การเริ่มต้นธุรกิจในปัจจุบันมีการแข่งขันสูงและรวดเร็ว ผู้ประกอบการหลายรายมักประสบปัญหาการรอคอยระยะเวลาในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใหม่ ซึ่งแม้จะมีระบบ Fast Track ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาก็ยังต้องใช้เวลาพิจารณาและประกาศโฆษณารวมแล้วเกือบครึ่งปี หรือบางกรณีอาจใช้เวลาเป็นปี นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะจดทะเบียนไม่ผ่าน ถูกคัดค้าน หรือต้องยื่นอุทธรณ์ ทำให้เสียเวลาและอาจสูญเสียโอกาสทางธุรกิจได้ ดังนั้น การซื้อสิทธิใน “เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว” จึงเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดและประหยัดเวลา
"เครื่องหมายการค้าจดทะเบียนแล้ว" คืออะไร?
เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว (มักแสดงด้วยสัญลักษณ์ Ⓡ) คือ เครื่องหมายที่ผ่านกระบวนการจดทะเบียนสำเร็จเรียบร้อยตามกฎหมาย โดยมีหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง
การซื้อเครื่องหมายลักษณะนี้ คือการซื้อสิทธิความเป็นเจ้าของแบรนด์ ซึ่งคุณสามารถนำมาใช้งานได้ทันทีผ่านกระบวนการ “โอนสิทธิ” ในทางกฎหมายอ้างอิงตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 49 ระบุไว้ว่า สิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วย่อมสามารถโอนหรือรับมรดกกันได้ และตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน การโอนสิทธินี้จะต้องนำไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนให้ถูกต้อง
ข้อดีและประโยชน์ของการซื้อเครื่องหมายการค้าพร้อมใช้งาน
- ประหยัดเวลาและเริ่มธุรกิจได้ทันที การยื่นเรื่องโอนสิทธิใช้ระยะเวลาพิจารณาเพียงประมาณ 2-3 เดือน (หรือ 90 วัน)
- สามารถใช้งานได้ระหว่างรอ ในระหว่างรอผลพิจารณา ผู้รับโอนก็สามารถนำเครื่องหมายไปใช้ได้ทันทีเนื่องจากมีสัญญาโอนสิทธิระหว่างกันเรียบร้อยแล้ว
- ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย เครื่องหมายเหล่านี้ผ่านการตรวจสอบและได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว จึงหมดความเสี่ยงในเรื่องของการถูกปฏิเสธหรือถูกคัดค้านจากนายทะเบียน
- เอกสารพร้อมใช้ทำธุรกรรมทันที สามารถนำหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน (Certificate) ไปใช้เป็นหลักฐานยืนยันแบรนด์ เพื่อเปิดร้านบนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือทำสัญญากับคู่ค้าได้เลย
- ใช้ยื่นขออนุญาตหน่วยงานรัฐได้ทันที ตัวอย่างเช่น ในธุรกิจปุ๋ย ทางกรมวิชาการเกษตรกำหนดเงื่อนไขว่าต้องมีเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนแล้วก่อน จึงจะสามารถยื่นขึ้นทะเบียนสินค้าได้ การซื้อเครื่องหมายจึงช่วยข้ามข้อจำกัดนี้ได้
Tips สำหรับขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ในการโอนสิทธิเครื่องหมายการค้า ตามข้อกำหนดของกรมทรัพย์สินทางปัญญา การโอนสิทธิเครื่องหมายการค้ามีขั้นตอนและระเบียบที่ต้องปฏิบัติดังนี้
- เอกสารหลักที่ต้องใช้ ผู้โอนและผู้รับโอนต้องเตรียม แบบคำขอโอน (ก.04), หนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียน (ฉบับจริง), สัญญาโอน (ก.17) ที่ลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย, และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีเป็นบริษัท)
- ค่าธรรมเนียมราชการ การยื่นคำขอจดทะเบียนการโอนสิทธิมีค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 2,000 บาท ต่อ 1 คำขอ
- ระยะเวลาพิจารณาเอกสาร กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะใช้เวลาตรวจสอบและพิจารณาอนุมัติคำขอจดทะเบียนโอนสิทธิประมาณ 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ยื่นคำขอ
สรุป
การซื้อและโอนสิทธิเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว ไม่ใช่เพียงแค่เพื่ออำนวยความสะดวก แต่ยังเป็น “ตัวช่วยเร่งสปีดสำหรับธุรกิจ” ให้เติบโตได้ไวยิ่งขึ้น วิธีนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการครองพื้นที่ตลาดอย่างรวดเร็ว พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่ต้องการลงทะเบียนแบรนด์ในแพลตฟอร์ม E-Commerce รวมถึงธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้ใบรับรองเพื่อขออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องหมายการค้าที่ได้รับจดทะเบียนแล้ว พร้อมใช้งาน มีหลากหลายจำพวกให้ท่านเลือกตามธุรกิจของท่าน สามารถดูรายการเครื่องหมายการค้าทั้งหมดได้ที่ LiteTrademark
อ้างอิง
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา. “เอกสารประกอบการโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้า”
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา. “ถาม-ตอบ กรณีจดเครื่องหมายการค้า และประสงค์จะโอน”
- กรมทรัพย์สินทางปัญญา. “คู่มือการให้บริการประชาชน กระบวนงานการโอนหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้า”
- ดร.ธวิป บุญนิมิตร. “พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ว่าด้วยการโอนสิทธิ”







