OUR BLOG

4 เหตุผล ทำไมคุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

4 เหตุผล ทำไมคุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

ปัจจุบันนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นหนึ่งในเอกสารที่สําคัญสําหรับการทำธุรกิจของคุณ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ ไม่ว่าจะทำบริการบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อป (Destop) ก็ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวจะเข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยเหตุผล 4 ประการดังนี้
เหตุผลที่ 1: กฎหมายบังคับให้ต้องมีหากคุณมีการ เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
หนึ่งในเหตุผลที่สําคัญที่สุด ที่กำหนดว่าทําไมคุณถึงต้องจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยของเรามีการออกพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ ที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า “PDPA” ที่ประกาศให้มีผลบังคับใช้บางหมวดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา แต่ได้มีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ทั้งฉบับออกไป 1 ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สมบูรณ์ใน วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ที่จะถึงนี้ กำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง วัตถุประสงค์ของการประมวลผล แหล่งที่มาของการเก็บรวบรวมข้อมูล และทราบสิทธิ์ของตนเอง
เหตุผลที่ 2: บริการของคุณอาจมีการใช้บุคคลอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า
การทำธุรกิจของคุณอาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการจากบุคคลอื่น ในการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของคุณเพื่อนำผลที่ได้มาปรับปรุงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของคุณ หรือใช้บริการเครื่องมือสำหรับการทำ    โฆษณาออนไลน์ในรูปแบบการติดตามกลุ่มเป้าหมาย (Remarketing) ที่มีประสิทธิภาพ เช่น Google AdWords หรือ Google Analytics ซึ่งแต่ละที่มีการทำ Remarketing มีการเก็บและใช้ คุกกี้ (“Cookies”) เพื่อติดตามพฤติกรรมทางออนไลน์ของลูกค้าและนำไปประมวลผลเพื่อแสดงโฆษณาที่เหมาะสมและตรงตามความตามความสนใจของลูกค้า ด้วยเหตุผลนี้เอง ทําให้คุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพราะ การที่คุณให้บุคคลอื่น อย่างเช่น Google Analytics เข้ามาทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า จะต้องมีเงื่อนไขและข้อกําหนดเกี่ยวกับการยินยอมให้บุคคลนั้น ๆ เข้าประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้คุณและบุคคลอื่นสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวัตถุประสงค์และถูกต้องตามกฎหมาย
เหตุผลที่ 3: ลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น
เหตุผลอีกประการคือ ลูกค้าของคุณเริ่มตื่นตัวและใส่ใจความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของตนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์แล้ว โดยลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการที่จะรู้ว่าคุณมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างความไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับคุณ เช่น ชื่อ-สกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารที่จะต้องจัดทำเพียงเพราะกฎหมายกําหนดให้มีเท่านั้น แต่เป็นช่องทางสื่อสารที่ดีในการแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณเชื่อถือได้และมีขั้นตอนในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาด้วยความระมัดระวังตามขอบเขตของกฎหมาย
เหตุผลที่ 4: เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน และขอบเขตการเก็บ รวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรของคุณ
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกนำมาเป็นคัมภีร์ในการกำหนดระเบียบและวิธีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ รวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรของคุณ เนื่องจากคุณอาจจะมีบริการที่หลากหลายและมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกันออกไปตามบริการ การมีนโยบายส่วนบุคคลจะช่วยให้คุณและทีมของคุณกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการภายใต้ขอบเขต และจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรให้เหมาะสมกับบริการของคุณได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าของคุณต้องถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

จากที่กล่าวมาข้างต้น หากเราเข้าใจและให้ความสำคัญเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่กฏหมายจะเริ่มใช้ในเดือน มิถุนายน 2564  ที่จะถึงนี้ IDG เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงให้กิจการของท่านในอนาคตได้อย่างแน่นอน

📞IDG มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาทางด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ที่พร้อมให้คำแนะนำและช่วยเหลือธุรกิจของท่านให้ก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกต้อง
สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-011-7161 ext 104 / Line : @idgthailand
Click Here


บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

วิธีการยื่นสิทธิบัตรต่างประเทศ ตอนที่ 2 : เจาะลึกสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT)

หลังจากได้ทราบถึงความสำคัญของการยื่นจดสิทธิบัตรระหว่างประเทศในตอนที่แล้ว ผู้อ่านหลายท่านอาจจะยังคงเปรียบเทียบว่าระหว่างก

อ่านต่อ »