International Website

รู้หรือไม่?

ผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์..ต้องยื่นคำขอสิทธิบัตร
ก่อนโฆษณาหรือจำหน่ายสินค้าออกสู่ตลาด

ในกรณีที่ท่านได้มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่ และประยุกต์ใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม และ/หรือมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และท่านกำลังจะนำเอาการประดิษฐ์นี้ไปยื่นคำขอสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

แต่เผอิญว่า มีเหตุผลทางการตลาด หรือ เหตุผลใดๆ  ที่ทำท่านจะต้องเปิดตัวสินค้าของท่านในงานแสดงสินค้า หรือ ทางสื่อโฆษณาไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ใบปลิว, แคตตาลอก, หนังสือนิตยสาร, หนังสือพิมพ์ หรือ สื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Website, Blog ต่างๆ หรือ บทความในสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่เป็นการเปิดเผยถึงรายละเอียดของการประดิษฐ์อันเป็นสาระสำคัญ  หรือ เปิดเผยรูปภาพผลิตภัณฑ์ต่อสาธารณะชน ก่อนวันที่ท่านจะได้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร, สิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

ความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจจะเกิดขึ้น  มีดังต่อไปนี้

  • 1. มีความเสี่ยงที่จะถูกบุคคลภายนอกลอกเลียนงานประดิษฐ์ของท่าน และนำเอาไปยื่นคำขอสิทธิบัตรในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก่อนท่านเนื่องจากเมื่อท่านได้ทำการเปิดเผยงานประดิษฐ์คิดค้นของท่านออกสู่สาธาณชน โดยมีรายละเอียดเพียงพอที่จะทำให้บุคคลภายนอกสามารถนำไปยื่นคำขอสิทธิบัตร หรือสามารถผลิตสินค้าตามรายละเอียดการประดิษฐ์ที่ท่านเปิดเผยได้ เช่น งานประดิษฐ์ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนทางกลไกล ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำที่แยกช่อง หรือ โคมไฟที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ จะเห็นได้ว่า งานในลักษณะนี้เป็นงานที่เมื่อบุคลภายนอกได้เห็นเพียงครั้งเดียวก็สามารถผลิตเลียนแบบได้โดยง่ายเป็นต้นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คือ บุคคลเหล่านี้สามารถเอารายละเอียดการประดิษฐ์ที่ไม่ซับซ้อนมากเช่นนี้ ไปยื่นจดเป็นอนุสิทธิบัตร หรือ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อของตัวเอง และอ้างว่าตนเป็นผู้ประดิษฐ์ได้  ซึ่งเมื่อคนเหล่านี้ได้ไปยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ  ภาระการคัดค้าน หรือ เพิกถอน และการพิสูจน์ว่าท่านเป็นผู้ประดิษฐ์คนแรก และงานนี้เป็นงานที่ไม่ใหม่ จะตกอยู่กับท่านซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์ที่แท้จริง ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะตกเป็นภาระของท่าน และทำให้ท่านต้องเสียเงินและเสียเวลาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้เลียนแบบนำไปยื่นคำขอในต่างประเทศแล้วนั้น ค่าใช้จ่ายในการคัดค้านและเพิกถอนก็จะสูงขึ้นหลายเท่าตัว
  • 2. มีความเสี่ยงที่จะถูกบุคคลภายนอก มาคัดค้านหรือเพิกถอนสิทธิบัตรของท่านในกรณีที่ท่านได้ทำการโฆษณา เปิดตัวในงานสินค้า หรือ เปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์ของท่าน ออกสู่สาธารณชนไม่ว่าจะเป็นโดยช่องทางใดที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้น ก่อน  วันที่ท่านจะ ยื่นคำขอ อนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตามแต่กรณีบุคคลภายนอกมีสิทธิตามกฎหมายที่จะ
    • คัดค้านคำขอรับอนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หลังการประกาศโฆษณา
    • ฟ้องศาลขอเพิกถอนอนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดอายุสิทธิบัตรของท่าน

ยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจริง

บริษัทผลิตหลอดไฟ ก. ได้ฟ้อง บริษัทผลิตหลอดไฟ ข. ข้อหาละเมิดอนุสิทธิบัตรของ บริษัท ก.

แต่ทางบริษัท ข. ที่โดนฟ้องข้อหาละเมิด เห็นว่าตนไม่ได้ละเมิด เพราะว่ามีหลักฐานว่าบริษัท ก. ได้ทำการจัดจำหน่ายหลอดไฟตามอนุสิทธิบัตรในท้องตลาดตั้งแต่ ปี 2543  ก่อนวันที่ บริษัท ก. จะได้นำเอางานนี้ไปยื่นคำขออนุสิทธิบัตรต่อมาในปี 2544

บริษัท ข. จึงได้ยื่นคำฟ้องขอศาลเพิกถอนอนุสิทธิบัตรฉบับนี้ โดยยกประเด็นว่า งานของ บริษัท ก. เป็นงานที่มีการเปิดเผยมาก่อนวันที่ได้ยื่นคำขอ เนื่องจากได้ทำการจำหน่ายสินค้าออกจำหน่ายก่อนยื่นคำขอ ทำให้งานนี้ไม่มีความใหม่และไม่สมควรได้รับจดทะเบียนตั้งแต่แรก

ศาลฎีกาพิพากษา
ให้ บริษัท ข. ชนะคดี และมีคำสั่งให้เพิกถอน อนุสิทธิบัตรของบริษัท ก.

เนื่องจากเห็นว่า อนุสิทธิบัตรนี้ขาดความใหม่ ตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 จึงเป็นอนุสิทธิบัตรที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นอนุสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์ เห็นชอบที่จะเพิกถอนเสียได้ตาม ม. 65 และถือว่าการกระทำของ บริษัท ข. ไม่เป็นการละเมิดอนุสิทธิบัตร

อ้างอิง : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2448/2554

จากตัวอย่างคำพิพากษาศาลข้างต้นนี้ สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้ว่าคนที่เป็นผู้ประดิษฐ์งานก่อน ก็จะไม่ได้เป็นคนมีสิทธิดีกว่าเสมอไป เนื่องจากได้มีการจัดจำหน่ายงานประดิษฐ์ก่อนวันที่ได้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร ทำให้ขาดองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้อนุสิทธิบัตรมีความสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทำให้อนุสิทธิบัตรเป็นสิทธฺบัตรที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องถูกเพิกถอนไป เนื่องจากทำให้งานประดิษฐ์เป็นงานที่ไม่ใหม่อีกต่อไป

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

รู้หรือไม่?

ผู้คิดค้นสิ่งประดิษฐ์..ต้องยื่นคำขอสิทธิบัตร
ก่อนโฆษณาหรือจำหน่ายสินค้าออกสู่ตลาด

ในกรณีที่ท่านได้มีการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่ และประยุกต์ใช้ได้จริงในอุตสาหกรรม และ/หรือมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และท่านกำลังจะนำเอาการประดิษฐ์นี้ไปยื่นคำขอสิทธิบัตรต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา

แต่เผอิญว่า มีเหตุผลทางการตลาด หรือ เหตุผลใดๆ  ที่ทำท่านจะต้องเปิดตัวสินค้าของท่านในงานแสดงสินค้า หรือ ทางสื่อโฆษณาไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ใบปลิว, แคตตาลอก, หนังสือนิตยสาร, หนังสือพิมพ์ หรือ สื่อออนไลน์ช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram, Website, Blog ต่างๆ หรือ บทความในสื่อออนไลน์อื่นๆ ที่เป็นการเปิดเผยถึงรายละเอียดของการประดิษฐ์อันเป็นสาระสำคัญ  หรือ เปิดเผยรูปภาพผลิตภัณฑ์ต่อสาธารณะชน ก่อนวันที่ท่านจะได้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร, สิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรือ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์

ความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจจะเกิดขึ้น  มีดังต่อไปนี้

  • 1. มีความเสี่ยงที่จะถูกบุคคลภายนอกลอกเลียนงานประดิษฐ์ของท่าน และนำเอาไปยื่นคำขอสิทธิบัตรในประเทศไทยหรือในต่างประเทศก่อนท่านเนื่องจากเมื่อท่านได้ทำการเปิดเผยงานประดิษฐ์คิดค้นของท่านออกสู่สาธาณชน โดยมีรายละเอียดเพียงพอที่จะทำให้บุคคลภายนอกสามารถนำไปยื่นคำขอสิทธิบัตร หรือสามารถผลิตสินค้าตามรายละเอียดการประดิษฐ์ที่ท่านเปิดเผยได้ เช่น งานประดิษฐ์ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนทางกลไกล ยกตัวอย่างเช่น แก้วน้ำที่แยกช่อง หรือ โคมไฟที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ จะเห็นได้ว่า งานในลักษณะนี้เป็นงานที่เมื่อบุคลภายนอกได้เห็นเพียงครั้งเดียวก็สามารถผลิตเลียนแบบได้โดยง่ายเป็นต้นความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น คือ บุคคลเหล่านี้สามารถเอารายละเอียดการประดิษฐ์ที่ไม่ซับซ้อนมากเช่นนี้ ไปยื่นจดเป็นอนุสิทธิบัตร หรือ สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้ชื่อของตัวเอง และอ้างว่าตนเป็นผู้ประดิษฐ์ได้  ซึ่งเมื่อคนเหล่านี้ได้ไปยื่นคำขอต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย หรือ ต่างประเทศ  ภาระการคัดค้าน หรือ เพิกถอน และการพิสูจน์ว่าท่านเป็นผู้ประดิษฐ์คนแรก และงานนี้เป็นงานที่ไม่ใหม่ จะตกอยู่กับท่านซึ่งเป็นผู้ประดิษฐ์ที่แท้จริง ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้จะตกเป็นภาระของท่าน และทำให้ท่านต้องเสียเงินและเสียเวลาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีที่มีผู้เลียนแบบนำไปยื่นคำขอในต่างประเทศแล้วนั้น ค่าใช้จ่ายในการคัดค้านและเพิกถอนก็จะสูงขึ้นหลายเท่าตัว
  • 2. มีความเสี่ยงที่จะถูกบุคคลภายนอก มาคัดค้านหรือเพิกถอนสิทธิบัตรของท่านในกรณีที่ท่านได้ทำการโฆษณา เปิดตัวในงานสินค้า หรือ เปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์ของท่าน ออกสู่สาธารณชนไม่ว่าจะเป็นโดยช่องทางใดที่ได้ยกตัวอย่างมาแล้วข้างต้น ก่อน  วันที่ท่านจะ ยื่นคำขอ อนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตามแต่กรณีบุคคลภายนอกมีสิทธิตามกฎหมายที่จะ
    • คัดค้านคำขอรับอนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด หลังการประกาศโฆษณา
    • ฟ้องศาลขอเพิกถอนอนุสิทธิบัตร/สิทธิบัตรการประดิษฐ์/สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ ตลอดอายุสิทธิบัตรของท่าน

ยกตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นจริง

บริษัทผลิตหลอดไฟ ก. ได้ฟ้อง บริษัทผลิตหลอดไฟ ข. ข้อหาละเมิดอนุสิทธิบัตรของ บริษัท ก.

แต่ทางบริษัท ข. ที่โดนฟ้องข้อหาละเมิด เห็นว่าตนไม่ได้ละเมิด เพราะว่ามีหลักฐานว่าบริษัท ก. ได้ทำการจัดจำหน่ายหลอดไฟตามอนุสิทธิบัตรในท้องตลาดตั้งแต่ ปี 2543  ก่อนวันที่ บริษัท ก. จะได้นำเอางานนี้ไปยื่นคำขออนุสิทธิบัตรต่อมาในปี 2544

บริษัท ข. จึงได้ยื่นคำฟ้องขอศาลเพิกถอนอนุสิทธิบัตรฉบับนี้ โดยยกประเด็นว่า งานของ บริษัท ก. เป็นงานที่มีการเปิดเผยมาก่อนวันที่ได้ยื่นคำขอ เนื่องจากได้ทำการจำหน่ายสินค้าออกจำหน่ายก่อนยื่นคำขอ ทำให้งานนี้ไม่มีความใหม่และไม่สมควรได้รับจดทะเบียนตั้งแต่แรก

ศาลฎีกาพิพากษา
ให้ บริษัท ข. ชนะคดี และมีคำสั่งให้เพิกถอน อนุสิทธิบัตรของบริษัท ก.

เนื่องจากเห็นว่า อนุสิทธิบัตรนี้ขาดความใหม่ ตามมาตรา 6 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 จึงเป็นอนุสิทธิบัตรที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นอนุสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์ เห็นชอบที่จะเพิกถอนเสียได้ตาม ม. 65 และถือว่าการกระทำของ บริษัท ข. ไม่เป็นการละเมิดอนุสิทธิบัตร

อ้างอิง : คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2448/2554

จากตัวอย่างคำพิพากษาศาลข้างต้นนี้ สามารถสรุปได้ว่า ถึงแม้ว่าคนที่เป็นผู้ประดิษฐ์งานก่อน ก็จะไม่ได้เป็นคนมีสิทธิดีกว่าเสมอไป เนื่องจากได้มีการจัดจำหน่ายงานประดิษฐ์ก่อนวันที่ได้ยื่นคำขออนุสิทธิบัตร ทำให้ขาดองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้อนุสิทธิบัตรมีความสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทำให้อนุสิทธิบัตรเป็นสิทธฺบัตรที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ต้องถูกเพิกถอนไป เนื่องจากทำให้งานประดิษฐ์เป็นงานที่ไม่ใหม่อีกต่อไป

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy