การถูกเรียกตรวจภาษี ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจาก “ดวงไม่ดี” แต่เกิดจากตัวเลขบางอย่างในงบการเงินส่งสัญญาณผิดปกติในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการภาษี กรมสรรพากรนำระบบวิเคราะห์
งบการเงินเข้ามาช่วยตรวจสอบแบบ ภ.ง.ด. 50 เพื่อค้นหาแนวโน้มความผิดปกติหรือสัญญาณที่อาจบ่งชี้การเลี่ยงภาษี หากพบ “ข้อมูลผิดปกติ” เหล่านี้อาจเพิ่มโอกาสให้บริษัทถูกเรียกตรวจสอบมากขึ้น
นี่คือ 5 รูปแบบที่พบได้บ่อยจากเคสจริง
1.ขาดทุนต่อเนื่อง แต่ยังใช้จ่ายเหมือนธุรกิจปกติ
สัญญาณเตือน: ในงบของบริษัทขาดทุนหลายปีติดต่อกัน แต่ยังมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น ซื้อทรัพย์สินก้อนใหญ่
หรือยังดำเนินธุรกิจได้ปกติเหมือนมีรายได้
สิ่งที่สรรพากรสงสัย: มีรายได้ที่ยังไม่บันทึก หรือมีการดันค่าใช้จ่ายเกินจริง เพื่อ “ลดภาษี” หรือไม่
2.เงินให้กรรมการยืม จนยอดผิดปกติ
สัญญาณเตือน: บริษัทมีเงินสดมาก แต่ให้กรรมการหรือผู้บริหารยืมเงินโดยไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีตารางชำระคืนชัดเจน หรือยืมซ้ำหลายรอบ
สิ่งที่สรรพากรสงสัย: เงินที่ออกไปนั้นอาจไม่ได้เป็น “เงินลงทุนทางธุรกิจ” แต่ถูกใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว
จึงอาจถูกประเมินให้เป็น “รายได้ (ดอกเบี้ย / เงินปันผล)” ของผู้รับเงิน
3.ตัวเลขรายได้จาก VAT ไม่สอดคล้องกับยอดขายจริง
สัญญาณเตือน: จำนวนรายได้ในงบกำไรขาดทุน แตกต่างกับยอดขายที่ยื่นในแบบ ภ.พ.30 (VAT)
ยอดขายในรายงานบัญชีมากหรือน้อยกว่ายอดในแบบ VAT อย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งที่สรรพากรสงสัย:รายได้บางส่วนยังไม่ถูกรายงาน มีการยื่น VAT ไม่ครบ หรือบันทึกบัญชีผิดพลาด
4.อัตรากำไรผิดแปลกกว่าค่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
สัญญาณเตือน:กำไรสุทธิต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม แต่ค่าใช้จ่ายบางประเภทสูงเกินเหตุ
เช่น ค่าโฆษณา ค่าที่ปรึกษา ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด
สิ่งที่สรรพากรสงสัย:รายการค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจจริง
อาจเป็น “ค่าใช้จ่ายที่ไม่อนุญาตให้หักภาษี” และอาจโดนตรวจสอบว่า “ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มีตัวตนจริงไหม”
5.เงินสดสูง แต่จัดการเงินสดไม่สัมพันธ์กับบัญชีธนาคาร
สัญญาณเตือน: งบการเงินแสดงเงินสดคงเหลือสูงมาก แต่เมื่อดูบัญชีธนาคารกลับแทบไม่เคลื่อนไหว
หรือมีการใช้เงินสดในการทำธุรกรรมเป็นหลัก
สิ่งที่สรรพากรสงสัย:เงินสดอาจมาจากรายได้ที่ไม่ได้นำเข้าระบบ รายรับที่ไม่ได้แจ้งจริง หรือมีการบันทึก “เงินสดเทียม” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สงสัยว่า “ระบบบัญชีไม่น่าเชื่อถือ”
ข้อแนะนำจากเจ้าหน้าที่บัญชี
สิ่งที่ทำให้บริษัท “ปลอดภัยต่อการตรวจสอบ” ไม่ใช่การทำให้กำไรต่ำที่สุด
แต่คือการทำให้งบการเงิน:
- สอดคล้องกับแบบภาษีทุกประเภท
- มีเหตุผลทางธุรกิจรองรับทุกตัวเลข
- มีเอกสารครบ และอธิบายที่มาได้ชัดเจน
เพราะในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ไม่ได้มองแค่ตัวเลข แต่ดูว่า “เรื่องราวของธุรกิจ” สมเหตุสมผลหรือไม่
หากตัวเลขสะท้อนความเป็นจริง และมีหลักฐานรองรับชัดเจน การตรวจสอบก็เป็นเพียงกระบวนการหนึ่ง
ไม่ใช่ความเสี่ยงที่ต้องกังวลค่ะ
ดังนั้นเพื่อให้การปิดงบ “ปลอดภัยต่อการตรวจสอบ” มากที่สุดเจ้าของกิจการควรให้ความสำคัญกับ
ความแม่นยำของข้อมูล หลักฐานเอกสารรองรับ และความสอดคล้องระหว่างระบบภาษีและบัญชีค่ะ
การปิดงบการเงิน ทำให้เจ้าของบริษัทรู้ข้อมูลด้านการเงิน รู้ผลกำไรขาดทุนของบริษัท และสามารถบริหารสภาพคล่องทางการเงินได้ เพราะฉะนั้นถ้าเปิดบริษัทมาแล้วก็ต้องดูแล ยื่นงบการเงิน ยื่นภาษี ตามที่กฏหมายกำหนด จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดหัวและเสียเงินค่าปรับโดยใช่เหตุ IDG มีบริการด้านบัญชี ปิดงบการเงิน เราดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่บัญชีผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีที่มีประสบการณ์ในหลากหลายด้านของธุรกิจ ยินดีให้คำปรึกษา ฟรี!







