International Website

เราจะเห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ กระแสของ Disney+ Hotstar ในบ้านเราถือว่าร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว !! เนื่องจากหลาย ๆ คนต่างรีบสมัครแพ็กเกจเพื่อให้ได้รับชมหนังในดวงใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนังแนวไหน Disney+ Hotstar ก็ตอบโจทย์ได้ครบ .. แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน อย่าง Netflix

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทั้งสองแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้รับการเปรียบเทียบกันในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของอัตราค่าบริการ และ ภาพยนต์ และ ต่าง ๆ  ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นก็คือ การแข่งกันในด้านของเทคโนโลยี สิทธิบัตร นั่นเอง ! โดย IDG มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามอง เลยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ มาให้ทุกคนดูกันค่ะ 

1. ประวัติการยื่นจดสิทธิบัตรย้อนหลัง 20 ปี

ถ้าเปรียบเทียบแนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของทั้งสองฝั่งแล้วจะเห็นได้ว่า Disney Enterprises, Inc. (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ The Walt Disney ได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนปี 2002 ในขณะที่การยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix (สีแดง) เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังจากปี 2009 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะทั้งสองบริษัทก่อตั้งห่างกันถึง 74 ปี
ดังนั้น กว่า Netflix จะเปลี่ยนจากธุรกิจให้เช่า DVD มาเป็นธุรกิจสตรีมมิ่ง ก็เมื่อปี 2007 นี้เอง แต่จากกราฟจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลา 5 ปีล่าสุดนี้ แนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix มีจำนวนห่างกับ Disney ไม่ถึง 1 เท่าแล้ว เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเติบโตของบริษัท สำหรับอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมของสิทธิบัตรหรือ Compound Annual Growth Rate (CAGR) ระหว่างปี 2002 – 2019 ของ Disney อยู่ที่ 3.6% ในขณะที่ CAGR ของ Netflix อยู่ที่ 35.7% ซึ่งตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างสิทธิบัตร
ตัวอย่างนี้เป็นสิทธิบัตรที่ยื่นจดในปี 2019 และอยู่ในหมวดหมู่การสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งานได้ (interactive applications) ซึ่งทั้ง Disney และ Netflix ต่างก็พัฒนานวัตกรรมที่แตกต่างกัน

  • Disney มีสิทธิบัตรชื่อ “Cloud-based image rendering for video stream enrichment” เป็นการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานกับเนื้อหาของวิดีโอที่จะแสดง เช่น ในระหว่างการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล จะมีการให้ผู้ใช้งานระบุทีมที่เชียร์ จากนั้นอาจมีการแสดงโลโก้หรือสีของทีมที่เชียร์มาซ้อนทับกับวิดีโอที่กำลังสตรีม
  • Netflix มีสิทธิบัตรชื่อ “Techniques for advancing playback of interactive media titles in response to user selections” เกี่ยวกับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถตอบสนองกับการเลือกของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิด advances playback ซึ่งจะทำให้การเลือกใช้เวลาน้อยที่สุดและผู้ใช้งานยังคงดื่มด่ำกับคอนเทนต์ที่กำลังเสพได้อยู่

2. เปรียบเทียบหมวดหมู่ของเทคโนโลยี

สิทธิบัตรแต่ละฉบับจะมีการจัดกลุ่มสาขาเทคนิคที่ใช้ด้วยสัญลักษณ์จำแนกการประดิษฐ์สากลหรือ IPC (International Patent Classification) ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WIPO ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบ IPC ที่พัฒนามากที่สุด 10 อันดับแรก จะสะท้อนให้เห็นว่า Disney และ Netflix ต่างมีจุดเด่นของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างกัน

สาขาเทคโนโลยีที่พัฒนาใกล้เคียงกัน
จากกราฟจะเห็นได้ว่าสิทธิบัตรที่อยู่ในสาขา Selective content distribution หรือการกระจายเนื้อหาแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหรือระบบที่ใช้สำหรับการกระจายวิดีโอในเชิงโต้ตอบ (interactive video contribution) เช่น การเข้าถึงวิดีโอจากผู้ใช้งาน ในที่นี้คือการเข้าถึงวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิ่งที่ทั้ง Disney และ Netflix ได้พัฒนาเทคโนโลยีและจดสิทธิบัตรในสาขาเทคนิคนี้ใกล้เคียงกัน

สาขาเทคโนโลยีที่ Disney โดดเด่น
สาขาเทคนิคที่ Disney จดสิทธิบัตรมากกว่า Netflix อย่างเห็นได้ชัด (กรอบสีเหลือง) จะมีทั้งหมด 6 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นเรื่องการประมวลผลข้อมูล หรือ data processing โดยทั้ง 6 กลุ่มที่ว่าก็คือ

สาขาเทคนิค เกี่ยวข้องกับ
1. Input and Output arrangement การจัดเตรียม input สำหรับการถ่ายโอนข้อมูล เพื่อการประมวลผลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถจัดการได้ และการจัดเตรียม output สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลจากหน่วยประมวลผลไปยัง output unit เช่น interface arrangements
2. Digital computing or data processing อุปกรณ์หรือวิธีการคำนวณในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงการประมวลผลข้อมูล เช่น การดึงข้อมูลหรือการใช้ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน (database structures) เพื่อนำมาประมวลผลและดัดแปลงให้มีฟังก์ชันการใช้งานแบบพิเศษ
3. Details of television systems ระบบของโทรทัศน์ ทั้งเรื่องของการสแกน และการรวมระบบกับการสร้างแรงดันไฟฟ้า (supply voltages)
4. Video games วิดีโอเกม เช่น เกมที่ใช้จอแสดงผลที่สร้างขึ้นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 2 มิติขึ้นไป
5. Television systems ระบบของโทรทัศน์ รวมถึงวิธีการหรือการเตรียมการสำหรับการเข้ารหัส (coding), การถอดรหัส (decoding), การบีบอัดหรือการขยายสัญญาณของวิดีโอดิจิทัล (compressing or decompressing digital video signals)
6. Recognizing patterns วิธีการสำหรับการอ่านหรือการจดจำตัวอักษรที่พิมพ์หรือเขียน รวมถึงการจดจำลายนิ้วมือ

สาขาเทคโนโลยีที่ Netflix โดดเด่น
สาขาเทคนิคในสิทธิบัตรที่ Netflix มีความโดดเด่นมากกว่า Disney คือสาขา Coding, decoding, decompressing signals ซึ่งจะเป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการสำหรับเข้ารหัส ถอดรหัส รวมถึงการบีบอัดหรือการขยายสัญญาณวิดีโอดิจิทัล

3. สิทธิบัตรที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
หากจะพูดว่าท่าไม้ตายของแต่ละบริษัทเป็นอะไร การดูสิทธิบัตรที่ได้รับการอ้างอิงถึงมากที่สุดก็สามารถใช้เป็นตัววัดได้เช่นกัน ตัวอย่างจากสิทธิบัตรของ Disney ที่มีชื่อว่า “Set top device for targeted electronic insertion of indicia into video” ได้รับการอ้างอิงมากถึง 877 ครั้ง ซึ่งการประดิษฐ์นี้ จะเกี่ยวกับวิธีการแทรกตัวบ่งชี้ที่ไม่ระบุชื่อ (anonymous indicia) เข้าไปในวิดีโอที่ออกอากาศ (video broadcasts) เพื่อเก็บข้อมูลการรับชมโทรทัศน์หรืออุปกรณ์การรับชมวิดีโออื่น ๆ โดยระบบและวิธีการนี้ จะทำให้ผู้โฆษณาสามารถกำหนดโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายได้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

สำหรับสิทธิบัตรของ Netflix ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการถูกอ้างถึงไปแล้วกว่า 108 ครั้ง ภายใต้การประดิษฐ์ชื่อ “Secure communication channel with token renewal mechanism” เกี่ยวกับการสร้างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server machine) ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารอย่างปลอดภัยกับเครื่องของลูกค้า (Client machine)

สิทธิบัตรเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ? ใครที่อยากรู้สิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้งสองบริษัทนี้
สามารถกรอกอีเมลด้านล่างเพื่อขอรับตัวอย่างสิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้ง Disney และ Netflix ที่เราคัดสรรมาให้แล้ว

สิทธิบัตรกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ

IDG มีความเชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของคุณ

 ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียด

ทีมวิเคราะห์สิทธิบัตร

Tel : 02-0117161 ต่อ 302

Line : @idgthailand

E-mail : Pattaraporn.srg@idgthailand.com

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

เราจะเห็นได้ชัดว่าในตอนนี้ กระแสของ Disney+ Hotstar ในบ้านเราถือว่าร้อนแรงจนฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว !! เนื่องจากหลาย ๆ คนต่างรีบสมัครแพ็กเกจเพื่อให้ได้รับชมหนังในดวงใจ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นหนังแนวไหน Disney+ Hotstar ก็ตอบโจทย์ได้ครบ .. แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน อย่าง Netflix

ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าทั้งสองแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งได้รับการเปรียบเทียบกันในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของอัตราค่าบริการ และ ภาพยนต์ และ ต่าง ๆ  ซึ่งทั้งสองก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว เพราะต่างฝ่ายต่างมีจุดเด่นที่เหนือกว่าคู่แข่ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นก็คือ การแข่งกันในด้านของเทคโนโลยี สิทธิบัตร นั่นเอง ! โดย IDG มองเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่น่าจับตามอง เลยวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ มาให้ทุกคนดูกันค่ะ 

1. ประวัติการยื่นจดสิทธิบัตรย้อนหลัง 20 ปี

ถ้าเปรียบเทียบแนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของทั้งสองฝั่งแล้วจะเห็นได้ว่า Disney Enterprises, Inc. (สีน้ำเงิน) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ The Walt Disney ได้มีการยื่นจดสิทธิบัตรอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ก่อนปี 2002 ในขณะที่การยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix (สีแดง) เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นหลังจากปี 2009 ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะทั้งสองบริษัทก่อตั้งห่างกันถึง 74 ปี
ดังนั้น กว่า Netflix จะเปลี่ยนจากธุรกิจให้เช่า DVD มาเป็นธุรกิจสตรีมมิ่ง ก็เมื่อปี 2007 นี้เอง แต่จากกราฟจะเห็นได้ว่าในช่วงเวลา 5 ปีล่าสุดนี้ แนวโน้มการยื่นจดสิทธิบัตรของ Netflix มีจำนวนห่างกับ Disney ไม่ถึง 1 เท่าแล้ว เป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความเติบโตของบริษัท สำหรับอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมของสิทธิบัตรหรือ Compound Annual Growth Rate (CAGR) ระหว่างปี 2002 – 2019 ของ Disney อยู่ที่ 3.6% ในขณะที่ CAGR ของ Netflix อยู่ที่ 35.7% ซึ่งตัวเลขที่สะท้อนให้เห็นว่าทั้งคู่ยังคงสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างสิทธิบัตร
ตัวอย่างนี้เป็นสิทธิบัตรที่ยื่นจดในปี 2019 และอยู่ในหมวดหมู่การสร้างแอปพลิเคชันที่สามารถตอบโต้กับผู้ใช้งานได้ (interactive applications) ซึ่งทั้ง Disney และ Netflix ต่างก็พัฒนานวัตกรรมที่แตกต่างกัน

  • Disney มีสิทธิบัตรชื่อ “Cloud-based image rendering for video stream enrichment” เป็นการโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งานกับเนื้อหาของวิดีโอที่จะแสดง เช่น ในระหว่างการถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอล จะมีการให้ผู้ใช้งานระบุทีมที่เชียร์ จากนั้นอาจมีการแสดงโลโก้หรือสีของทีมที่เชียร์มาซ้อนทับกับวิดีโอที่กำลังสตรีม
  • Netflix มีสิทธิบัตรชื่อ “Techniques for advancing playback of interactive media titles in response to user selections” เกี่ยวกับการพัฒนาแอปพลิเคชันที่สามารถตอบสนองกับการเลือกของผู้ใช้งาน เพื่อให้เกิด advances playback ซึ่งจะทำให้การเลือกใช้เวลาน้อยที่สุดและผู้ใช้งานยังคงดื่มด่ำกับคอนเทนต์ที่กำลังเสพได้อยู่

2. เปรียบเทียบหมวดหมู่ของเทคโนโลยี

สิทธิบัตรแต่ละฉบับจะมีการจัดกลุ่มสาขาเทคนิคที่ใช้ด้วยสัญลักษณ์จำแนกการประดิษฐ์สากลหรือ IPC (International Patent Classification) ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ WIPO ซึ่งถ้าหากเปรียบเทียบ IPC ที่พัฒนามากที่สุด 10 อันดับแรก จะสะท้อนให้เห็นว่า Disney และ Netflix ต่างมีจุดเด่นของเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่แตกต่างกัน

สาขาเทคโนโลยีที่พัฒนาใกล้เคียงกัน
จากกราฟจะเห็นได้ว่าสิทธิบัตรที่อยู่ในสาขา Selective content distribution หรือการกระจายเนื้อหาแบบเฉพาะเจาะจง ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการหรือระบบที่ใช้สำหรับการกระจายวิดีโอในเชิงโต้ตอบ (interactive video contribution) เช่น การเข้าถึงวิดีโอจากผู้ใช้งาน ในที่นี้คือการเข้าถึงวิดีโอผ่านระบบสตรีมมิ่งที่ทั้ง Disney และ Netflix ได้พัฒนาเทคโนโลยีและจดสิทธิบัตรในสาขาเทคนิคนี้ใกล้เคียงกัน

สาขาเทคโนโลยีที่ Disney โดดเด่น
สาขาเทคนิคที่ Disney จดสิทธิบัตรมากกว่า Netflix อย่างเห็นได้ชัด (กรอบสีเหลือง) จะมีทั้งหมด 6 กลุ่มด้วยกัน ซึ่งส่วนมากแล้วจะเป็นเรื่องการประมวลผลข้อมูล หรือ data processing โดยทั้ง 6 กลุ่มที่ว่าก็คือ

สาขาเทคนิค เกี่ยวข้องกับ
1. Input and Output arrangement การจัดเตรียม input สำหรับการถ่ายโอนข้อมูล เพื่อการประมวลผลในรูปแบบที่คอมพิวเตอร์สามารถจัดการได้ และการจัดเตรียม output สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลจากหน่วยประมวลผลไปยัง output unit เช่น interface arrangements
2. Digital computing or data processing อุปกรณ์หรือวิธีการคำนวณในรูปแบบดิจิทัล รวมถึงการประมวลผลข้อมูล เช่น การดึงข้อมูลหรือการใช้ข้อมูลโครงสร้างพื้นฐาน (database structures) เพื่อนำมาประมวลผลและดัดแปลงให้มีฟังก์ชันการใช้งานแบบพิเศษ
3. Details of television systems ระบบของโทรทัศน์ ทั้งเรื่องของการสแกน และการรวมระบบกับการสร้างแรงดันไฟฟ้า (supply voltages)
4. Video games วิดีโอเกม เช่น เกมที่ใช้จอแสดงผลที่สร้างขึ้นด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ 2 มิติขึ้นไป
5. Television systems ระบบของโทรทัศน์ รวมถึงวิธีการหรือการเตรียมการสำหรับการเข้ารหัส (coding), การถอดรหัส (decoding), การบีบอัดหรือการขยายสัญญาณของวิดีโอดิจิทัล (compressing or decompressing digital video signals)
6. Recognizing patterns วิธีการสำหรับการอ่านหรือการจดจำตัวอักษรที่พิมพ์หรือเขียน รวมถึงการจดจำลายนิ้วมือ

สาขาเทคโนโลยีที่ Netflix โดดเด่น
สาขาเทคนิคในสิทธิบัตรที่ Netflix มีความโดดเด่นมากกว่า Disney คือสาขา Coding, decoding, decompressing signals ซึ่งจะเป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการสำหรับเข้ารหัส ถอดรหัส รวมถึงการบีบอัดหรือการขยายสัญญาณวิดีโอดิจิทัล

3. สิทธิบัตรที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
หากจะพูดว่าท่าไม้ตายของแต่ละบริษัทเป็นอะไร การดูสิทธิบัตรที่ได้รับการอ้างอิงถึงมากที่สุดก็สามารถใช้เป็นตัววัดได้เช่นกัน ตัวอย่างจากสิทธิบัตรของ Disney ที่มีชื่อว่า “Set top device for targeted electronic insertion of indicia into video” ได้รับการอ้างอิงมากถึง 877 ครั้ง ซึ่งการประดิษฐ์นี้ จะเกี่ยวกับวิธีการแทรกตัวบ่งชี้ที่ไม่ระบุชื่อ (anonymous indicia) เข้าไปในวิดีโอที่ออกอากาศ (video broadcasts) เพื่อเก็บข้อมูลการรับชมโทรทัศน์หรืออุปกรณ์การรับชมวิดีโออื่น ๆ โดยระบบและวิธีการนี้ จะทำให้ผู้โฆษณาสามารถกำหนดโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายได้แบบเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น

สำหรับสิทธิบัตรของ Netflix ก็ไม่น้อยหน้า เพราะมีการถูกอ้างถึงไปแล้วกว่า 108 ครั้ง ภายใต้การประดิษฐ์ชื่อ “Secure communication channel with token renewal mechanism” เกี่ยวกับการสร้างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ (Server machine) ที่สามารถปรับแต่งได้เพื่อสร้างช่องทางการสื่อสารอย่างปลอดภัยกับเครื่องของลูกค้า (Client machine)

สิทธิบัตรเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ ? ใครที่อยากรู้สิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้งสองบริษัทนี้
สามารถกรอกอีเมลด้านล่างเพื่อขอรับตัวอย่างสิทธิบัตรอื่น ๆ ของทั้ง Disney และ Netflix ที่เราคัดสรรมาให้แล้ว

สิทธิบัตรกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ

IDG มีความเชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของคุณ

 ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียด

ทีมวิเคราะห์สิทธิบัตร

Tel : 02-0117161 ต่อ 302

Line : @idgthailand

E-mail : Pattaraporn.srg@idgthailand.com

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy