อุตสาหกรรมบริการที่มีมูลค่าสูง (High Value-added Services) เป็นหนึ่งในกลุ่มกิจการที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้การส่งเสริมภายใต้นโยบายผลักดันไทยแลนด์ 4.0 และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่การขับเคลื่อนด้วย นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และเทคโนโลยีสมัยใหม่
สิทธิประโยชน์ที่ BOI มอบให้แก่ผู้ลงทุนในอุตสาหกรรมบริการมูลค่าสูง ได้แก่ การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล (ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไข) การยกเว้นอากรขาเข้า เครื่องจักรและอุปกรณ์ที่จำเป็น รวมทั้ง สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การถือครองที่ดิน การอนุญาตให้นำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน และการโอนเงินตราต่างประเทศได้อย่างเสรี ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็น ศูนย์กลางบริการระดับภูมิภาค (Regional Hub) สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานคุณภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ทำให้ในปี 2567 มีนักลงทุนไทยเเละต่างชาติลงทุนในอุตสาหกรรมบริการที่มูลค่าสูงถึง 55,416.1 ล้านบาท
ตารางแสดงสถิติการอนุมัติการส่งเสริมสำหรับกิจการภายใต้อุตสาหกรรมบริการที่มีมูลค่าสูง
หลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริมและเช็คลิสต์ที่ต้องรู้ก่อนขอรับการส่งเสริม
ในการพิจารณาส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมโลหะและวัสดุ จะต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจะต้องมีกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการที่ทันสมัย และมีสาระสำคัญเพียงพอตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพื้นฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามขนาดและลักษณะของธุรกิจด้วย ดังนี้
ข้อแนะนำสำหรับการขอรับการส่งเสริม
- ศึกษารายละเอียกของกิจการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมอย่างละเอียด
- เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการขอรับการส่งเสริม โดยเบื้องต้นมีเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมดังนี้
- ข้อมูลทั่วไปของโครงการ:
ชื่อโครงการ (ไทย/อังกฤษ)
ประเภทกิจการที่ขอรับการส่งเสริม
สถานที่ตั้งโครงการ (จังหวัด, อำเภอ, ที่ตั้งโดยละเอียด,โรงงาน) วัตถุประสงค์และเหตุผลในการลงทุนในประเทศไทย - แผนการลงทุนและแหล่งเงินทุน:
มูลค่าเงินลงทุนรวม: (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) แยกเป็นหมวดหมู่หลัก:
ค่าที่ดิน (ถ้ามีการจัดซื้อสร้างโรงงาน)
ค่าก่อสร้างอาคาร/โรงงาน
ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและทดสอบ
ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น ค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยี, ค่าใช้จ่าย R&D)
แหล่งเงินทุน: สัดส่วนของทุนจดทะเบียน, เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน, เงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ (ถ้ามี)
แผนการใช้เงินลงทุน: กำหนดระยะเวลาการลงทุนในแต่ละเฟส - แผนการผลิต/วิจัยและเทคโนโลยี:
ผลิตภัณฑ์/บริการที่นำเสนอ สินค้า โดยระบุให้ชุดเจนว่าเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ
กำลังการผลิต/กำลังการวิเคราะห์:
กระบวนการผลิต/วิจัย: ผังกระบวนการ (Flow Chart), อธิบายขั้นตอนการผลิตหลัก ๆ
เทคโนโลยีที่ใช้: อธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต/วิจัย ความใหม่และความทันสมัยของเทคโนโลยี
แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Plan): หากมีการนำเข้าเทคโนโลยี/Know-how จากต่างประเทศ
แผนการวิจัยและพัฒนา (R&D Plan): รายละเอียดของโครงการ R&D ที่จะดำเนินการในประเทศไทย พร้อมงบประมาณและเป้าหมาย - แผนการตลาดและการขาย: ตลาดเป้าหมาย (ในประเทศ/ส่งออก – ระบุประเทศเป้าหมาย)
ช่องทางการจำหน่าย, แผนการส่งเสริมการขาย
การวิเคราะห์คู่แข่งและตำแหน่งทางการตลาด
กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Branding Strategy) - แผนการจัดหาวัตถุดิบและส่วนประกอบ:
รายการวัตถุดิบและส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการผลิตในประเทศ/ต่างประเทศ) และสัดส่วนการจัดซื้อจากในประเทศ
แผนการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ (ถ้ามี)
แผนบุคลากร:
จำนวนพนักงานทั้งหมด
แผนการจ้างงานและตารางเวลา
โครงสร้างค่าใช้จ่ายบุคลากร
แผนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน
ประมาณการทางการเงิน:
ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่าย (อย่างน้อย 3 ปี)
ประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow)
ประมาณการงบกำไรขาดทุน (Profit & Loss Statement)
ประมาณการงบดุล (Balance Sheet) - แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม มาตรการจัดการของเสีย, น้ำเสีย, และมลพิษจากการผลิต
แผนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)







