รู้ทันฉลากอาหารใน 5 นาที! พร้อมเช็กลิสต์ 4 สเต็ป พลิกฉลากอ่านให้เป็นแบบมือโปร!

อย. รู้ทันฉลากอาหารใน 5 นาที

  เคยไหมครับ? ที่เราตั้งใจจะเลือกซื้อของที่ดีต่อสุขภาพ แต่พอพลิกดูฉลากโภชนาการด้านหลัง ก็เจอแต่ตัวเลขยุบยับกับรหัสแปลกๆ จนต้องถอดใจแล้ววางของกลับไปที่เดิม ปัญหานี้จะหมดไป

บทความนี้จะเปลี่ยนเรื่องน่าปวดหัวให้กลายเป็นเรื่องง่ายๆ เราจะมาจับมือคุณ “ถอดรหัส” ทุกอย่างบนฉลากอาหาร ตั้งแต่ข้อมูลโภชนาการไปจนถึง ‘รหัสลับ INS’ ที่หลายคนสงสัยกัน

เช็กลิสต์ 4 สเต็ป: พลิกฉลากอ่านให้เป็นแบบมือโปร

1. ข้อมูลพื้นฐานที่ห้ามพลาด (The Must-Know Basics)

ก่อนจะไปดูเรื่องสารอาหาร มาเริ่มจากข้อมูลสำคัญที่สแกนดูได้ใน 30 วินาที ซึ่งช่วยการันตีความปลอดภัยเบื้องต้นได้ครับ

  • วันผลิต (MFG) / วันหมดอายุ (EXP): สิ่งแรกที่ต้องมองหาเสมอเพื่อความปลอดภัย
  • ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร: กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ผลิตต้องระบุข้อมูลส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ด้วย ตัวหนา หรือในกรอบข้อความแยกต่างหากเสมอ เช่น “มีส่วนผสมของนม, ถั่วลิสง, แป้งสาลี” ใครที่แพ้อาหารต้องอ่านจุดนี้เสมอครับ
  • เครื่องหมาย อย. และเลขสารบบอาหาร 13 หลัก: เป็นเครื่องหมายยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ได้ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อย่างถูกต้อง เราสามารถนำเลข 13 หลักนี้ไปตรวจสอบเพิ่มเติมได้ในแอปพลิเคชัน Oryor Smart หรือเว็บไซต์ของ อย. เพื่อเช็กข้อมูลเชิงลึกได้อีกด้วย ( https://oryor.com/check-product-serial ) (https://www.fda.moph.go.th/?op=kwssl&lang=1&skin=s&db=Main&ww= )
image 0
image (1) 0

2. ถอดรหัส “กรอบข้อมูลโภชนาการ” และ “ฉลาก GDA”

จุดนี้คือหัวใจสำคัญของการเลือกอาหารเพื่อสุขภาพครับ

  • กับดัก “หนึ่งหน่วยบริโภค” (Serving Size): จำไว้เสมอว่าตัวเลขทั้งหมดในกรอบ (เช่น พลังงาน, น้ำตาล) คือข้อมูลต่อการกิน 1 หน่วยบริโภคเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดในซอง/กล่อง ลองดูว่า “จำนวนหน่วยบริโภคต่อภาชนะบรรจุ” มีกี่หน่วย แล้วคูณเข้าไป จะได้ปริมาณสารอาหารที่แท้จริงหากคุณกินทั้งหมด
  • ฉลาก GDA (หวาน มัน เค็ม): นี่คือฉลากแบบง่ายที่อยู่ด้านหน้าบรรจุภัณฑ์ ช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้น โดยจะแสดงค่า พลังงาน (กิโลแคลอรี), น้ำตาล (กรัม), ไขมัน (กรัม), และโซเดียม (มิลลิกรัม) ต่อหนึ่งหน่วยบรรจุ (เช่น ต่อ 1 ซอง, 1 ขวด)
  • มองหาสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” (Healthier Choice): สินค้าที่มีสัญลักษณ์นี้ คือสินค้าที่ผ่านเกณฑ์ของ อย. แล้วว่ามีปริมาณน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมในระดับที่เหมาะสม ถือเป็น “โหมดง่าย” ในการเลือกซื้อของเพื่อสุขภาพได้เลยครับ

3. ไขปริศนา “รหัสลับ INS” (Unlocking the INS Codes)

   เห็นรหัส INS ตามด้วยตัวเลข ไม่ต้องตกใจครับ! INS (International Numbering System for Food Additives) คือรหัสสากลของ “วัตถุเจือปนอาหาร” ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ในปริมาณที่ปลอดภัย หน้าที่ของมันคือช่วยปรุงแต่งหรือรักษาคุณภาพอาหารให้ดีขึ้น เราไม่จำเป็นต้องท่องจำทุกตัว แค่รู้ความหมายเป็นกลุ่มก็พอครับ

  • INS 1xx – กลุ่มสีสังเคราะห์ (Colours): ทำให้ผลิตภัณฑ์มีสีสันน่ารับประทาน
  • INS 2xx – กลุ่มสารกันเสีย (Preservatives): ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาอาหาร ป้องกันเชื้อราและแบคทีเรีย เช่น INS 211 (โซเดียมเบนโซเอต) ที่พบบ่อยในเครื่องดื่ม
  • INS 3xx / 4xx – กลุ่มสารทำให้คงตัว, ข้นเหนียว (Stabilizers/Thickeners): ช่วยให้น้ำกับน้ำมันเข้ากัน หรือทำให้เนื้อสัมผัสข้นขึ้น เช่น ในน้ำสลัด, ไอศกรีม
  • INS 6xx – กลุ่มสารปรุงแต่งรสชาติ (Flavour Enhancers): ตัวที่ทุกคนคุ้นเคยที่สุดคือ INS 621 หรือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) นั่นเอง
  • INS 9xx – กลุ่มสารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Sweeteners): มักพบในสินค้า “ไม่มีน้ำตาล” หรือ “แคลอรีต่ำ” เช่น INS 951 (แอสพาร์แทม), INS 955 (ซูคราโลส)

โดยทุกท่านสามารถตรวจสอบได้ที่ เว็ปไวต์ของกองอาหาร
( https://alimentum.fda.moph.go.th/FDA_FOOD_MVC/Additive/CodexDetail?SearchKey=15.0&SearchType=CodexDetail&SearchINS=undefined )

image (3) 0

4. สแกน “ลำดับส่วนประกอบ” ให้เห็นไส้ใน

ส่วนสุดท้ายที่คนมักมองข้ามแต่ทรงพลังมาก คือรายการส่วนประกอบครับ

กฎง่ายๆ คือ ส่วนผสมจะเรียงจากปริมาณ “มากที่สุดไปน้อยที่สุด”

ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณหยิบกล่องน้ำผลไม้ขึ้นมา แล้วเห็นว่าส่วนประกอบอันดับแรกคือ “น้ำตาล” ตามด้วย “น้ำผลไม้เข้มข้น” ก็แปลว่าผลิตภัณฑ์กล่องนี้มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมหลัก มากกว่าน้ำผลไม้เสียอีก! เทคนิคนี้ช่วยให้เรารู้ไส้ในที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ได้ดีที่สุด

บทสรุป

   จากนี้ไป การพลิกฉลากอาหารของคุณจะไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป เพียงใช้เวลาไม่กี่นาทีตรวจสอบตาม 4 สเต็ปนี้ คุณก็จะสามารถเปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพได้อย่างชาญฉลาดและมั่นใจ หากผู้ประกอบการท่านไหน มีข้อสงสัยเรื่องการจัดทำฉลากให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อกำหนด สามารถติดต่อ IDG ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำปรึกษาท่านผู้ประกอบการทั้งหลาย ฟรี !

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวกับการขึ้นอย. (FDA) โดยตรงได้ที่….
โทร: 02-011-7161 ต่อ 102
E-Mail: [email protected]
Line : @idgthailand
เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและแนะนำท่านอย่างเต็มที่ในทุกบริการที่ท่านประสงค์

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ