สินทางปัญญาโดยตรงได้ที่….
โทร : 02-011-7161 ต่อ 101
E-Mail : [email protected]
Line : @idgthailand
เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและแนะนำท่านอย่างเต็มที่ในทุกบริการที่ท่านประสงค์







