OUR BLOG

10 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศ

19
และแล้วเราก็เดินทางกันจนมาถึงตอนที่ 10 ของบทความซีรีย์ “วิธีการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศ” กันแล้วนะครับ ทางทีมงานมีความหวังว่าในบทความตอนที่ผ่าน ๆ มา จะสามารถคลายความสงสัยให้แก่ผู้อ่านในเรื่องการยื่นสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงได้ทำความรู้จักกับระบบการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศทั้ง 2 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการยื่นตรง (Direct Route System) และระบบสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT System) สำหรับในตอนนี้ ทางทีมงานขออนุญาตนำเสนอ “10 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศ” สำหรับตอนที่ 10 ของซีรี่ย์นี้นั่นเองครับ ซึ่งในการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้น มีประโยชน์อย่างมากทั้งต่อผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการ โดยจะสามารถทำให้เจ้าของผลงานได้เป็นเจ้าของสิทธิในการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์แต่เพียงผู้เดียวในหลาย ๆ ประเทศ ขยายขอบเขตการทำการตลาด รวมถึงสร้างความคุ้มครองทางกฎหมายให้กับเจ้าของสิทธิบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งประดิษฐ์ถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังที่จะกล่าวโดยละเอียดในบทความนี้ครับ

1. การเข้าถึงตลาดสากล
จากการขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้น ผู้ประดิษฐ์หรือผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรดังกล่าว จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงตลาดสากล โดยเจ้าของสิทธิบัตรจะสามารถผลิต จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ของตนเองในประเทศนั้น ๆ รวมถึงอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) หรือขายสิทธิในความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรของตนเองในประเทศนั้น ๆ ได้ เป็นการสร้างโอกาสทางการค้าและก่อให้เกิดรายรับจากการใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรดังกล่าว 

2. การเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศนั้นเป็นการเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการป้องกันไม่ให้คู่แข่งทางการค้าทำการคัดลอกหรือละเมิดสิ่งประดิษฐ์ที่มีการคุ้มครอง โดยการเป็นเจ้าของสิทธิบัตรนั้นจะทำให้เจ้าของสิ่งประดิษฐ์สามารถดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ละเมิดได้ ซึ่งเป็นการคุ้มครองงานประดิษฐ์ที่มีคุณสมบัติและลักษณะที่เฉพาะ

3. โอกาสในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ
การมีสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้นเป็นการขยายโอกาสที่จะได้ทำข้อตกลงในการอนุญาตร่วมกับผู้ประกอบการในหลาย ๆ ประเทศ โดยเจ้าของสิทธิบัตรสามารถอนุญาตในผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถนำสิทธิบัตรของเราไปใช้ประโยชน์ในประเทศนั้น ๆ ได้ โดยแลกเปลี่ยนกับค่าใช้จ่ายในการอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจอื่น ๆ ตามข้อตกลง หากให้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ ก็จะเหมือนกันเป็นการที่เราให้เช่าสิทธิในการนำสิทธิบัตรของเราไปใช้ประโยชน์ โดยที่เราไม่ต้องเสียสิทธิความเป็นเจ้าของนั้นเอง

4. การขยายตลาดและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
การขอรับสิทธิบัตรในหลายประเทศจะช่วยให้เจ้าของสิทธิบัตรสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ รวมถึงเป็นการทำให้เจ้าของธุรกิจมีตำแหน่งในตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มส่วนแบ่งในตลาด ด้วยการป้องกันหรือลดโอกาสไม่ให้คู่แข่งทางการค้าสามารถนำผลงานที่คล้ายกับงานของเราเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับเราได้

5. การคุ้มครองจากผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต
สิทธิบัตรในแต่ละประเทศจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันงานประดิษฐ์ของเราจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ให้ดำเนินการ
ใช้ประโยชน์ ผลิต หรือจัดจำหน่ายงานที่เหมือนกับของเราในแต่ละประเทศ ซึ่งการมีสิทธิบัตรนั้นจะเป็นการสร้างความคุ้มครองในทางกฎหมาย เป็นการเปิดช่องทางให้ศาลสามารถสั่งระงับการกระทำนั้น ๆ รวมถึงสามารถเรียกค่าเสียหายในกรณีที่มีการละเมิดสิ่งประดิษฐ์ของเราอีกด้วย 

6. การดึงดูดนักลงทุน
การมีผลงานด้านสิทธิบัตรในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศนั้นเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมลงทุนได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากการยื่นจดสิทธิบัตรในหลายประเทศนั้นจะสะท้อนให้เห็นถึงการที่เจ้าของสิ่งประดิษฐ์นั้นให้ความสำคัญในการจัดการผลงานของตนเองให้เข้าสู่ระบบทรัพย์สินทางปัญญา ยิ่งไปกว่านั้น การจดสิทธิบัตรนั้นยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทจากการประดิษฐ์
เพิ่มโอกาสในการเจริญเติบโตของธุรกิจ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะได้ร่วมทุนอีกด้วย 

7. การสร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือด้านธุรกิจ
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่ถูกยื่นระหว่างประเทศจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าของสิทธิในการสร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือด้านธุรกิจไปยังบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้การร่วมลงทุน การจัดทำวิจัยร่วม รวมถึงการจัดทำสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ และขยายการเติบโตของธุรกิจ 

8. การสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในตลาด
การมีสิทธิบัตรระหว่างประเทศอยู่ในมือจะช่วยยกระดับชื่อเสียงของทั้งผู้ประดิษฐ์ และผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณภาพ และระดับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการถึงผลงานและความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาการต่าง ๆ ทำให้ความร่วมมือต่าง ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น

9. การป้องกันสิ่งประดิษฐ์ตนเองจากคู่แข่งทางธุรกิจ
หากสิ่งประดิษฐ์ของเราได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ หรือได้รับการประกาศโฆษณาในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระหว่างประเทศ สิ่งประดิษฐ์ของเราสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งสามารถจดทะเบียนในการประดิษฐ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเราได้ โดยผลงานของเราจะถูกใช้อ้างอิงโดยผู้ตรวจสอบในการพิจารณาสิ่งประดิษฐ์คล้ายกับเราที่ยื่นจดในภายหลัง การยื่นเรายื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศจึงเป็นการป้องกันไม่ให้คู่แข่งทางการค้าได้รับสิทธิในการจดสิทธิบัตรที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับของเรา 

10. การยกระดับมาตรฐานไปสู่สากล
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรระหว่างประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในยกระดับผู้ประดิษฐ์หรือผู้ประกอบการไปสู่มาตรฐานสากล เนื่องจากการคุ้มครองทรัพยสินทางปัญญาระหว่างประเทศนั้นถือเป็นมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก จึงช่วยให้กระบวนการเจรจาหรือการร่วมงานกันระหว่างผู้ประกอบการในระดับโลกเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น  

โดยสรุปแล้ว การยื่นขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้นมีข้อดีที่เกิดขึ้นทั้งต่อผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น การขยายตลาดเข้าสู่สากลเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ รวมถึงป้องกันผลงานที่จะถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งการมีสิทธิบัตรในต่างประเทศยังช่วยดึงดูดนักลงทุน สนับสนุนความร่วมมือด้านธุรกิจ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการ ยิ่งไปกว่านั้น การได้รับความคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ในระดับสากลนั้น สามารถทำให้เจ้าของสิทธิได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ และขยายโอกาสในการเจริญเติมโตของธุรกิจไปยังระดับโลก เนื่องจากระเบียบข้อบังคับของสำนักงานสิทธิบัตรในแต่ละประเทศนั้นจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ตัวแทนสิทธิบัตรที่มีประสบการณ์ในการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการขยายความคุ้มครองสิทธิบัตรไปยังต่างประเทศ เนื่องจากการใช้บริการตัวแทนสิทธิบัตรที่มีประสบการณ์จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสาร การร่างสัญญาต่าง ๆ รวมถึงการช่วยในการทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งประดิษฐ์ให้เป็นไปตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น นอกเหนือจากการที่ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาสิทธิบัตรโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องถูกยืดออกไปแล้ว ยังอาจนำมาสู่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นอีกด้วย 

 

Facebook
Twitter
LinkedIn
19
และแล้วเราก็เดินทางกันจนมาถึงตอนที่ 10 ของบทความซีรีย์ “วิธีการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศ” กันแล้วนะครับ ทางทีมงานมีความหวังว่าในบทความตอนที่ผ่าน ๆ มา จะสามารถคลายความสงสัยให้แก่ผู้อ่านในเรื่องการยื่นสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศ รวมถึงได้ทำความรู้จักกับระบบการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศทั้ง 2 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น ระบบการยื่นตรง (Direct Route System) และระบบสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT System) สำหรับในตอนนี้ ทางทีมงานขออนุญาตนำเสนอ “10 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศ” สำหรับตอนที่ 10 ของซีรี่ย์นี้นั่นเองครับ ซึ่งในการยื่นสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้น มีประโยชน์อย่างมากทั้งต่อผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการ โดยจะสามารถทำให้เจ้าของผลงานได้เป็นเจ้าของสิทธิในการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์แต่เพียงผู้เดียวในหลาย ๆ ประเทศ ขยายขอบเขตการทำการตลาด รวมถึงสร้างความคุ้มครองทางกฎหมายให้กับเจ้าของสิทธิบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้สิ่งประดิษฐ์ถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต ดังที่จะกล่าวโดยละเอียดในบทความนี้ครับ

1. การเข้าถึงตลาดสากล
จากการขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้น ผู้ประดิษฐ์หรือผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสิทธิบัตรดังกล่าว จะได้รับสิทธิในการเข้าถึงตลาดสากล โดยเจ้าของสิทธิบัตรจะสามารถผลิต จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ของตนเองในประเทศนั้น ๆ รวมถึงอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) หรือขายสิทธิในความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรของตนเองในประเทศนั้น ๆ ได้ เป็นการสร้างโอกาสทางการค้าและก่อให้เกิดรายรับจากการใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรดังกล่าว 

2. การเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศนั้นเป็นการเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการป้องกันไม่ให้คู่แข่งทางการค้าทำการคัดลอกหรือละเมิดสิ่งประดิษฐ์ที่มีการคุ้มครอง โดยการเป็นเจ้าของสิทธิบัตรนั้นจะทำให้เจ้าของสิ่งประดิษฐ์สามารถดำเนินการทางกฎหมายต่อผู้ละเมิดได้ ซึ่งเป็นการคุ้มครองงานประดิษฐ์ที่มีคุณสมบัติและลักษณะที่เฉพาะ

3. โอกาสในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ
การมีสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้นเป็นการขยายโอกาสที่จะได้ทำข้อตกลงในการอนุญาตร่วมกับผู้ประกอบการในหลาย ๆ ประเทศ โดยเจ้าของสิทธิบัตรสามารถอนุญาตในผู้ประกอบการเหล่านี้สามารถนำสิทธิบัตรของเราไปใช้ประโยชน์ในประเทศนั้น ๆ ได้ โดยแลกเปลี่ยนกับค่าใช้จ่ายในการอนุญาตให้ใช้สิทธิหรือผลประโยชน์ทางธุรกิจอื่น ๆ ตามข้อตกลง หากให้เข้าใจกันแบบง่าย ๆ ก็จะเหมือนกันเป็นการที่เราให้เช่าสิทธิในการนำสิทธิบัตรของเราไปใช้ประโยชน์ โดยที่เราไม่ต้องเสียสิทธิความเป็นเจ้าของนั้นเอง

4. การขยายตลาดและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด
การขอรับสิทธิบัตรในหลายประเทศจะช่วยให้เจ้าของสิทธิบัตรสามารถเข้าถึงตลาดใหม่ ๆ รวมถึงเป็นการทำให้เจ้าของธุรกิจมีตำแหน่งในตลาดที่แข็งแกร่งขึ้นและเพิ่มส่วนแบ่งในตลาด ด้วยการป้องกันหรือลดโอกาสไม่ให้คู่แข่งทางการค้าสามารถนำผลงานที่คล้ายกับงานของเราเข้ามาแข่งขันในตลาดเดียวกับเราได้

5. การคุ้มครองจากผู้ใช้งานที่ไม่ได้รับอนุญาต
สิทธิบัตรในแต่ละประเทศจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันงานประดิษฐ์ของเราจากผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิ ไม่ให้ดำเนินการ
ใช้ประโยชน์ ผลิต หรือจัดจำหน่ายงานที่เหมือนกับของเราในแต่ละประเทศ ซึ่งการมีสิทธิบัตรนั้นจะเป็นการสร้างความคุ้มครองในทางกฎหมาย เป็นการเปิดช่องทางให้ศาลสามารถสั่งระงับการกระทำนั้น ๆ รวมถึงสามารถเรียกค่าเสียหายในกรณีที่มีการละเมิดสิ่งประดิษฐ์ของเราอีกด้วย 

6. การดึงดูดนักลงทุน
การมีผลงานด้านสิทธิบัตรในต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศนั้นเป็นเงื่อนไขสำคัญที่จะช่วยดึงดูดนักลงทุนให้มาร่วมลงทุนได้เป็นจำนวนมาก เนื่องจากการยื่นจดสิทธิบัตรในหลายประเทศนั้นจะสะท้อนให้เห็นถึงการที่เจ้าของสิ่งประดิษฐ์นั้นให้ความสำคัญในการจัดการผลงานของตนเองให้เข้าสู่ระบบทรัพย์สินทางปัญญา ยิ่งไปกว่านั้น การจดสิทธิบัตรนั้นยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัทจากการประดิษฐ์
เพิ่มโอกาสในการเจริญเติบโตของธุรกิจ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะได้ร่วมทุนอีกด้วย 

7. การสร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือด้านธุรกิจ
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรที่ถูกยื่นระหว่างประเทศจะช่วยอำนวยความสะดวกแก่เจ้าของสิทธิในการสร้างเครือข่ายและขยายความร่วมมือด้านธุรกิจไปยังบริษัท หรือองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสให้การร่วมลงทุน การจัดทำวิจัยร่วม รวมถึงการจัดทำสัญญาการถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ และขยายการเติบโตของธุรกิจ 

8. การสร้างชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในตลาด
การมีสิทธิบัตรระหว่างประเทศอยู่ในมือจะช่วยยกระดับชื่อเสียงของทั้งผู้ประดิษฐ์ และผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมที่มีคุณภาพ และระดับเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า รวมถึงสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการถึงผลงานและความเชี่ยวชาญในสาขาวิทยาการต่าง ๆ ทำให้ความร่วมมือต่าง ๆ เป็นไปได้ง่ายขึ้น

9. การป้องกันสิ่งประดิษฐ์ตนเองจากคู่แข่งทางธุรกิจ
หากสิ่งประดิษฐ์ของเราได้รับการจดทะเบียนในต่างประเทศ หรือได้รับการประกาศโฆษณาในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระหว่างประเทศ สิ่งประดิษฐ์ของเราสามารถใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเพื่อป้องกันไม่ให้คู่แข่งสามารถจดทะเบียนในการประดิษฐ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเราได้ โดยผลงานของเราจะถูกใช้อ้างอิงโดยผู้ตรวจสอบในการพิจารณาสิ่งประดิษฐ์คล้ายกับเราที่ยื่นจดในภายหลัง การยื่นเรายื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศจึงเป็นการป้องกันไม่ให้คู่แข่งทางการค้าได้รับสิทธิในการจดสิทธิบัตรที่เหมือนหรือคล้ายคลึงกับของเรา 

10. การยกระดับมาตรฐานไปสู่สากล
การเป็นเจ้าของสิทธิบัตรระหว่างประเทศ เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในยกระดับผู้ประดิษฐ์หรือผู้ประกอบการไปสู่มาตรฐานสากล เนื่องจากการคุ้มครองทรัพยสินทางปัญญาระหว่างประเทศนั้นถือเป็นมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก จึงช่วยให้กระบวนการเจรจาหรือการร่วมงานกันระหว่างผู้ประกอบการในระดับโลกเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น  

โดยสรุปแล้ว การยื่นขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศนั้นมีข้อดีที่เกิดขึ้นทั้งต่อผู้ประดิษฐ์และผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็น การขยายตลาดเข้าสู่สากลเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เพิ่มโอกาสในการอนุญาตให้ใช้สิทธิ รวมถึงป้องกันผลงานที่จะถูกนำไปใช้โดยผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งการมีสิทธิบัตรในต่างประเทศยังช่วยดึงดูดนักลงทุน สนับสนุนความร่วมมือด้านธุรกิจ และสร้างชื่อเสียงให้แก่ผู้ประกอบการ ยิ่งไปกว่านั้น การได้รับความคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ในระดับสากลนั้น สามารถทำให้เจ้าของสิทธิได้ใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ และขยายโอกาสในการเจริญเติมโตของธุรกิจไปยังระดับโลก เนื่องจากระเบียบข้อบังคับของสำนักงานสิทธิบัตรในแต่ละประเทศนั้นจะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน การเลือกใช้ตัวแทนสิทธิบัตรที่มีประสบการณ์ในการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในการขยายความคุ้มครองสิทธิบัตรไปยังต่างประเทศ เนื่องจากการใช้บริการตัวแทนสิทธิบัตรที่มีประสบการณ์จะช่วยลดข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการจัดเตรียมเอกสาร การร่างสัญญาต่าง ๆ รวมถึงการช่วยในการทบทวนรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งประดิษฐ์ให้เป็นไปตามแบบฟอร์มที่กำหนด ซึ่งข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น นอกเหนือจากการที่ทำให้ระยะเวลาในการพิจารณาสิทธิบัตรโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องถูกยืดออกไปแล้ว ยังอาจนำมาสู่ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นอีกด้วย 

 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ