รู้มั้ย? การยื่นจดทะเบียนโลโก้ (เครื่องหมายการค้า)
ในต่างประเทศ สามารถทำได้ 2 แบบนะ!
ผู้ประกอบการหลายๆท่านคงจะคุ้นเคยกับการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศไทยกันมาบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายท่านที่ต้องการขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มอย่างไร ซึ่งในการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ เป็นสิ่งที่สำคัญต่อการดำเนินการธุรกิจ เพื่อป้องกันการถูกละเมิดในต่างแดน และยังมีผู้ประกอบการอีกหลายท่านที่ไม่รู้ว่า การยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ สามารถทำได้ 2 แบบ? ในวันนี้เราจะมาแนะนำถึงข้อแตกต่างระหว่างการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า แบบยื่นตรง (Direct Route) และการยื่นผ่านพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol)
Direct Route VS Madrid Protocol
การยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบยื่นตรง (Direct Route) หรือเรียกสั้นๆว่า “การยื่นตรง” จะเป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนฯ ต่อสำนักเครื่องหมายการค้าของแต่ละประเทศโดยตรง ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยการยื่นผ่านตัวแทนที่มีสัญชาตินั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการยื่นจดทะเบียนฯ ในประเทศจีน จะต้องดำเนินการผ่านตัวแทนที่เป็นบริษัทจีนหรือตัวแทนที่มีสัญชาติจีน เป็นต้น
ส่วนการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศผ่านพิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) หรือที่เรียกกันสั้นๆว่า “การยื่นมาดริด” นั้น จะเป็นการยื่นคำขอจดทะเบียนฯ ต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย โดยจะอ้างอิงข้อมูลที่ยื่นจากคำขอที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นจดไว้ในประเทศไทย และทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทยจะส่งคำขอไปยังองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และกระจายคำขอเข้าไปยังประเทศที่ต้องการจะจดทะเบียน
แล้วทั้ง 2 แบบ แตกต่างกันอย่างไร?
1. การยื่นคำขอจดทะเบียน
สำหรับการยื่นคำขอจดทะเบียนนั้น การยื่นตรงจะต้องยื่น 1 คำขอ ต่อ 1 ประเทศ ในขณะที่การยื่นแบบมาดริดนั้น 1 คำขอ สามารถระบุประเทศที่ต้องการจะจดทะเบียนได้หลายประเทศ (ทั้งนี้ จะต้องตรวจสอบก่อนว่าประเทศที่ต้องการจะจดทะเบียนนั้น เข้าร่วมพิธีสารมาดริดหรือไม่ เนื่องจากจะมีบางประเทศที่ไม่สามารถยื่นจดทะเบียนแบบมาดริดได้)
2. คำขอจดทะเบียนในประเทศไทย
ในการยื่นแบบยื่นตรง ไม่จำเป็นจะต้องมีคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ยื่นในประเทศไทย ก็สามารถยื่นในต่างประเทศได้ แต่ในการยื่นแบบมาดริดนั้น จำเป็นที่จะต้องมีคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ที่ยื่นแล้วยังอยู่ระหว่างการพิจารณาหรือได้รับจดทะเบียนในไทย เนื่องจากการยื่นแบบมาดริดจะต้องอ้างอิงข้อมูลเครื่องหมายการค้าของไทย ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะรูปโลโก้ ชื่อผู้ขอจดทะเบียน ที่อยู่ รวมถึงรายการสินค้าที่ขอรับความคุ้มครอง
3. ระยะเวลาการพิจารณารับจดทะเบียน
สำหรับระยะเวลาการพิจารณาการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบยื่นตรงนั้น จะขึ้นอยู่กับทางสำนักเครื่องหมายการค้าปลายทางแต่ละประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ประเทศที่ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน จนไปถึงประเทศที่ใช้เวลานานถึง 36 เดือน หรือนานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณคำขอจดทะเบียนของแต่ละประเทศ แต่สำหรับการยื่นแบบมาดริดนั้นจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจน ซึ่งถูกกำหนดไว้ที่ระยะเวลาประมาณ 12-18 เดือนนับจากวันที่ได้รับเลขที่ทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศ (International Registration Number: IRN) ซึ่งในกรณีที่ประเทศนั้นๆ พิจารณาเกินกรอบเวลาข้างต้น จะถือให้คำขอนั้นรับจดทะเบียนในประเทศข้างต้น โดยไม่มีคำสั่งปฏิเสธฯ
แต่ละแบบเหมาะกับใคร?
หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่เริ่มต้นการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ หรือมีความเสี่ยงที่แบรนด์ของคุณจะถูกละเมิดและมีผู้ไม่หวังดีนำไปยื่นจดในต่างประเทศตัดหน้าคุณ การยื่นแบบยื่นตรงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากการยื่นตรงจะทำให้คำขอเข้าสู่สำนักเครื่องหมายการค้าของประเทศนั้นๆได้รวดเร็วที่สุด
ในขณะเดียวกัน หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่ต้องการขยายตลาดในหลายๆประเทศพร้อมๆกัน การยื่นจดแบบมาดริดอาจเหมาะกับคุณมากกว่า เนื่องจากสามารถระบุประเทศที่ต้องการจดทะเบียนได้หลายประเทศในการยื่น 1 คำขอ อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการยื่นแบบยื่นตรง
ทั้งนี้ การยื่นทั้ง 2 แบบข้างต้นมีข้อกำหนดอื่นๆที่แตกต่างกัน หากต้องการวางแผนก่อนการดำเนินการ ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องหมายการค้าต่างประเทศที่มีประสบการณ์มากกว่า 10 ปีพร้อมให้คำปรึกษาแก่คุณ การันตีด้วยอันดับ 1 ด้านการยื่นคำขอมาดริดให้กับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้คุณก้าวไปได้อย่างถูกต้องในตลาดต่างประเทศ
สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
อีเมล: [email protected]
โทร.: 02-011-7161 Ext. 104, 105 (ฝ่ายเครื่องหมายการค้าต่างประเทศ)
Line: @idgthailand
Facebook: IDGThailand







