Entries by IDG Admin

25 ศัพท์สิทธิบัตร นวัตกรรมและเทคโนโลยี

25 ศัพท์สิทธิบัตร
นวัตกรรมและเทคโนโลยี

         หากคุณต้องการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมมักจะเจอคำพวกนี้อยู่บ่อย ๆ ซึ่งบางครั้งอาจจะยังไม่เข้าใจความหมาย วันนี้เราได้รวบรวมคำศัพท์สำคัญที่คุณจำเป็นต้องรู้ไว้แล้ว

คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับสิทธิบัตร

  • สิทธิบัตร (Patent) คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (Invention) ในรูปแบบของสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent) หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ในรูปแบบของสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) ที่มีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ประดิษฐ์คิดค้นหรือผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์มีสิทธิที่จะผลิตสินค้า จำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง (อ่านเพิ่มเรื่อง สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการจดสิทธิบัตร)
  • อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์ แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย และมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น (อ่านเพิ่มเรื่อง สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการจดสิทธิบัตร)
  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) คือ หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองรูปลักษณ์ ลวดลาย หรือสีสันของงานออกแบบผลิตภัณฑ์เท่านั้น (ไม่ปกป้องในแง่ของการใช้งานหรือประโยชน์ใช้สอย) (อ่านเพิ่มเรื่อง สิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร และการจดสิทธิบัตร)
  • Patentability คือ การสืบค้นความเป็นไปได้ในการขอรับสิทธิบัตร/เอกสารก่อนหน้า โดยจะมีการตรวจสอบความใหม่ และขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
  • การยื่นคำขอผ่านระบบ PCT (Patent Cooperation Treaty) คือ การยื่นคำขอระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการยื่นขอรับความคุ้มครองในประเทศภาคีต่อไป (อ่านเพิ่มเรื่อง PCT)
  • ความอิสระในการดำเนินการ (Freedom To Operate: FTO) คือ การสืบค้นสิทธิบัตรเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิบัตรของผู้อื่น (อ่านเพิ่มเรื่อง FTO)
  • การวิเคราะห์ข้อมูลจากสิทธิบัตร (Patent Landscape) คือ การศึกษาข้อมูลเชิงลึกของเทคโนโลยีที่เราสนใจ โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้ผู้ใช้งานเห็นภาพกว้างของเทคโนโลยีนั้น ๆ ทำให้เข้าใจและสามารถตรวจสอบสิทธิบัตรได้ง่ายกว่าการอ่านด้วยตัวอักษร (อ่านเพิ่มเรื่อง Patent Landscape)
  • การอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) คือ การที่เจ้าของสิทธิอนุญาตให้ผู้ขอใช้สิทธิได้ใช้สิทธิใด ๆ เช่น ผลิต ขาย ใช้หรือมีไว้ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงความเป็นเจ้าของ ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
    1. การอนุญาตให้ใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Licensing) คือ การให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวให้กับผู้รับอนุญาตภายใต้ขอบเขตที่กำหนด โดยที่ผู้อนุญาตจะไม่มีสิทธิใด ๆ ในขอบเขตสิทธิเดียวกันนั้น ภายใต้กรอบเวลาที่กำหนด
    2. การอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยไม่จำกัดแต่เพียงผู้เดียว (Non-Exclusive Licensing) คือ การที่ผู้รับอนุญาตจะได้รับสิทธิตามขอบเขตที่ได้รับ แต่ผู้อนุญาตจะยังคงมีสิทธิในขอบเขตที่อนุญาตไป และยังสามารถอนุญาตให้ใช้สิทธิให้กับผู้รับอนุญาตรายอื่น ๆ ได้
    3. อนุญาตให้ใช้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวแต่ไม่จำกัดเจ้าของสิทธิ (Sole Licensing) คือ การที่ผู้อนุญาต จะยังคงมีสิทธิในขอบเขตที่ให้กับผู้รับอนุญาต แต่จะไม่สามารถอนุญาตใช้สิทธิให้กับคนอื่น ๆ ได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
  • ค่าเปิดเผยเทคโนโลยี (Disclosure fee) คือ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ขอรับอนุญาตชำระให้แก่ผู้อนุญาตเพื่อตอบแทนการเข้าถึงเทคโนโลยี อีกทั้งเป็นการแสดงถึงความพร้อมและความตั้งใจของผู้ขอรับอนุญาตในการขอใช้สิทธิในเทคโนโลยี
  • ค่าธรรมเนียมการอนุญาตใช้สิทธิ (Royalty fee) คือ ค่าธรรมเนียมที่ผู้ขอรับอนุญาตชำระให้แก่ผู้อนุญาตเพื่อตอบแทนการใช้เทคโนโลยีนั้น ๆ โดยจ่ายตามระยะเวลาในสัญญา ปกติจะคิดเป็นร้อยละของยอดขายในแต่ละปี ซึ่งอัตราที่คิดขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และสาขาเทคโนโลยี
  • สัญลักษณ์จำแนกการประดิษฐ์สากล (International Patent Classification: IPC) คือ การจัดกลุ่มสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตรแบ่งตามสาขาเทคนิคที่ใช้ มีทั้งหมด 8 กลุ่มและใช้สัญลักษณ์ A ถึง H ที่มีระบบแบบลำดับขั้น (hierarchical system) ในการระบุสาขาเทคนิคต่าง ๆ เช่น A61K เป็นสาขาที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมการสำหรับวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ หรือทันตกรรม (ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wipo.int/classifications/ipc/en/)

คำศัพท์สำคัญเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี

  • Innovation strategy คือ กลยุทธ์ทางนวัตกรรม เป็นแนวทางในการคิดและพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ ซึ่งเริ่มจากวิธีคิดในการสร้างธุรกิจที่พัฒนาจากแบบเดิม โดยการสร้างอุปสงค์ขึ้นมาใหม่ (Demand Creation) เพื่อจับกลุ่มที่ไม่ใช่ลูกค้าเดิม หรือ Non-customer group มากกว่าลูกค้ากลุ่มเดิมที่อยู่ในอุตสาหกรรม (อ่านเพิ่มเรื่อง กลยุทธ์ทางนวัตกรรม ด้วย Invention Rating Checklist)
  • Innovative thinking คือ การคิดเชิงนวัตกรรม เป็นกระบวนการคิดในแนวสร้างสรรค์เพื่อสร้างนวัตกรรมสิ่งใหม่ๆ ที่สามารถแก้ปัญหาของผู้ใช้งานได้ ซึ่งประโยชน์ที่ได้คือการเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับองค์กร และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (อ่านเพิ่มเรื่อง กระบวนการคิดเชิงนวัตกรรม ช่วยให้ผู้ซื้อ เป็นผู้ขายนวัตกรรมได้อย่างไร)
  • Intangible asset หรือสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีรูปร่าง ไม่มีตัวตน ไม่สามารถจับต้องได้ แต่สามารถสร้างมูลค่าและประเมินมูลค่าออกมาเป็นตัวเงินได้ รวมถึงให้ประโยชน์ต่อการดำเนินงานของกิจการ ประเภทของสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ได้แก่ สิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ สิทธิการเช่า สัมปทานและการอนุญาตให้ใช้สิทธิ เครื่องหมายการค้าและยี่ห้อการค้า ค่าความนิยม (อ่านเพิ่มเรื่อง ทำไมธุรกิจไทยต้องเร่งสร้างสินทรัพย์ไม่มีตัวตน)
  • Know-how หรือ ความรู้เชิงขั้นตอน (Procedural knowledge) เป็นองค์ความรู้หรือความชำนาญที่ใช้การได้จริงในทางปฏิบัติ ความรู้แบบ know-how จะใช้ในการแก้ปัญหาที่เกิดจากการทำงานเป็นส่วนใหญ่ บางองค์กรถือว่า know-how เป็นลิขสิทธิ์ของทางบริษัท ซึ่งสามารถแลกเปลี่ยนได้จากการซื้อขาย
  • Market analysis คือ การวิเคราะห์ตลาด เป็นการเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลหลายส่วน ทั้งการวิเคราะห์ลักษณะของอุตสาหกรรม หาตลาดเป้าหมาย วิเคราะห์คู่แข่ง เพื่อให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า และข้อมูลที่ได้จะช่วยให้บริษัทวางแผนการตลาดได้อย่างตรงจุดเพื่อเพิ่มยอดขายหรือขยายธุรกิจ ซึ่งการวิเคราะห์ข้อมูลจากสิทธิบัตรก็เป็นอีกวิธีที่สามารถวิเคราะห์ตลาดได้ (อ่านเพิ่มเรื่อง ขั้นตอนการวิเคราะห์ตลาด จากข้อมูลสิทธิบัตร)
  • Niche market คือ ตลาดเฉพาะกลุ่ม เป็นการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่ง Niche market ถือได้ว่าเป็นตลาดที่มีการแข่งขันต่ำและเป็นตลาดที่สินค้าส่วนมากมีกำไรต่อหน่วยค่อนข้างสูง
  • Open innovation คือ นวัตกรรมแบบเปิด เป็นแนวคิดการเปิดรับองค์ความรู้ระหว่างบริษัทและองค์กรต่าง ๆ โดยองค์ความรู้และนวัตกรรมสามารถหมุนเวียนเข้าออกแต่ละภาคส่วนได้อย่างอิสระ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ไม่สามารถพึ่งพาแค่องค์ความรู้ที่ตนเองสร้างขึ้นอย่างเดียว แต่ต้องพร้อมที่จะใช้องค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากภาคส่วนอื่น ๆ ซึ่งอาจได้มาโดยการซื้อสิทธิหรือใบอนุญาต นอกจากนี้องค์ความรู้ที่บริษัทผลิตขึ้นแต่ไม่มีการใช้ประโยชน์ ควรจะถูกนำออกไปจากบริษัท ผ่านการขายสิทธิ Spin-offs หรือร่วมลงทุน (อ่านเพิ่มเรื่อง การสร้างและประเภทของนวัตกรรมแบบเปิด โดย HUBBA)
  • Pilot plant คือ โรงงานต้นแบบหรือโรงงานนำร่อง เป็นระบบการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีแบบใหม่ก่อนนำไปใช้เชิงการค้า ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ โดยความรู้ที่ได้จะถูกนำไปใช้สำหรับออกแบบระบบการผลิตเต็มรูปแบบ หรือใช้สำหรับการวิจัยเพิ่มเติม และสนับสนุนการตัดสินใจลงทุน (ในประเทศไทยมีผู้ให้บริการ pilot plant อย่างเช่น (https://www.sciencepark.or.th/index.php/th/pilot-plant/)
  • Prototype คือ การสร้างต้นแบบหรือแบบจำลองจากผลงานที่ได้ออกแบบไว้ โดยมีลักษณะ คุณสมบัติ โครงสร้าง หรือรูปร่างเหมือนที่ออกแบบ เพื่อนำไปทดสอบกับกลุ่มเป้าหมายก่อนนำกลับมาพัฒนาอีกครั้ง (หากใครต้องการพัฒนา Prototype โดยได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ขอแนะนำ KX Knowledge Exchange: (https://www.kxinnovation.com/en)
  • Technology Readiness Level (TRL) คือ การบ่งชี้ระดับความพร้อมและเสถียรภาพของเทคโนโลยีตามบริบท การใช้งาน ซึ่งเป็นเครื่องมือบริหารจัดการโครงการหรือโปรแกรมที่นำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างนักเทคโนโลยีกับผู้ที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ โดย TRL มีทั้งหมด 9 ระดับ (อ่านเพิ่มเรื่อง การแบ่งระดับ TRL โดย NASA)
  • Technology transfer คือ การถ่ายทอดเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกระบวนการที่ความรู้ ประสบการณ์และเทคนิคในการผลิต การบริการ และจัดการ ได้ถ่ายทอดจากบุคคล วิสาหกิจหรือประเทศหนึ่งไปสู่อีกบุคคล อีกวิสาหกิจ หรืออีกประเทศหนึ่ง ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบของการเจรจาขอซื้อเทคโนโลยีแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey), การร่วมมือกันทางเทคโนโลยี (Collaboration), การนำผลิตภัณฑ์ของต่างประเทศมาดัดแปลง หรือการส่งคนไปศึกษาและดูงานทั้งในและต่างประเทศที่มีความเชี่ยวชาญ


   สิทธิบัตรกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยพัฒนาธุรกิจ IDG มีความเชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของคุณ ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียด

ทีมวิเคราะห์สิทธิบัตร

Tel : 02-0117161 ต่อ 302

Line : @idgthailand

E-mail : Pattaraporn.srg@idgthailand.com

R&D สิ่งที่คุณอาจมองข้ามก่อนลงทุนในยุคที่บริษัทเติบโตด้วยนวัตกรรม

R&D สิ่งที่คุณอาจมองข้ามก่อนลงทุนในยุคที่บริษัทเติบโตด้วยนวัตกรรม

R&D บอกอะไรได้บ้าง และ impact กับการลงทุนมากแค่ไหน?

        อย่างที่ทุกคนทราบ นักลงทุนทุกคนจะศึกษาข้อมูลของบริษัทรวมถึงสตาร์ทอัพ (start up) ที่สนใจที่จะลงทุนอยู่แล้ว โดยเฉพาะในเรื่องของสถานภาพทางการเงิน กำไร-ขาดทุน กระแสเงินสด ธุรกิจ การลงทุนจากบริษัทอื่น ๆ เช่น

การลงทุน R&D

        แต่เรื่องหนึ่งที่นักลงทุนหลาย ๆ คนอาจมองข้ามไปก็คือการศึกษาข้อมูล R&D

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูล R&D ?

       จากการให้ความสำคัญกับข้อมูลการเงินและการลงทุน ทำให้เห็นว่านักลงทุนทุกคนอยากลงทุนกับบริษัทที่มีงบการเงินอยู่ในเกณฑ์ดี มีกำไรสุทธิเฉลี่ยที่ดีถึงแม้ว่าจะมีการนำเงินไปขยายการผลิตบ้าง หลาย ๆ คนอาจมองว่า R&D อาจเป็นแค่ทีมทีมหนึ่งในบริษัท หากลองคิดตามความเป็นจริง R&D นั้นถือได้ว่าเป็นรากฐานสำคัญมากทีเดียว เพราะต่อให้บริษัทมีทีมการตลาดที่เก่งมากแค่ไหน หากสินค้าที่ผลิตออกมาไม่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่มีความโดดเด่น ประสิทธิภาพสู้คู่แข่งไม่ได้ก็คงไม่มีคนซื้อ ดังนั้นการศึกษาข้อมูล R&D ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรศึกษาก่อนลงทุน

การศึกษาข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยในบริษัทต่าง ๆ ทำให้เราเห็นถึง

       การศึกษา R&D นั้นเราอาจศึกษาได้จากหน้าเว็บ หรือ Annual report ว่ามีการจัดสรรเงินไปวิจัยและพัฒนากี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะแสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของการวิจัย อย่างไรก็ตามการที่เราดูแค่ตัวเลขเราก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าบริษัทวิจัยเทคโนโลยีอะไรกันอยู่ ดังนั้นทาง IDG ขอพูดถึงคำว่า “การวิเคราะห์ข้อมูลจากสิทธิบัตร” เพราะจำนวนสิทธิบัตรในบริษัทสามารถสะท้อนถึงปริมาณและคุณภาพของงานวิจัย และสิทธิบัตรยังเป็นสิ่งที่ยืนยันสำหรับบริษัท ว่าสิทธิของผู้เป็นเจ้าของเท่านั้นที่สามารถผลิตสินค้าและจัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งนักลงทุนทุกคนสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุนได้


          หากนักลงทุนหรือบริษัทที่มีความสนใจจะลงทุนกับบริษัทอื่น ๆ สามารถติดต่อสอบถามกับทาง IDG ได้ ทาง IDG มีนักวิเคราะห์สิทธิบัตรที่มีความเชี่ยวชาญและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจของคุณ ติดต่อเราเพื่อสอบถามรายละเอียด

ทีมวิเคราะห์สิทธิบัตร

Tel : 02-0117161 ต่อ 302

Line : @idgthailand

E-mail : Pattaraporn.srg@idgthailand.com


Corporate Identity Design คืออะไร? ทำไมเป็นสิ่งที่ทุกแบรนด์ควรมี

            เคยสงสัยกันไหม? ว่าอะไรบ้างที่ทำให้เราจดจำแบรนด์ดังๆได้ เช่น เราจดจำชื่อแบรนด์นี้ได้ เราเห็นสีแบบนี้แล้วเรานึกถึงแบรนด์นี้เป็นอันดับแรก logo Font การจัดวาง Artwork Template ถ้อยคำที่ใช้สื่อสาร หรือภาพลักษณ์ต่างๆที่สะท้อนให้ลูกค้าเห็นบ่อยๆ รวมไปถึงบุคลิกภาพของแบรนด์ที่สะท้อนผ่านการให้บริการ หรือคนในองค์กรที่มองเห็นและสะท้อนพันธกิจขององค์กรออกมาเหมือนกัน สิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่เป็นอัตลักษณ์ขององค์กร หรือเรียกว่า “Corporate Identity” (CI) หรือ Brand Identity นั่นเอง

           Corporate Identity (CI) หรือ Brand Identity คือ การสื่อสารเรื่องราวหรือภาพลักษณ์ขององค์กรสู่สายตาลูกค้า โดยที่เป็นการโฟกัสไปที่เรื่องของ Visual หรือการแสดงออกด้วยภาพนั่นเอง ซึ่งถือว่า CI เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากในการทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่บ่งบอกตัวตน ลักษณะเฉพาะขององค์กร และต้องมีความสอดคล้องกับเป้าหมายทางธุรกิจด้วย เมื่อเราสะท้อนอัตลักษณ์องค์กรของเราออกไปสู่สายตากลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการที่จะสื่อสารด้วย จะทำให้แบรนด์ของเรามีความโดดเด่น แตกต่างจากธุรกิจคู่แข่งประเภทเดียวกัน นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าของเราจดจำได้ ยังช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ  และทำให้แบรนด์ของเราอยู่ในใจลูกค้าได้ไม่ยาก

               องค์ประกอบที่จะทำให้แบรนด์ของเรามีความแข็งแกร่ง มีหลากหลายปัจจัยประกอบร่วมกัน จะขอยกองค์ประกอบหลักๆของ Corporate Identity ที่ควรจะมีค่ะ

1. บุคลิกภาพของแบรนด์ Persanolity Brand

เมื่อพูดถึง CI หลายๆคนอาจจะนึกถึงเรื่องของ Design ขึ้นมาก่อน ซึ่งจริงๆแล้วนอกจากเรื่องของ Design แล้ว การแสดงออกของแบรนด์ในด้านอื่นๆก็เป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆที่จำเป็นมาก การสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ของเราแตกต่าง ต้องเริ่มจากการที่แบรนด์ของเราต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่เราอยากสื่อสารคือใคร ทำไปเพื่ออะไร เป้าหมายที่แบรนด์ของเรายึดมั่นคืออะไร เมื่อตอบคำถามเหล่านี้ได้แล้ว สิ่งต่างๆจะค่อยๆตามมาและสะท้อนเป้าหมายออกมาให้เห็นเป็นภาพมากขึ้น

2. การออกแบบ Design

เมื่อวางบุคลิกภาพของแบรนด์ กลุ่มเป้าหมาย ทิศทางของแบรนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของการออกแบบ หรือ Corporate Identity Design ซึ่งส่วนนี้คิดว่าหลายคนคงพอจะนึกภาพออก อาทิเช่น Logo, Website, Ads Template, Stationery, Uniform และอื่นๆอีกมากมาย

2.1 การออกแบบโลโก้ Logo

สิ่งที่จะปรากฎอยู่ในทุกๆที่และสร้างการจดจำได้ดีที่สุดก็คือ Logo ถึงแม้ว่า Logo จะไม่ใช่ Brand หรือทุกสิ่งทุกอย่างของ Brand แต่ Logo เป็นส่วนสำคัญอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของการสื่อสารกับลูกค้าได้ง่ายที่สุดและอยู่ในทุกๆจุดที่เราต้องการสื่อสารแบรนด์ออกไป การออกแบบ Logo นั้นจึงควรคำนึงถึงการใช้งานในภาพรวม ว่าจะไปวางอยู่จุดไหน ส่วนไหนของสินค้า/บริการบ้าง ควรออกแบบให้สื่อสารถึง Persanolity Brand ที่เราได้วางไว้ด้วย และควรเลือกใช้สีที่มีความสอดคล้องไปกับธุรกิจของเราเพื่อสร้างการจดจำและสื่อสารอารมณ์ความรู้สึกถึงกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น Nike ที่เห็นรูปปีกไนกี้ก็จดจำได้ทันที หรือ Adidas แม้จะมีเพียงขีด3ขีด ไม่มีชื่อแบรนด์ ก็นึกออกทันที

2.2 สี Color palette

การเลือกใช้สีกับแบรนด์เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจากผู้คนส่วนใหญ่จดจำแบรนด์ได้จาก “สี” ที่เลือกใช้ และเมื่อเลือกใช้สีใดแล้ว ก็ควรนำไปใช้กับทุกๆสื่อที่ผลิตออกมาสู่สายตาของลูกค้า เช่น การทำ Website, บรรจุภัณฑ์ (Packaging), สีของ Logo แต่ทั้งนี้ เราสามารถเลือกแทรกสีอื่นที่ต่างเข้าไปใช้งานร่วมด้วยได้บ้างตามโอกาส แต่ไม่ควรใช้เยอะจนเกินไป จนทำให้สีหลักนั้นถูกลืมไป และควรใช้ไปตลอดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน  จะยิ่งตอกย้ำและสร้างการจดจำได้ดียิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์เครื่องดื่ม Coke ที่มีสีแดงเป็นเอกลักษณ์ หรือธุรกิจธนาคารที่ใช้สีสร้างการจดจำ เช่น ธนาคารออมสิน ที่ใช้สีชมพู, ธนาคารไทยพานิชย์ที่ใช้สีม่วง

2.3  ตัวอักษร Font 

การเลือกใช้ Font ประจำองค์กร ก็ถือเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน โดยเฉพาะการใช้ Font ในงานกราฟิกต่างๆ ควรใช้ชุด Font เดียวกันอย่างสม่ำเสมอ การเลือกรูปแบบ Font ให้เหมาะสมกับภาพลักษณ์ขององค์กรก็มีผลต่อการจดจำด้วยเช่นกัน เช่น หากต้องการให้ Brand มีความทันสมัย อาจเลือกใช้ชุด Font ที่ไม่มีหัว ตัวเรียวบาง ประเด็นสำคัญคือไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ อาจทำให้ลูกค้าสับสนได้ยกตัวอย่างเช่น IKEA ที่ออกแบบ Ads โดยใช้ชุด Font แบบเดียวกัน จัดวางให้มีความ Clean และ Minimal อยู่ตรงไหนคนก็จำได้

2.4 Template

ในการทำธุรกิจ การสื่อสารกับลูกค้าในช่องทางต่างๆ การส่งอีเมล นามบัตร หัวจดหมายต่างๆ เกิดขึ้นอยู่แทบทุกวัน ยิ่งในยุคที่ทุกธุรกิจควรมีตัวตนบน Platform online มีการทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อสื่อสารแบรนด์อยู่เสมอ การสร้าง Template ที่มีความสอดคล้องกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน จะทำให้ธุรกิจมีภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง เป็นมืออาชีพ และสร้างภาพจำได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่าง AIS ที่ใช้สีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์มาเป็นจุดเด่นที่ต้องมีในทุกๆที่

ในยุคปัจจุบันที่ทุกคนสามารถมีธุรกิจเป็นของตัวเองได้ไม่ยาก แต่สิ่งสำคัญและยากยิ่งกว่าคือการสร้างตัวตนของแบรนด์ ให้แข็งแกร่งและสู้กับคู่แข่งที่มีอยู่อย่างมากมาย ทำให้แบรนด์ เป็นที่จดจำและอยู่ในใจของลูกค้า การมี Corporate Identity Design ที่แข็งแรงนั้นเป็นสิ่งสำคัญและทุกแบรนด์ ควรจะมี ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเล็กหรือใหญ่ก็ตาม การสื่อสาร CI ที่คุมโทนและต่อเนื่อง จะช่วยให้ตัวตนแบรนด์ เป็นที่จดจำได้ง่ายยิ่งขึ้น  อย่าลืมที่จะศึกษาคู่แข่ง และติดตามเทรนด์อยู่ตลอด หรือสามารถใช้เครื่องมือทางการตลาดในการศึกษาความคิดเห็นของลูกค้าก็ได้เช่นกัน ว่า Brand CI ของเรานั้นยังมีอะไรที่สามารถปรับปรุงให้ดียิ่งๆขึ้นไปได้ รวมไปถึงการที่เราจะต้องมีการพัฒนา Product หรือ Service ธุรกิจของเราอยู่อย่างสม่ำเสมอด้วยเช่นกัน เมื่อทำทั้งหมดนี้แล้ว Brand ของคุณจะต้องมีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตนที่ยากจะเลียนแบบอย่างแน่นอน


IDG ให้บริการออกแบบโลโก้ และ อัตลักษณ์องค์กร (corporate Identity)  

สร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ (Brand Identity) ที่จะเสริมธุรกิจของคุณให้แข็งแรง และเป็นที่จดจำด้วยความโดดเด่น แตกต่าง และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เรายินดีให้คำปรึกษา ด้านการออกแบบเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์และธุรกิจของคุณ

https://idgthailand.com/design/#logodesign 

https://idgthailand.com/design/#CIdesign 

สิทธิบัตรใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

สิทธิบัตรใกล้ตัวกว่าที่คุณคิด

ในโลกปัจจุบันได้มีการสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ออกมามากมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้คนที่มีอย่างหลากหลาย ซึ่งบางสิ่งประดิษฐ์มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย จนทำให้คนส่วนใหญ่อาจจะมองว่าเป็นสิ่งของทั่วไปที่ไม่ได้มีความโดดเด่นอะไร และมันอาจดูธรรมดาเสียจนไม่น่าที่จะนำไปจดเป็นสิทธิบัตรได้ แต่รู้หรือไม่ว่า มีสิทธิบัตรจำนวนไม่น้อยที่เกิดจากการนำสิ่งของเครื่องใช้รอบตัวมาต่อยอด พัฒนา หรือออกแบบเพิ่มเติม และจดทะเบียนขอรับความคุ้มครองเป็นสิทธิบัตรประเภทต่าง ๆ ซึ่งบางอย่างก็ใกล้ตัวเราจนคาดไม่ถึง ลองมาดูงานเหล่านี้กันครับ

1. กระติกน้ำแข็ง (คำขอรับสิทธิบัตรเลขที่คำขอ “1803000604” ชื่อการประดิษฐ์ “กระติกน้ำแข็งที่มีฝาเปิดกางได้ 180 องศา”)

: หลายคนคงเคยไปแคมป์ปิ้งปิกนิกกับครอบครัว หรือไปสังสรรค์กับเพื่อน และคงได้มีโอกาสใช้กระติกน้ำแข็งกันอยู่บ้าง ซึ่งในฐานข้อมูลสิทธิบัตรไทยพบว่า มีผู้พัฒนากระติกน้ำแข็งและนำมาจดเป็นสิทธิบัตรโดย ลักษณะพิเศษที่โดดเด่น คือ การทำให้ฝากระติกสามารถกางได้ 180 องศา ดังแสดงในรูปด้านล่าง

2. แฟ้มเก็บเอกสาร (คำขอรับสิทธิบัตรเลขที่คำขอ “1703002452” ชื่อการประดิษฐ์ “แฟ้มกล่องอเนกประสงค์”)

: คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้ว่าในปัจจุบันจะมีการรณรงค์ให้ลดการใช้เอกสารในรูปแบบกระดาษ และส่งเสริมการใช้เอกสารในรูปแบบไฟล์อิเล็กโทรนิค แต่เอกสารในรูปแบบกระดาษก็ยังมีความจำเป็นสำหรับการทำงานในบางลักษณะ ส่งผลให้การจัดเก็บเอกสารด้วยแฟ้มเอกสารยังคงมีความสำคัญ พบว่ามีผู้นำแฟ้มเอกสารมาออกแบบและพัฒนาเพิ่มเติม และนำไปจดสิทธิบัตร โดยการเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ยึดเอกสารภายในแฟ้ม ทำให้ไม่จำเป็นต้องเจาะรูบนกระดาษเพื่อใส่เอกสารเข้าไปในแฟ้ม ดังแสดงในรูปด้านล่าง

3. คลีปหนีบกระดาษ (คำขอรับสิทธิบัตรเลขที่คำขอ “0902001922” ชื่อการประดิษฐ์ “คลิปหนีบกระดาษ” และคำขอรับสิทธิบัตรเลขที่คำขอ “0602000865” ชื่อการประดิษฐ์ “คลิปหนีบกระดาษ”)

: ในบรรดาอุปกรณ์สำหรับสำนักงาน หลายคนคงได้ใช้คลิปหนีบกระดาษนี้ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เหมือนว่าล่องหนได้เพราะมักจะหมดไปจากโต๊ะทำงานโดยไม่รู้ตัว คลิปหนีบกระดาษได้มีผู้ออกแบบรูปร่าง ลักษณะภายนอกใหม่ และมีการนำมายื่นจดสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ไว้ด้วย ดังรูปที่แสดงด้านล่าง ถึงแม้ว่าคลิปหนีบกระดาษจะไม่ได้มีการทำงานที่ซับซ้อน แต่หากมีการออกแบบใหม่ก็สามารถขอรับความคุ้มครองลักษณะภายนอกของมันได้

4. ภาชนะรองแก้วน้ำ (คำขอรับสิทธิบัตรเลขที่คำขอ “0601004700”ชื่อการประดิษฐ์ “ภาชนะรองแก้ว”)

: สำหรับคนที่ชอบนำแก้วน้ำมาวางไว้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะกินข้าว หรือวางบนเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำเย็น น่าจะเจอปัญหาการเกิดหยดน้ำบนพื้นผิวที่นำไปวาง ซึ่งในบางครั้งที่รองแก้วทั่วไปก็ไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ สำหรับปัญหานี้ได้มีผู้ให้ความสนใจและนำมาสร้างสรรค์เป็นสิ่งของเพื่อแก้ไขการเกิดหยดน้ำอยู่บนพื้นผิวที่ไม่ต้องการ โดยการพัฒนาที่รองแก้วโดยเพิ่มที่เก็บน้ำขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง เพื่อลดหยดน้ำที่จะติดอยู่ใต้แก้ว ดังแสดงในรูปด้านล่าง และนำไปจดเป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์อีกด้วย

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นได้ว่าสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรานั้น สามารถนำมาออกแบบและพัฒนาเพิ่มเติมให้มีความโดดเด่นและดีกว่าเดิม รวมถึงเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้มีการคิดค้นและพัฒนาขึ้นมาเป็นคนแรกและยังไม่ได้ผลิตหรือจำหน่ายไปแล้ว สามารถนำไปยื่นจดเป็นสิทธิบัตรเพื่อให้ได้รับสิทธิในผลงานนั้น ๆ แต่เพียงผู้เดียวอีกด้วย ดังนั้นอย่าเพิ่งคิดว่าผลงานหรือสิ่งประดิษฐ์ของคุณที่ผ่านการคิดค้นพัฒนามาอย่างตั้งใจและยากลำบาก จะไม่สามารถยื่นจดสิทธิบัตรได้ โดยหากท่านยังไม่มั่นใจว่าสินค้าของท่านจะจดเป็นสิทธิบัตรได้ไหม สามารถติดต่อสอบถามทาง IDG เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำสำหรับรายละเอียดต่าง ๆ ในการยื่นจดสิทธิบัตร IDG ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำแก่ท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ครับ

I-MATCHING ปีที่ 3 : 18 พ.ค. : มหาวิทยาลัยขอนแก่น

i-matching ปีที่ 2 ครั้งที่ 4  📣

กิจกรรมนำเสนอผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่พร้อมให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ

สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ

 

ครั้งที่ 4 พบกับผลงานจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

.

พบกับผลงานที่โดดเด่น 12 ผลงาน

1. ปลาส้มผงรสสมุนไพร
2. ปลาส้มผงรสสาหร่าย
3. ถุงเจลโพลิเมอร์สำหรับประคบ
4. กรรมวิธีการผลิตเต้าหู้กาบา
5. สูตรสารสกัดต้านการอักเสบสำหรับแผลที่ผิวหนัง
6. สูตรผักแผ่นอบกรอบ
7. สูตรขนมปังกรอบที่มีส่วนผสมของแป้งกล้วย
8. ข้าวพร้อมรับประทานเสริมโปรตีนไฮโดรไลเซทจากรำข้าว
9. เยลลี่สำหรับผู้มีปัญหาการเคี้ยวและกลืน
10. อุปกรณ์ตัดแยกหัวมันสำปะหลังออกจากเง้า
11. ผงไขน้ำปรุงรสและกรรมวิธีการผลิตผงไข่น้ำปรุงรสดังกล่าว
12. สูตรผงไขน้ำปรุงรส

 

โดยผ่านช่องทางออนไลน์ Zoom Webinar

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

พิมพ์พรรณ อโณทัยนาท (ฝ่ายสิทธิบัตร)

โทรศัพท์ 02-011-7161 ต่อ 301

Email. phimphan.an@idgthailand.com

Line: @idgthailand

Website: https://idgthailand.com/i-matching-live/

I-Matching ครั้งต่อไป

4 เหตุผล ทำไมคุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

4 เหตุผล ทำไมคุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)

     ปัจจุบันนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลถือเป็นหนึ่งในเอกสารที่สําคัญสําหรับการทำธุรกิจของคุณ ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะเป็นแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์ ไม่ว่าจะทำบริการบนเว็บไซต์ แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรือแอปพลิเคชันบนเดสก์ท็อป (Destop) ก็ตาม นโยบายความเป็นส่วนตัวจะเข้ามามีบทบาทสำคัญด้วยเหตุผล 4 ประการดังนี้

เหตุผลที่ 1: กฎหมายบังคับให้ต้องมีหากคุณมีการ เก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

หนึ่งในเหตุผลที่สําคัญที่สุด ที่กำหนดว่าทําไมคุณถึงต้องจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากวันนี้ประเทศไทยของเรามีการออกพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ ที่เราเรียกกันคุ้นหูว่า “PDPA” ที่ประกาศให้มีผลบังคับใช้บางหมวดไปเมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา แต่ได้มีการขยายระยะเวลาการบังคับใช้ทั้งฉบับออกไป 1 ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้สมบูรณ์ใน วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ที่จะถึงนี้ กำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลใดที่มีการเก็บ รวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล จะต้องจัดทำนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อเป็นการแจ้งให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึง วัตถุประสงค์ของการประมวลผล แหล่งที่มาของการเก็บรวบรวมข้อมูล และทราบสิทธิ์ของตนเอง

เหตุผลที่ 2: บริการของคุณอาจมีการใช้บุคคลอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

การทำธุรกิจของคุณอาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้บริการจากบุคคลอื่น ในการประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าของคุณเพื่อนำผลที่ได้มาปรับปรุงเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นของคุณ หรือใช้บริการเครื่องมือสำหรับการทำ    โฆษณาออนไลน์ในรูปแบบการติดตามกลุ่มเป้าหมาย (Remarketing) ที่มีประสิทธิภาพ เช่น Google AdWords หรือ Google Analytics ซึ่งแต่ละที่มีการทำ Remarketing มีการเก็บและใช้ คุกกี้ (“Cookies”) เพื่อติดตามพฤติกรรมทางออนไลน์ของลูกค้าและนำไปประมวลผลเพื่อแสดงโฆษณาที่เหมาะสมและตรงตามความตามความสนใจของลูกค้า ด้วยเหตุผลนี้เอง ทําให้คุณต้องมีนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพราะ การที่คุณให้บุคคลอื่น อย่างเช่น Google Analytics เข้ามาทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า จะต้องมีเงื่อนไขและข้อกําหนดเกี่ยวกับการยินยอมให้บุคคลนั้น ๆ เข้าประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงเป็นเอกสารสำคัญที่จะทำให้คุณและบุคคลอื่นสามารถประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามวัตถุประสงค์และถูกต้องตามกฎหมาย

เหตุผลที่ 3: ลูกค้าเริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เหตุผลอีกประการคือ ลูกค้าของคุณเริ่มตื่นตัวและใส่ใจความเป็นส่วนตัวในข้อมูลของตนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพูดถึงการเก็บ รวบรวม ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์แล้ว โดยลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการที่จะรู้ว่าคุณมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อสร้างความไว้วางใจมากน้อยแค่ไหน ก่อนที่เขาเหล่านั้นจะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับคุณ เช่น ชื่อ-สกุล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขบัตรเครดิต เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงไม่ได้เป็นเพียงเอกสารที่จะต้องจัดทำเพียงเพราะกฎหมายกําหนดให้มีเท่านั้น แต่เป็นช่องทางสื่อสารที่ดีในการแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าคุณเชื่อถือได้และมีขั้นตอนในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลของพวกเขาด้วยความระมัดระวังตามขอบเขตของกฎหมาย

เหตุผลที่ 4: เพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน และขอบเขตการเก็บ รวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลในองค์กรของคุณ

นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอาจถูกนำมาเป็นคัมภีร์ในการกำหนดระเบียบและวิธีการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการเก็บ รวบรวม ใช้ ข้อมูลส่วนบุคคลภายในองค์กรของคุณ เนื่องจากคุณอาจจะมีบริการที่หลากหลายและมีการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่แตกต่างกันออกไปตามบริการ การมีนโยบายส่วนบุคคลจะช่วยให้คุณและทีมของคุณกำหนดเงื่อนไขการใช้บริการภายใต้ขอบเขต และจัดการกับข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไรให้เหมาะสมกับบริการของคุณได้ง่ายขึ้น เพื่อไม่ให้ลูกค้าของคุณต้องถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพจากการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า

จากที่กล่าวมาข้างต้น หากเราเข้าใจและให้ความสำคัญเรื่องนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่กฏหมายจะเริ่มใช้ในเดือน มิถุนายน 2564  ที่จะถึงนี้ IDG เชื่อว่าจะลดความเสี่ยงให้กิจการของท่านในอนาคตได้อย่างแน่นอน

เครื่องหมายสามมิติ คืออะไร

เครื่องหมาย 3 มิติ คืออะไร

          การจดทะเบียนเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุหรืออาจเรียกได้ว่า เครื่องหมายสามมิติ นั้น ต้องเข้าใจก่อนว่า คำว่า “รูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ” หมายถึง เครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุที่แสดงถึงด้านกว้าง ด้านยาว ด้านลึก และแสดงชัดเจนให้เห็นความแตกต่างจากเครื่องหมายในลักษณะอย่างอื่นตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๔ เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด ภาพประดิษฐ์ เป็นต้น

          และในการยื่นจดทะเบียนจะต้องแสดงทั้งด้านกว้าง ด้านยาว ด้านลึก ซึ่งอาจเป็นตัวสินค้า (Product Design) หรือเป็นบรรจุภัณฑ์สินค้า (Product Packaging) ก็ได้ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้วางระเบียบแนวทางในการพิจารณารับจดทะเบียนเครื่องหมายเหมือนแนวทางการรับจดทะเบียนเครื่องหมายทั่วไป ดังนี้

  1. ต้องเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
  2. เป็นเครื่องหมายที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียน
  3. เป็นเครื่องหมายที่ไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว

เครื่องหมายการค้า คำขอเลขที่ 832305 (บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด)

          ในปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศก็เริ่มนิยมนำเครื่องหมาย 3 มิติ มาจดทะเบียนกันมากขึ้น แต่แนวปฏิบัติของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกันไป ส่วนในประเทศไทยนับว่ายังไม่เป็นที่นิยมในการจดทะเบียนมากนัก ดังจะเห็นได้จากการยื่นขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหลายคำขอที่ส่วนใหญ่จะยื่นจดในลักษณะรูปเครื่องหมายทั่วๆไป

ทั้งนี้หากเรามีเครื่องหมายการค้าที่เป็นลักษณะรูปร่างหรือรูปทรงของวัตถุ ก็สามารถเลือกขอรับความคุ้มครองในรูปทรงดังกล่าวโดยเลือกในคำขอยื่นจดทะเบียนได้เลย

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยตรงที่ฝ่ายเครื่องหมายการค้าของเรา
โดยจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและแนะนำท่านอย่างเต็มที่ในทุกบริการ
โทร: 02-011-7161 ถึง 6
ฝ่ายสิทธิบัตร กรุณากด 301, 302, 303, 304
E-Mail: patent@idgthailand.com

Click Here

PEUGEOT ความท้าทายใหม่ในการสร้าง Brand Identity

        ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์รถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสอย่าง PEUGEOT จะออกมาส่งเสียงคำราม ประกาศความเป็นเจ้าตลาดยักษ์ใหญ่ในวงการผู้ผลิตรถยนต์ฝั่งยุโรป ซึ่งในขณะนี้ต้องยอมรับเลยว่ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังพัฒนาและแข่งขันกันด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ถึงแม้ PEUGEOT จะเป็นแบรนด์จักรยานยนต์และรถยนต์ที่มีประวัติยาวนานกว่าสองศตวรรษ 

        การออกมาปรับภาพลักษณ์ในครั้งนี้เป็นการออกมาประกาศตัวว่าถึงแม้แบรนด์ของเขาจะเก่าแก่ แต่แบรนด์ของเขาจะไม่เลือนหายตามกาลเวลา และนี่เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ใหม่ เพื่อสร้างความชัดเจนและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณ โดยการเปิดตัวโลโก้ใหม่นี้ก็เพื่อตอกย้ำบุคลิกและเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ PEUGEOT

ตั้งแต่ปี 1858 ที่ PEUGEOT เลือกใช้สัญลักษณ์ของสิงโต ในการสื่อสารภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่ง และ รวดเร็ว นับจากนั้นมา PEUGEOT ได้มีการปรับโลโก้มาแล้วถึง 10 ครั้งด้วยสิงโตในรูปแบบต่างๆ หลังจากที่เปิดตัวโลโก้ใหม่ในปี 2021 หลายคนคงอดนึกถึงโลโก้ PEUGEOT ในปี 1960 ไม่ได้ อาจจะมีความคล้ายอยู่บ้างแต่ก็ไม่เหมือนกันซะทีเดียว โดยโลโก้ใหม่นี้ได้รับการออกแบบจากสิงโตทั้งตัวให้เหลือเพียงส่วนหัวโดยออกแบบให้เป็น2มิติเพื่อรองรับการใช้งานบนแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น

        สิงโตในปี 2021 จะไม่ได้หมายความถึงความแข็งแกร่งเหมือนที่ผ่านมาเพียงอย่างเดียว แต่ PEUGEOT ได้ถ่ายทอดความสง่างามผ่านแผงคอที่อยู่ภายในรูปทรงของโล่ ซึ่งโล่ในโลโก้ที่เราเห็นก็ได้แฝงประวัติศาสตร์ของ PEUGEOT ไว้  รูปทรงโล่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตราประจำเมืองเบลฟอร์ตซึ่งเป็นฐานการผลิต ที่ทำให้ PEUGEOT กลายเป็นผู้ผลิตรถยนต์แนวหน้าของฝรั่งเศสจนถึงทุกวันนี้ นอกจากการถ่ายทอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน ยังสะท้อนในเห็นถึงความมุ่งมั่นและประสบการณ์ที่ผ่านมา สร้างให้เกิดความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์

       โลโก้ใหม่นี้ถูกนำมาใช้กับ PEUGEOT 308 ปี 2021 เป็นรุ่นแรก และในอนาคตเราจะได้เห็นโลโก้นี้อยู่บนผลิตภัณฑ์ โชว์รูม และ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ของ PEUGEOT เพราะนี่ไม่ใช่การเปลี่ยนโลโก้แต่นี่เป็นการพลิกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ PEUGEOT โดยถ่ายทอดเรื่องราวถึงสิ่งที่พวกเขาทำในอดีต สิ่งที่พวกเขาทำในปัจจุบัน และ สิ่งที่พวกเขาจะทำในอนาคต เข้าด้วยกันผ่านการออกแบบที่สง่างาม ทรงคุณค่า และเหนือกาลเวลา ด้วยการปรับ Brand Identity ใหม่ทั้งหมด

ด้วยการออกแบบ Visual Identity ไม่ว่าจะเป็นโทนสี หรือ ตัวอักษร กราฟฟิก ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยมากขึ้น มุ่งหน้าไปสู่อนาคตด้วยการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยยังคงความ คลาสสิคของแบรนด์ไว้ เชื่อมโยงวิสัยทัศน์ให้สอดรับกับแผนกลยุทธ์ใหม่ผ่านการสื่อสารภาพลักษณ์ 

        พร้อมทั้งปล่อยแคมเปญ  LIONS OF OUR TIME  ซึ่งถือว่าเป็แคมเปญแรกในรอบ 10ปี ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความแตกต่างของผู้คนด้วยหลากหลายทั้งช่วงวัย ความสนใจ และ วิถีชีวิต ในขณะที่โลกหมุนเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเรื่อย ๆ “เวลา กลายเป็นหนึ่งใน ทรัพย์สินที่หายากและมีค่าที่สุด นับว่าเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของ PEUGEOT ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ ด้วยคำมั่นสัญญาที่พวกเขาจะเปลี่ยนช่วงเวลาที่ลูกค้าจะได้รับจากนี้ให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่าและมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์แบบ ผ่านการสร้าง Brand Experience ให้กับกลุ่มลูกค้า ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เป็นมากกว่า สินค้า หรือ บริการ แต่ถูกรวมให้เป็นไลฟ์สไตล์ซึ่งนี่เป็นหนึ่งอีกหนึ่งกลยุทธที่ PEUGEOT เลือกใช้ในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า 

       โลโก้ สโลแกน และ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ถือเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในการสื่อสาร ทางการตลาดให้กับกลุ่มลูกค้า เป็นการสะท้อนอัตลักษณ์ และวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน สามารถสร้างความแตกต่างทางธุรกิจ และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้า ไม่ว่า ธุรกิจของคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน คุณสามารถสร้างเอกลักษณ์และความแตกต่าง ทางธุรกิจได้ IDG ให้บริการออกแบบโลโก้ และ อัตลักษณ์องค์กร (corporate Identity)  

สร้างอัตลักษณ์ให้กับแบรนด์ (Brand Identity) ที่จะเสริมธุรกิจของคุณให้แข็งแรง และ

เป็นที่จดจำด้วยความโดดเด่น แตกต่าง และไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ เรายินดีให้คำปรึกษา ด้านการออกแบบเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้กับแบรนด์และธุรกิจของคุณ https://idgthailand.com/design/#logodesign 

https://idgthailand.com/design/#CIdesign 

บริการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร, Logo, ติดต่อทีมออกแบบ 02-011-7161 ต่อ 202  design@idgthailand.com  

I-MATCHING ปีที่ 3 : 20 เม.ย. 2564: มหาวิทยาลัยพะเยา

i-matching ปีที่ 2 ครั้งที่ 3  📣

กิจกรรมนำเสนอผลงานทรัพย์สินทางปัญญาที่พร้อมให้ผู้ประกอบการ และผู้สนใจ

สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงพาณิชย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ

 

ครั้งที่ 3 พบกับผลงานจากมหาวิทยาลัยพะเยา

.

พบกับผลงานที่โดดเด่น

1.สูตรตำรับครีมเจลบำรุงผิวที่สามารถเปลี่ยนเป็นหยดน้ำนมเมื่อทาลงบนผิว (Milky drop moisturizing cream-gel formulation) และเทคนิคการเพิ่มความคงตัวทางกายภาพ

2.สูตรและกรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์ไพรเมอร์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบพลู

3.สูตรและกรรมวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์เจลแต้มสิวที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากใบพลู

4.สูตรและกรรมวิธีการผลิตรองพื้นชนิดเพสต์ที่ปราศจากน้ำหรือรูปแบบมูส (mousse) ที่ใช้สีธรรมชาติจากครั่งและขมิ้นอ้อยเป็นพื้นฐาน

5.สบู่มะแขว่นลดการอักเสบของสิวและทำให้ผิวขาวซึ่งมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ

6.แกรนูลปูนแดงเคลือบมะแขว่น

7.กระบวนการผลิตผ้าต้านแบคทีเรียแกรมบวกด้วยการหมักผ้าร่วมกับแอคติโนแบคทีเรียและกรรมวิธีการสกัดสารเคลือบและตรึงสารโดยตรงจากการหมักด้วยการใช้ความร้อน

พิเศษพบกับช่วงใหม่ i-Matching Talk ที่เราจะพูดคุยกับนักวิจัย และอาจารย์จากหน่วยงานที่เข้าร่วม i-Matching ครั้งนั้น ๆ เพื่อแชร์ไอเดีย ประสบการณ์ในการแลกเปลี่ยนทรัพย์สินทางปัญญาครับ

โดยผ่านช่องทางออนไลน์ Zoom Webinar

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

พิมพ์พรรณ อโณทัยนาท (ฝ่ายสิทธิบัตร)

โทรศัพท์ 02-011-7161 ต่อ 301

Email. phimphan.an@idgthailand.com

Line: @idgthailand

Website: https://idgthailand.com/i-matching-live/

I-Matching ครั้งต่อไป

5 เหตุผล ทำไมผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของคุณไม่จำเป็นต้องจดสิทธิบัตร

5 เหตุผล ทำไมผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของคุณไม่จำเป็นต้องจดสิทธิบัตร

          หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ประกอบ, startup, SMEs, นักประดิษฐ์หรือนักวิจัยที่มีการประดิษฐ์ คิดค้น หรือวิจัยพัฒนา ให้ได้มาซึ่งนวัตกรรม หรือผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่มีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือเพื่อเพิ่มศักยภาพและความได้เปรียบในการแข่งขันทางการตลาด การถูกลอกเลียน หรือละเมิดสิทธิในการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คงเป็นสิ่งที่คุณไม่อยากให้เกิดขึ้น เนื่องจากการได้มาซึ่งนวัตกรรมหรือสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น แลกมาด้วยต้นทุนทางความคิด ค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงระยะเวลาที่ต้องใช้ไป

          แต่อย่างไรก็ดีสำหรับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ในบางลักษณะ ก็ไม่จำเป็นต้องจดสิทธิบัตรเพื่อให้ได้รับสิทธิคุ้มครองในสิ่งประดิษฐ์หรือผลงานนวัตกรรมก็ได้ วันนี้ IDG เลยลอง นำ  5 เหตุผล ทำไมผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของคุณไม่จำเป็นต้องจดสิทธิบัตร ได้มาลองเช็คกันหากคุณกำลังลังเลว่าจะจดสิทธิบัตรดีไหม

1. คุณเป็นคนใจดี ต้องการเผื่อแผ่ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นได้ให้ใครๆ เอาไปทำตาม

          : ถ้าคุณอยากทำบุญโดยการให้ผู้อื่นเอาผลิตภัณฑ์ที่คุณทุ่มเทวิจัยมาไปทำการผลิต, จัดจำหน่าย และส่งออกไปจำหน่ายนอกประเทศ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากคุณ หรือแม้แต่แบ่งผลประโยชน์ใดๆ ให้คุณเลย รวมถึงไม่ได้บอกชื่อผู้ประดิษฐ์ของผลิตภัณฑ์นั้น การยื่นขอรับความคุ้มครองคงไม่จำเป็น เพราะจะทำให้คุณเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินการยื่นจดเปล่าๆ

 

2. ผลิตภัณฑ์ของคุณก็เหมือนๆ กับที่คนอื่นเขาขายกันอยู่

          : ถ้าผลิตภัณฑ์ของคุณ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ต่างจากคู่แข่งมากนัก หรือมีผลิตภัณฑ์อื่นที่มีรูปแบบใกล้เคียงกันอยู่แบบทั่วไปตามท้องตลาด คงไม่มีความจำเป็นต้องยื่นขอรับความคุ้มครองหรอก เพราะถ้าหากยื่นขอรับความคุ้มครองไป ก็มีโอกาสมากที่จะไม่ได้รับจด เนื่องจากขาดเรื่องความใหม่ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็น 1 ในเกณฑ์การยื่นขอรับความคุ้มครองรูปแบบสิทธิบัตร

 

3. ผลิตภัณฑ์ของคุณลอกคนอื่นมาอีกที

          : ถ้าคุณไปเอาผลิตภัณฑ์ของผู้อื่นมาผลิตและจัดจำหน่ายเอง โดยไม่แจ้งเจ้าของผลิตภัณฑ์ คุณคงไม่อยากให้ใครรู้ว่าคุณกำลังละเมิดผลิตภัณฑ์ของผู้อื่นอยู่ เพราะฉะนั้นคุณไม่ควรไปยื่นขอรับความคุ้มครอง ที่อาจจะทำให้ผู้ที่ถูกคุณละเมิดรู้ และอาจจะมาดำเนินคดีกับคุณได้

 

4. ผลิตภัณฑ์ของคุณได้ทำการวางขายตามท้องตลาดหรือโฆษณาต่อสาธารณชนไปแล้ว

          : เนื่องจากการยื่นขอรับความคุ้มครองในรูปแบบสิทธิบัตรหรืออนุสิทธิบัตร มีเกณฑ์การพิจารณาในเรื่องความใหม่ ซึ่งจะพิจารณาว่า ผลิตภัณฑ์ที่จะไปจดนั้น ต้องไม่เคยแสดง หรือโฆษณาในส่วนของสาระสำคัญต่อสาธารณชน ทำให้หากคุณเคยโฆษณาหรือจัดจำหน่ายไปแล้ว ก็มีโอกาสมากที่จะไม่ได้รับจด เนื่องจากขาดเรื่องความใหม่นั่นเอง

 

5. ผลิตภัณฑ์ของคุณเป็นความลับสุดยอด ที่สามารถเก็บเป็นความลับได้ตลอดไปชั่วกาลนาน

          : หากว่าคุณมั่นใจว่าสามารถรักษาความลับของผลิตภัณฑ์ของคุณ โดยที่ไม่มีใครสามารถรู้หรือเข้าใจได้ ถึงแม้ว่าบุคคลนั้นจะเอาผลิตภัณฑ์ของคุณไปวิเคราะห์แล้วก็ตาม คุณก็ไม่จำเป็นต้องยื่นขอรับความคุ้มครองหรอก เพราะคุณคงไม่อยากเปิดเผยความลับเพื่อแลกกับความคุ้มครองที่อย่างมากที่สุดคือ 20 ปี ในเมื่อคุณสามารถรักษาความลับนั้นได้ตลอดไป

ถ้าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณเข้าข่ายเหตุผล 5 ข้อนี้ การจดสิทธิบัตรก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับคุณ แต่หากว่าคุณอยากได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิต จำหน่าย ทำการตลาด ใช้ประโยชน์ ในผลงานสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมที่ทุ่มเทพยายามสร้างสรรค์มานั้น IDG ยินดีให้ข้อมูลและคำปรึกษาเพื่อให้คุณได้รับสิทธิคุ้มครองในผลงานสร้างสรรค์ของตัวเองด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพครับ

ท่านสามารถติดต่อสอบถามเกี่ยวการจดทะเบียนสิทธิบัตรโดยตรงที่ฝ่ายสิทธิบัตรของเรา โดยจะมีทีมผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและแนะนำท่านอย่างเต็มที่ในทุกบริการ

โทร: 02-011-7161 ถึง 6
ฝ่ายสิทธิบัตร กรุณากด 301, 302, 303, 304
E-Mail: patent@idgthailand.com

Xiaomi ปรับโลโก้ใหม่ กับ Concept สุดน่าทึ่ง! ไม่ง่ายอย่างที่เห็น

          Xiaomi ประกาศเปลี่ยนโลโก้ใหม่ ถ้ามองเผินๆอาจจะดูเหมือนง่าย ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย แต่ที่จริงแล้วในความที่ดูเหมือนจะออกแบบง่ายๆนี้ มีอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ !

         สิ่งที่น่าสนใจคือโลโก้ Xiaomi ที่ออกแบบใหม่นี้ ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง เคนยะ ฮาระ (Kenya Hara)  ศาสตราจารย์จาก Musashino Art University และประธานของ Nippon Design Center (NDC)  โดยเป็นการออกแบบให้ขอบมุมมีความโค้งมน ตอบโจทย์แนวคิด “Alive” สะท้อนปรัชญาของแบรนด์ ซึ่งเทคโนโลยีสร้างโดยมนุษย์ เทคโนโลยีจึงมีชีวิตเช่นเดียวกัน และเทคโนโลยีจะเติมเต็มความต้องการต่างๆ ของชีวิตตลอดไป 

 

         

         การใช้รูปทรงโค้งมนจะมีความลื่นไหล แสดงถึงความยืดหยุ่นของแบรนด์อีกด้วย โดยความโค้งมนนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ ผู้ออกแบบใช้รูปสร้างทางคณิตศาสตร์เรียกว่า “Superellipse” ในการออกแบบและต้องปรับตัวแปรเพื่อให้ได้ไดนามิกที่สมดุล และเหมาะสมกับสายตา มีความสมบูรณ์แบบระหว่างสี่เหลี่ยมจัตุรัสและวงกลม โดยการตั้งค่า n=3 ซึ่งเป็นรูปทรงที่ลงตัวที่สุด  รวมไปถึงการใช้ค่า n=3 นี้ร่วมกับตัวฟอนด์ที่ปรับใหม่อีกด้วย พร้อมใช้ชุดสีส้มที่เป็นสีประจำขององค์กรที่เป็นภาพจำของคนทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีสีรองคือสีดำและสีเงินสำหรับผลิตภัณฑ์ระดับตลาดบน

 

      

          เรียกได้ว่ากระแสของการพูดถึงโลโก้ใหม่ของ Xiaomi เป็นไปในทิศทางที่ดีมาก มีการพูดถึงกันอย่างมากมายในวงกว้าง ส่งผลกับทั้งอารมณ์และความรู้สึก ตอกย้ำโลโก้แบรนด์ให้เข้าไปอยู่ในใจลูกค้า แม้กระทั่งคนที่ไม่ใช่ลูกค้าของแบรนด์ก็ยังมีการพูดถึง การปรับอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ในครั้งนี้ของ Xiaomi เพื่อก้าวเข้าสู่ตลาดระดับต่างๆ นอกเหนือจากการเป็นสินค้าเทคโนโลยีแล้ว จะมีความผูกพันธ์กับ Lifestyle ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ และจะทยอยเปลี่ยนมาใช้โลโก้ใหม่ในสินค้าต่างๆต่อไป

 

 

สามารถเข้าไปชมคลิปเต็มของการพูดถึงการออกแบบโลโก้ใหม่ ได้ที่นี่เลยค่ะ

 

      

 

             การสร้างแบรนด์ให้ชัดเจน เข้าถึงใจของผู้บริโภค นอกจากเรื่องของสินค้าหรือบริการที่เราต้องให้ความสำคัญแล้ว การปรับปรุงภาพลักษณ์ให้มีความโดดเด่นเฉพาะตัว และสะท้อนถึงตัวตน ปรัชญาของแบรนด์ก็เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งกับธุรกิจของคุณ IDG ให้บริการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร (corporate Identity) ที่จะสามารถช่วยให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ของคุณได้ ด้วยความโดดเด่น แตกต่าง และยังไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ และเรายินดีให้คำปรึกษาในทุกๆมิติของการออกแบบค่ะ

บริการออกแบบอัตลักษณ์องค์กร, Logo
https://idgthailand.com/design/#CIdesign  

ติดต่อทีมออกแบบ 02-011-7161 ต่อ 202

design@idgthailand.com

 

 

Source : https://www.brandbuffet.in.th/2021/03/xiaomi-new-logo-kenya-hara-designed/?fbclid=IwAR3Z3CWJt0QzhGlykP2ZXUwTo7Omdutzcj7YuCPAtU-VSAOJJpJxV-5E4ms

https://www.beartai.com/news/itnews/582799?fbclid=IwAR0_vk0XoXj0MSxsmAI0vJzjlsOlUYa2Bwyf2F5zde0Fn7dKxQodFg_za8Q

https://www.gizmochina.com/2021/03/30/xiaomi-unveils-a-new-visual-identity-includes-a-new-logo-and-font/?fbclid=IwAR1Od48d60X1eLVqhjTA4sS4LgdiIx-ROcRBr_nZsDKIzxMWot8Hzq1sGRQ