International Website

การใช้ Big Data เพื่อเร่งความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม

การยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญานั้น มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่มีการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น แบรนด์สินค้า หรือ นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและยั่งยืน จากสถิติที่เก็บโดยองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO การยื่นจดเครื่องหมายการค้าทั่วโลกนั่น เพิ่มขึ้น 13.5% จากปี 2015 ที่ 8,609,500 คำขอ เป็น 9,768,200 ในปี 2016 และคำขอรับสิทธิบัตร เพิ่มขึ้น 8.3% จาก 2,887,300 คำขอ ในปี 2015 เป็น 3,127,900 คำขอ ในปี 2016

คำขอรับสิทธิบัตรทั่วโลกปี 2015 : 2,887,300 คำขอปี 2016 : 3,127,900 คำขอ

คำขอรับจดเครื่องหมายการค้าทั่วโลกปี 2015 : 8,609,500 คำขอปี 2016 : 9,768,200 คำขอ

ดาว์นโหลภาพประกอบจาก pixabay.com

แน่นอนว่าประเทศจีน ที่เป็นมหาอำนาจใหม่ในเรื่องเศรษฐกิจและนวัตกรรมของโลกนั้นมีส่วนผลักดันแนวโน้มปริมาณการยื่นคำขอในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะมีการยื่นจดทั้งเครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2,828,083 คำขอ เป็น 3,697, 916 คำขอ (30.8%) และ 1,101,864 คำขอ เป็น 1,338,503 คำขอ (21.5%) เรียกได้ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคำขอทั้งหมดของโลกมาจากประเทศจีน

ด้วยปริมาณคำขอที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข้อมูลใหม่ที่ต้องบันทึกอยู่ตลอดเวลา แต่ละประเทศจะมีการบันทึกข้อมูลของผู้ยื่นในประเทศของตนอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบันมี Data ที่เก็บสะสมอยู่ขนาดใหญ่มากๆ ที่ยังค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่ล้วนมีประโยชน์ต่อการนำมาใช้ประโยชน์ในการวางกลยุทธ์ให้แก่องค์กรของตน ทำให้มีผู้พัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา (Big Data IP Analytics) ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น:

  1. เพื่อตรวจอิสรภาพในการดำเนินกิจการ (Freedom to Operate: FTO) ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่เคยทำ และไม่ทราบว่ามันคืออะไร การทำ FTO search คือการตรวจสอบดูว่าสินค้าที่คุณต้องการขายในท้องตลาดหรือแหล่งออนไลน์ต่างๆนั้นมีโอกาสไปเหมือนคล้ายและอาจเป็นการละเมิดแบรนด์ องค์ประกอบ รูปลักษณ์ หรือประโยชน์ใช้สอย ชองสินค้าอื่นที่มีการยื่นจดเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตรก่อนแล้วหรือไม่ เบื้องต้น วิธีการทำ FTO search คือการเข้าไปสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ในฐานข้อมูลในประเทศนั้นๆที่ต้องการนำสินค้าไปขาย เช่น ขายในจีนก็จำเป็นต้องสืบค้นฐานข้อมูลจีน ในไทยก็สืบค้นฐานข้อมูลไทย ซึ่งการใช้ Big Data Analytics ที่สามารถรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาจากทั่วโลกมาไว้ในฐานเดียวนั้น จะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสินค้าของเราสามารถบุกไปตลาดไหนได้โดยไม่มีความเสี่ยงในการละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือสิทธิบัตรของผู้อื่น ทำให้เราวางแผนการผลิตและจำหน่ายได้ รวมถึงการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศต่างๆที่ยังมีโอกาสในการทำตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
  2. เพื่อการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ (Online IP Infringement Monitoring) ซึ่งอิงตามแนวโน้มของการเติบโตของ e-commerce และ digital transformation ในหลายๆธุรกิจ ทำให้เกิดปัญหาในการโดนละเมิดแบรนด์สินค้า งานสร้างสรรค์ต่างๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้บางแบรนด์ถึงกับต้องปิดตัวไป หรือว่าเปลี่ยนไปขายในตลาดต่างประเทศที่มีระบบการบังคับสิทธิที่ดีและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น Big Data จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในส่วนของการสร้างระบบ monitoring ที่สร้างเข้าไปดูดเพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ เช่น จากฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้า จากแหล่ง social media ต่างๆ โดยเฉพาะพวกร้านขายของออนไลน์ใน facebook และ instagram รวมถึง e-commerce platforms ใหญ่ เช่น Lazada และ Amazon ที่สำคัญจะต้องมีวิธีในการทำระบบ online take-down & enforcement เพื่อกำจัดเว็บ ร้านออนไลน์ หรือข้อความนั้นลง เพื่อ ไม่ให้ผู้ขายของปลอม ของก๊อป หรือผู้ที่ละเมิด สามารถหาประโยชน์ต่อไปได้ การจดเครื่องหมายการค้าไว้อย่างเดียวไม่สามารถทำให้เจ้าของแบรนด์รู้ได้ว่ามีใครกำลังละเมิดแบรนด์ของตนอยู่ ทำให้เสียรายได้หรือมูลค่าแบรนด์ไปมากเท่าไหร่ ดังนั้น การปกป้องแบรนด์ที่ดีควรมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เหมือนกับการติดตั้ง CCTV ในสำนักงาน หรือบ้าน เพื่อตรวจสอบและปกป้องทรัพย์สินของตนจากโจรและขโมย
  3. เพื่อใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ และหาตลาดที่เหมาะสมสำหรับนวัตกรรมของตน (Innovation Creation & Market Finding) ซึ่งจากการใช้เครื่องมือ Big Data Analytics ที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้นวัตกรเห็นแนวโน้มนวัตกรรมที่ตนสนใจจากทั่วโลกว่ากำลังไปทิศทางไหน ขาขึ้นหรือลง วิเคราะห์คู่แข่งสำคัญเพื่อให้เห็นว่าจะออกสินค้าอะไรออกมาในตลาด จุดเด่นจุดด้อย รวมถึงส่วนที่ยังเป็นช่องว่างของนวัตกรรม (innovation whitespace) เพื่อทำให้เราสามารถพัฒนาสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่มีใครทำ และยังสามารถวางกลยุทธ์จากข้อมูลที่ได้เพื่อสร้างพอร์ททรัพย์สินทางปัญญา (IP portfolio) ที่เป็นของเราเอง และมีความต้องการในตลาดสูง เช่น มีโอกาสในการขายหรืออนุญาตให้คู่แข่งใช้สิทธิของเราต่อได้ หรือเพื่อที่จะดึงดูดเงินทุนจาก Angels/VCs เนื่องจากนักลงทุนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองอย่างมาก

ตัวอย่างและประโยชน์ของการใช้ Big Data ในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมยังมีอยู่อีกมากมาย ซึ่งผมและทีมงาน IDG ทุกคนสามารถให้คำปรึกษาเพิ่มเติมได้ และมี Big Data Solutions ใหม่ภายใต้แบรนด์ Enlightive® เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณที่ตอบโจทย์ 3 ข้อ ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น

วีระเวช อรธนาลัย (กาย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

การใช้ Big Data เพื่อเร่งความได้เปรียบในการแข่งขันให้แก่ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม

การยื่นจดทรัพย์สินทางปัญญานั้น มีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ธุรกิจที่มีการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา เช่น แบรนด์สินค้า หรือ นวัตกรรม เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตและยั่งยืน จากสถิติที่เก็บโดยองค์กรทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO การยื่นจดเครื่องหมายการค้าทั่วโลกนั่น เพิ่มขึ้น 13.5% จากปี 2015 ที่ 8,609,500 คำขอ เป็น 9,768,200 ในปี 2016 และคำขอรับสิทธิบัตร เพิ่มขึ้น 8.3% จาก 2,887,300 คำขอ ในปี 2015 เป็น 3,127,900 คำขอ ในปี 2016

คำขอรับสิทธิบัตรทั่วโลกปี 2015 : 2,887,300 คำขอปี 2016 : 3,127,900 คำขอ

คำขอรับจดเครื่องหมายการค้าทั่วโลกปี 2015 : 8,609,500 คำขอปี 2016 : 9,768,200 คำขอ

ดาว์นโหลภาพประกอบจาก pixabay.com

แน่นอนว่าประเทศจีน ที่เป็นมหาอำนาจใหม่ในเรื่องเศรษฐกิจและนวัตกรรมของโลกนั้นมีส่วนผลักดันแนวโน้มปริมาณการยื่นคำขอในช่วงเวลาดังกล่าว เพราะมีการยื่นจดทั้งเครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตรเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2,828,083 คำขอ เป็น 3,697, 916 คำขอ (30.8%) และ 1,101,864 คำขอ เป็น 1,338,503 คำขอ (21.5%) เรียกได้ว่าประมาณ 1 ใน 3 ของคำขอทั้งหมดของโลกมาจากประเทศจีน

ด้วยปริมาณคำขอที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีข้อมูลใหม่ที่ต้องบันทึกอยู่ตลอดเวลา แต่ละประเทศจะมีการบันทึกข้อมูลของผู้ยื่นในประเทศของตนอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ปัจจุบันมี Data ที่เก็บสะสมอยู่ขนาดใหญ่มากๆ ที่ยังค่อนข้างกระจัดกระจาย แต่ล้วนมีประโยชน์ต่อการนำมาใช้ประโยชน์ในการวางกลยุทธ์ให้แก่องค์กรของตน ทำให้มีผู้พัฒนาเครื่องมือการวิเคราะห์ทรัพย์สินทางปัญญา (Big Data IP Analytics) ใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น:

  1. เพื่อตรวจอิสรภาพในการดำเนินกิจการ (Freedom to Operate: FTO) ซึ่งผู้ประกอบการส่วนใหญ่ไม่เคยทำ และไม่ทราบว่ามันคืออะไร การทำ FTO search คือการตรวจสอบดูว่าสินค้าที่คุณต้องการขายในท้องตลาดหรือแหล่งออนไลน์ต่างๆนั้นมีโอกาสไปเหมือนคล้ายและอาจเป็นการละเมิดแบรนด์ องค์ประกอบ รูปลักษณ์ หรือประโยชน์ใช้สอย ชองสินค้าอื่นที่มีการยื่นจดเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตรก่อนแล้วหรือไม่ เบื้องต้น วิธีการทำ FTO search คือการเข้าไปสืบค้นข้อมูลเครื่องหมายการค้า และสิทธิบัตร ในฐานข้อมูลในประเทศนั้นๆที่ต้องการนำสินค้าไปขาย เช่น ขายในจีนก็จำเป็นต้องสืบค้นฐานข้อมูลจีน ในไทยก็สืบค้นฐานข้อมูลไทย ซึ่งการใช้ Big Data Analytics ที่สามารถรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินทางปัญญาจากทั่วโลกมาไว้ในฐานเดียวนั้น จะทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าสินค้าของเราสามารถบุกไปตลาดไหนได้โดยไม่มีความเสี่ยงในการละเมิดเครื่องหมายการค้า หรือสิทธิบัตรของผู้อื่น ทำให้เราวางแผนการผลิตและจำหน่ายได้ รวมถึงการยื่นจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศต่างๆที่ยังมีโอกาสในการทำตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
  2. เพื่อการตรวจสอบการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ (Online IP Infringement Monitoring) ซึ่งอิงตามแนวโน้มของการเติบโตของ e-commerce และ digital transformation ในหลายๆธุรกิจ ทำให้เกิดปัญหาในการโดนละเมิดแบรนด์สินค้า งานสร้างสรรค์ต่างๆ บนโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้บางแบรนด์ถึงกับต้องปิดตัวไป หรือว่าเปลี่ยนไปขายในตลาดต่างประเทศที่มีระบบการบังคับสิทธิที่ดีและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น Big Data จะเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในส่วนของการสร้างระบบ monitoring ที่สร้างเข้าไปดูดเพื่อเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ เช่น จากฐานข้อมูลเครื่องหมายการค้า จากแหล่ง social media ต่างๆ โดยเฉพาะพวกร้านขายของออนไลน์ใน facebook และ instagram รวมถึง e-commerce platforms ใหญ่ เช่น Lazada และ Amazon ที่สำคัญจะต้องมีวิธีในการทำระบบ online take-down & enforcement เพื่อกำจัดเว็บ ร้านออนไลน์ หรือข้อความนั้นลง เพื่อ ไม่ให้ผู้ขายของปลอม ของก๊อป หรือผู้ที่ละเมิด สามารถหาประโยชน์ต่อไปได้ การจดเครื่องหมายการค้าไว้อย่างเดียวไม่สามารถทำให้เจ้าของแบรนด์รู้ได้ว่ามีใครกำลังละเมิดแบรนด์ของตนอยู่ ทำให้เสียรายได้หรือมูลค่าแบรนด์ไปมากเท่าไหร่ ดังนั้น การปกป้องแบรนด์ที่ดีควรมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เหมือนกับการติดตั้ง CCTV ในสำนักงาน หรือบ้าน เพื่อตรวจสอบและปกป้องทรัพย์สินของตนจากโจรและขโมย
  3. เพื่อใช้ในการสร้างนวัตกรรมใหม่ และหาตลาดที่เหมาะสมสำหรับนวัตกรรมของตน (Innovation Creation & Market Finding) ซึ่งจากการใช้เครื่องมือ Big Data Analytics ที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้นวัตกรเห็นแนวโน้มนวัตกรรมที่ตนสนใจจากทั่วโลกว่ากำลังไปทิศทางไหน ขาขึ้นหรือลง วิเคราะห์คู่แข่งสำคัญเพื่อให้เห็นว่าจะออกสินค้าอะไรออกมาในตลาด จุดเด่นจุดด้อย รวมถึงส่วนที่ยังเป็นช่องว่างของนวัตกรรม (innovation whitespace) เพื่อทำให้เราสามารถพัฒนาสิ่งใหม่ๆที่ยังไม่มีใครทำ และยังสามารถวางกลยุทธ์จากข้อมูลที่ได้เพื่อสร้างพอร์ททรัพย์สินทางปัญญา (IP portfolio) ที่เป็นของเราเอง และมีความต้องการในตลาดสูง เช่น มีโอกาสในการขายหรืออนุญาตให้คู่แข่งใช้สิทธิของเราต่อได้ หรือเพื่อที่จะดึงดูดเงินทุนจาก Angels/VCs เนื่องจากนักลงทุนเหล่านี้ให้ความสำคัญกับธุรกิจที่มีทรัพย์สินทางปัญญาคุ้มครองอย่างมาก

ตัวอย่างและประโยชน์ของการใช้ Big Data ในธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมยังมีอยู่อีกมากมาย ซึ่งผมและทีมงาน IDG ทุกคนสามารถให้คำปรึกษาเพิ่มเติมได้ และมี Big Data Solutions ใหม่ภายใต้แบรนด์ Enlightive® เพื่อประโยชน์ในการปกป้องและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจของคุณที่ตอบโจทย์ 3 ข้อ ที่ผมได้กล่าวมาข้างต้น

วีระเวช อรธนาลัย (กาย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy