อยากนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติ ต้องรู้อะไรบ้าง ? เช็กขั้นตอนขอ อย. เอกสาร และการตรวจวิเคราะห์

Importing Natural Mineral Water

น้ำแร่ธรรมชาติไม่ใช่น้ำดื่มบรรจุขวดทั่วไป แต่เป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ผู้นำเข้าจึงต้องตรวจสอบตั้งแต่แหล่งกำเนิด วิธีผลิต คุณภาพสินค้า ไปจนถึงฉลากภาษาไทย กฎหมายหลักที่ใช้ในปัจจุบันคือประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 454 พ.ศ. 2567 และฉบับแก้ไขที่ 464 พ.ศ. 2568 โดยขั้นตอนต้องเริ่มจาก การขออนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร ก่อนยื่นขอเลขสารบบอาหารของสินค้า

สรุปขั้นตอนนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติ

  1. ขออนุญาตสถานที่นำเข้าอาหารด้วยแบบ อ.6 เพื่อรับใบอนุญาตแบบ อ.7
  2. ตรวจสอบว่าสินค้าเข้าเกณฑ์ “น้ำแร่ธรรมชาติ” ตามกฎหมายไทย
  3. เตรียมเอกสารโรงงาน แหล่งน้ำ สูตร กระบวนการผลิต และใบรับรอง GMP
  4. ส่งตรวจผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานน้ำแร่ธรรมชาติ
  5. ยื่นแบบ สบ.7 เพื่อรับใบสำคัญ สบ.7/1 และเลขสารบบอาหาร 13 หลัก
  6. จัดทำฉลากภาษาไทย และขอ LPI ก่อนนำเข้าแต่ละเที่ยว

1. ตรวจประเภทสินค้าให้ถูกก่อน

น้ำแร่ธรรมชาติต้องมาจากแหล่งน้ำใต้ดินตามธรรมชาติ มีแร่ธาตุสำคัญละลายอยู่ตามคุณสมบัติของแหล่งน้ำ และผ่านเฉพาะกรรมวิธีที่กฎหมายอนุญาต คำว่า Mineral Water หรือ Spring Water บนฉลากต่างประเทศไม่ได้หมายความว่าจะขึ้นทะเบียนเป็นน้ำแร่ธรรมชาติในประเทศไทยได้ทันที ต้องตรวจแหล่งกำเนิด องค์ประกอบแร่ธาตุ และกระบวนการผลิตก่อน หากไม่เข้าเกณฑ์อาจต้องยื่นในกลุ่มน้ำบริโภคแทน
กฎหมายแบ่งน้ำแร่ธรรมชาติเป็น 5 ชนิด ได้แก่

  • น้ำแร่ธรรมชาติมีคาร์บอเนต
  • น้ำแร่ธรรมชาติขจัดคาร์บอเนต
  • น้ำแร่ธรรมชาติไม่มีคาร์บอเนต
  • น้ำแร่ธรรมชาติเติมคาร์บอนไดออกไซด์จากแหล่งกำเนิด
  • น้ำแร่ธรรมชาติเติมคาร์บอเนตจากแหล่งอื่น

การปรับคุณภาพและบรรจุต้องทำ ณ แหล่งน้ำ หรือสถานที่ที่เชื่อมต่อด้วยระบบท่อปิด และ ห้ามนำเข้ามาแบ่งบรรจุใหม่ในประเทศไทย กรรมวิธีที่ทำได้ เช่น การปรับปริมาณก๊าซ การแยกตะกอน การกรอง การเติมอากาศ และการฆ่าเชื้อด้วยรังสี UV หรือวิธีใกล้เคียง โดยต้องไม่ทำให้องค์ประกอบสำคัญของน้ำเปลี่ยนไป

2. ขอใบอนุญาตสถานที่นำเข้าอาหาร

ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบ อ.6 และเมื่ออนุมัติจะได้รับใบอนุญาตนำหรือสั่งอาหารเข้ามาในราชอาณาจักรแบบ อ.7

  • สถานที่อยู่ในกรุงเทพฯ: ยื่นต่อ อย.
  • สถานที่อยู่ต่างจังหวัด: ยื่นต่อสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด

 

เอกสารสำคัญที่มักใช้ ได้แก่

  1. หนังสือรับรองนิติบุคคลและเอกสารผู้มีอำนาจ
  2. เอกสารสิทธิหรือสัญญาเช่าสำนักงานและคลังสินค้า
  3. ทะเบียนบ้านสถานที่
  4. แผนที่และแปลนพื้นที่จัดเก็บ
  5. ภาพถ่ายอาคาร ป้าย ห้องเก็บอาหาร ชั้นวางหรือพาเลต
  6. หนังสือมอบอำนาจและเอกสารผู้ดำเนินกิจการ

สถานที่เก็บอาหารต้องสะอาด เป็นสัดส่วน และสามารถแยกสินค้าของบริษัทออกจากสินค้าหรือพื้นที่อื่นได้อย่างชัดเจน

3. เตรียมเอกสารจากโรงงานต่างประเทศ

เอกสารที่ควรขอจากผู้ผลิตตั้งแต่ต้น ได้แก่

  • ใบรับรองมาตรฐานการผลิตที่เทียบเท่าหรือไม่ต่ำกว่าประกาศฯ ฉบับที่ 420
  • ชื่อและที่อยู่โรงงานที่ตรงกับฉลากและเอกสารการค้า
  • หลักฐานแสดงแหล่งกำเนิดน้ำแร่
  • สูตรส่วนประกอบ 100% รวมคาร์บอนไดออกไซด์หากมีการเติม
  • กระบวนการผลิตและวิธีปรับคุณภาพ
  • Product Specification และรายงานผลวิเคราะห์
  • รายละเอียดขวด ฝา และวัสดุสัมผัสอาหาร
  • ฉลากต้นฉบับและร่างฉลากภาษาไทย

จุดที่ต้องระวังคือใบรับรอง GMP ต้องมีขอบข่ายครอบคลุมการผลิตน้ำแร่หรือน้ำบรรจุขวดจริง ไม่ใช่เพียงระบุว่าโรงงานผ่านมาตรฐานอาหารทั่วไป

4. น้ำแร่ต้องส่งตรวจอะไรบ้าง

ผลิตภัณฑ์ต้องผ่านมาตรฐานครบทุกข้อ แม้รายงานผลตรวจอาจไม่ได้เป็นเอกสารแนบบังคับตายตัวในคำขอ สบ.7 ทุกกรณี ผู้นำเข้าก็ควรมีผลตรวจผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปไว้ยืนยันคุณภาพและเก็บไว้ ณ สถานที่นำเข้า

รายการตรวจหลักมีดังนี้

กลุ่มทดสอบ
รายการสำคัญ
ลักษณะทั่วไป
ใส ไม่มีตะกอน
แร่ธาตุและโลหะ
ทองแดง แมงกานีส โบรอน สารหนู แบเรียม แคดเมียม โครเมียม ตะกั่ว ปรอท ซิลีเนียม พลวง และนิกเกิล
สารปนเปื้อน
ไนไตรต์ ไนเตรต ไซยาไนด์ โบรเมต สารลดการตึงผิว และน้ำมันแร่
สารอินทรีย์
สารกำจัดศัตรูพืช PCBs และ PAHs ตามมาตรฐานคุณภาพน้ำใต้ดินที่ประกาศอ้างอิง
จุลินทรีย์
Coliforms, E. coli, Enterococci, sulphite-reducing anaerobes, Pseudomonas aeruginosa, Salmonella และ Staphylococcus aureus
ข้อมูลสำหรับฉลาก
ฟลูออไรด์ และแร่ธาตุสำคัญที่ต้องการแสดง เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม หรือไบคาร์บอเนต

5. ยื่นขอเลขสารบบอาหาร

หลังได้ใบอนุญาตสถานที่แบบ อ.7 แล้ว ให้ยื่นผลิตภัณฑ์ใหม่ผ่านระบบ e-Submission ด้วยแบบ สบ.7 เมื่ออนุมัติจะได้รับใบสำคัญแบบ สบ.7/1 และเลขสารบบอาหาร 13 หลัก ส่วนการแก้ไขข้อมูลภายหลังใช้แบบ สบ.8

เอกสารประกอบหลัก ได้แก่

  • ใบอนุญาตสถานที่นำเข้า อ.7
  • ใบรับรอง GMP ของโรงงาน
  • สูตรส่วนประกอบ 100%
  • กระบวนการผลิตและวิธีปรับคุณภาพ
  • Specification และหลักฐานแหล่งน้ำ
  • ร่างฉลากภาษาไทย
  • ผลตรวจหรือเอกสารเพิ่มเติมตามที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ

รายละเอียดการยื่นตรวจได้จาก แนวทางการอนุญาตผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติของ อย.

6. ฉลากภาษาไทยต้องมีอะไรบ้าง

ฉลากควรจัดทำหลังทราบประเภทสินค้า กระบวนการผลิต และผลฟลูออไรด์แล้ว โดยต้องพิจารณาข้อมูลสำคัญดังนี้

  • ชื่ออาหารที่มีคำว่า “น้ำแร่ธรรมชาติ”
  • ชนิดและแหล่งกำเนิดของน้ำแร่
  • ชนิดของแร่ธาตุสำคัญ
  • เลขสารบบอาหาร 13 หลัก
  • ชื่อและที่อยู่ผู้นำเข้า
  • ชื่อผู้ผลิตและประเทศผู้ผลิต
  • ปริมาตรสุทธิและข้อมูลวันที่

ห้ามใช้ฉลากหรือโฆษณาที่สื่อว่าน้ำแร่สามารถรักษา บรรเทา หรือป้องกันโรค และห้ามใช้ชื่อสถานที่เป็นแหล่งน้ำหากไม่ใช่แหล่งกำเนิดจริง

7. ก่อนนำเข้าแต่ละเที่ยวต้องขอ LPI

การนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติไม่ได้สิ้นสุดเพียงการได้รับเลขสารบบอาหาร (อย.) เนื่องจากก่อนนำเข้าสินค้าในแต่ละเที่ยว ผู้นำเข้ายังต้องดำเนินการขอ License per Invoice (LPI) ให้สอดคล้องกับรายละเอียดของสินค้า เช่น ชนิดสินค้า ขนาดบรรจุ เลขสารบบอาหาร รวมถึงข้อมูลในเอกสารทางการค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงดำเนินพิธีการนำเข้ากับด่านอาหารและยาและกรมศุลกากร โดยเอกสารที่ใช้ประกอบการนำเข้าในแต่ละเที่ยวโดยทั่วไป ได้แก่ Invoice, Bill of Lading (B/L) หรือ Air Waybill (AWB), LPI และเอกสารอื่น ๆ ตามที่หน่วยงานหรือด่านอาหารและยากำหนด

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติ ควรเตรียมความพร้อมตั้งแต่ขั้นตอนการขออนุญาตสถานที่นำเข้า (อ.7) ไปจนถึงการตรวจสอบเอกสารของโรงงานและแหล่งผลิต การส่งตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์ การยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ การจัดทำฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนด และการขอ LPI สำหรับการนำเข้าแต่ละเที่ยว ทั้งนี้ รายละเอียดและเอกสารที่ต้องใช้ในแต่ละขั้นตอนอาจแตกต่างกันตามลักษณะของผลิตภัณฑ์และข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญของการนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติคือการตรวจสอบให้ข้อมูลในเอกสารทุกส่วนมีความสอดคล้องกัน ตั้งแต่แหล่งน้ำ ผู้ผลิตและโรงงาน กระบวนการผลิต รายละเอียดผลิตภัณฑ์ ผลการตรวจวิเคราะห์ เลขสารบบอาหาร ไปจนถึงข้อมูลบนฉลากและเอกสารนำเข้า หากข้อมูลไม่ตรงกัน อาจทำให้ต้องแก้ไขเอกสาร ตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม หรือเกิดความล่าช้าในขั้นตอนการนำเข้า ดังนั้น การตรวจสอบข้อมูลและเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ก่อนสั่งซื้อและก่อนนำเข้าสินค้า จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนจากการแก้ไขงาน ลดความเสี่ยงในการตรวจซ้ำ และช่วยให้กระบวนการนำเข้าสินค้าเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าน้ำแร่ธรรมชาติ การเตรียมเอกสารและตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นจึงเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะนอกจากจะช่วยลดความล่าช้าและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการแก้ไขเอกสารหรือการตรวจซ้ำแล้ว ยังช่วยให้กระบวนการนำเข้าเป็นไปอย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับข้อกำหนดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

IDG ให้บริการช่วยตรวจสอบความพร้อมของเอกสาร วางแผนและประสานงานในขั้นตอนการขออนุญาตที่เกี่ยวข้อง รวมถึงดูแลกระบวนการยื่นเอกสารกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมก่อนนำเข้า ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดด้านเอกสาร และดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Line: @idgthailand
Tel: 02-011-7161 ต่อ 102

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ