เจาะลึกข้อดีระบบ Single Window ของ BOI : จุดเปลี่ยนสำคัญของการดึงตัวผู้เชี่ยวชาญระดับโลก

benefits of applying for a Visa and Work Permit

หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายธุรกิจในประเทศไทยเติบโตได้ไม่เต็มที่ คือ “ข้อจำกัดด้านบุคลากร” โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยี นวัตกรรม หรือธุรกิจที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทางระดับสูง การสรรหาบุคลากรต่างชาติ จึงกลายเป็นทางออกที่จำเป็น

อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการส่วนใหญ่มักปวดหัวกับขั้นตอนการขอ Visa และ Work Permit แบบปกติที่ซับซ้อนและกินเวลานาน แต่สำหรับธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน) คุณจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องภาษี แต่รวมถึงสิทธิประโยชน์ในการปลดล็อกการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญต่างชาติผ่านระบบ Single Window บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า ระบบ Single Window ของ BOI แตกต่างจากการจ้างงานทั่วไปอย่างไรและทำไมสิ่งนี้ถึงเป็นแต้มต่อทางธุรกิจที่คุณไม่ควรมองข้าม

เพื่อให้เห็นภาพความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ เราได้สรุปเปรียบเทียบหลักเกณฑ์สำคัญในการจ้างงานชาวต่างชาติระหว่าง 2 รูปแบบไว้ดังนี้:

หัวข้อเปรียบเทียบ
บริษัททั่วไป
บริษัทที่ได้สิทธิ BOI
1. ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว
เข้มงวดสูง ต้องมีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท ต่อคนต่างชาติ 1 คน (เช่น จ้าง 5 คน ต้องมีทุน 10 ล้านบาท)
ยืดหยุ่นตามจริง ไม่มีการบังคับสัดส่วนทุนจดทะเบียนต่อจำนวนคนต่างชาติ พิจารณาจากความจำเป็นจริงของธุรกิจ
2. สัดส่วนการจ้างพนักงานไทย
ต้องจ้างพนักงานไทย 4 คน ก่อนจึงจะจ้างต่างชาติได้ 1 คน
สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญต่างชาติได้มากกว่าจำนวนคนไทย (ยกเว้นโรงงานผลิตขนาดใหญ่ >100 คน ที่ต้องมีสัดส่วนไทย 70%)
3. กระบวนการและระยะเวลาดำเนินการ
ต้องติดต่อแยกกันระหว่าง ตม. และกรมการจัดหางาน ใช้เวลานาน การขอ Re-entry Permit ต้องทำแยกอีกขั้นตอน
ทำผ่านระบบออนไลน์ Single Window ที่เดียว เมื่ออนุมัติแล้ว ไปรับเอกสารจบได้ในวันเดียว และขอ Re-entry Permit ควบคู่ได้ทันที
4. อายุวีซ่าที่ได้รับ
ครั้งละไม่เกิน 1 ปี ต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารและยื่นต่ออายุใหม่ในทุกๆ ปี
สูงสุดคราวละ 2 ปี (หรือมากกว่าตามประเภทกิจการเป้าหมาย) ช่วยลดภาระงานเอกสารของฝ่าย HR ได้อย่างมหาศาล

ข้อดีเชิงกลยุทธ์ของ Single Window

  • Data Sharing กรอกข้อมูลครั้งเดียว ระบบจะส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ ลดความผิดพลาดของเอกสาร
  • Speed to Market อนุมัติตำแหน่งและตัวบุคคลผ่านระบบออนไลน์อย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจไม่เสียโอกาสในการดึงตัวคนเก่งมาร่วมงาน
  • One-Day Visit ในวันที่นัดหมายรับวีซ่าและใบอนุญาตทำงานจริง ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเดินทางไปที่ศูนย์ One Stop Service (OSS) เพียงแห่งเดียว ได้ทั้งตราประทับวีซ่า ดิจิทัลเวิร์กเพอร์มิต (Digital Work Permit) และ Re-entry Permit กลับบ้านได้ภายในวันเดียว

เกณฑ์การพิจารณาของ BOI เข้มงวดแค่ไหน

แม้ว่า BOI จะปลดล็อกข้อจำกัดเรื่อง “ทุนจดทะเบียน” และ “สัดส่วนพนักงานไทย” ออกไป แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำเข้าใครก็ได้ BOI มีเกณฑ์การคัดกรองที่สมเหตุสมผลและเข้มงวดโดยแบ่งการพิจารณาเป็น 2 ขั้นตอนสำคัญ

1) การพิจารณาอนุมัติ "ตำแหน่ง" (Position Approval)

BOI จะประเมินจากโครงสร้างธุรกิจ ขนาดเงินลงทุน ประเภทกิจการและแผนการจ้างแรงงานไทย เพื่อดูว่าธุรกิจของคุณจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติในตำแหน่งนั้นๆ จริงหรือไม่ (เน้นตำแหน่งที่เป็นกลุ่มผู้บริหาร, ช่างฝีมือ หรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่คนไทยยังขาดแคลน)

2) การพิจารณาอนุมัติ "ตัวบุคคล" (Person Approval)

เมื่อตำแหน่งผ่านแล้ว คนต่างด้าวที่จะเข้ามาบรรจุจะต้องมีคุณสมบัติที่คู่ควรโดยพิจารณาจาก

  • วุฒิการศึกษา : ต้องตรงหรือสัมพันธ์กับสายงานที่ยื่นขอ
  • ประสบการณ์การทำงาน : มีหลักฐานการทำงานในสายงานนั้นๆ อย่างเชี่ยวชาญจริงตามเกณฑ์ที่ BOI กำหนด

       
สรุปหัวใจสำคัญ: BOI เปลี่ยนจากการใช้เกณฑ์ “ตัวเลขเม็ดเงินและจำนวนคน” (แบบบริษัททั่วไป) มาเป็นการใช้เกณฑ์ “ความจำเป็นเชิงคุณภาพและความรู้ความเชี่ยวชาญ” เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจนวัตกรรมของประเทศอย่างแท้จริง

การยื่นขอ Visa & Work Permit ผ่านระบบ Single Window ของ BOI แม้จะรวดเร็วและสะดวกเมื่อระบบอนุมัติแล้ว แต่ขั้นตอนการเตรียมเอกสาร การกรอกข้อมูลเข้าระบบ รวมถึงการชี้แจงเหตุผลความจำเป็นของตำแหน่งต่อเจ้าหน้าที่ ถือเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความละเอียดแม่นยำสูงมาก หากยื่นข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือตีความเกณฑ์ผิดพลาด อาจทำให้การอนุมัติล่าช้าและส่งผลกระทบต่อแผนงานของบริษัท

ให้การนำเข้าผู้เชี่ยวชาญระดับโลกเป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุด ติดต่อทีมงาน IDG วันนี้ เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการดำเนินการที่เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ