BOI : อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry)

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry) BOI

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่ BOI ส่งเสริมเป็นหนึ่งในเครื่องมือขับเคลื่อนตามนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 ที่มุ่งเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจากการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ และเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกิจการที่ BOI สนับสนุน ได้แก่ การผลิตภาพยนตร์และวีดิทัศน์ รวมถึงงานเทคนิคหลังการถ่ายทำ (Post-production) แอนิเมชัน และ Visual Effects (VFX) การผลิตดนตรีและการแสดง การออกแบบเชิงสร้างสรรค์ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ แฟชั่น กราฟิก และมัลติมีเดีย การพัฒนาซอฟต์แวร์และดิจิทัลคอนเทนต์ เช่น เกม แอปพลิเคชัน และสื่อการเรียนรู้ ไปจนถึงโครงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ใช้เอกลักษณ์ท้องถิ่นเป็นฐาน อุตสาหกรรมเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการสร้าง Creative Economy และ Value-based Economy เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ 

BOI จึงมีนโยบายการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีกับนักลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์จาก BOI ทั้งด้านภาษี เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร อุปกรณ์ และวัตถุดิบ รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การถือครองที่ดิน การนำผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงาน และการโอนเงินตราต่างประเทศอย่างเสรี ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนบทบาทของ BOI ในการผลักดันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจไทยยุค 4.0 และในปี 2567 มีการลงทุนในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไปถึง 11,801.2 ล้านบาท

สถิติการอนุมัติการส่งเสริมสำหรับกิจการภายใต้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

             ตารางแสดงสถิติการอนุมัติการส่งเสริมสำหรับกิจการภายใต้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ผู้นำภาคอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเทศไทยที่ BOI ให้การส่งเสริมนั้นมีทั้งบริษัทไทยและต่างด้าว เช่น

  • เดอะมั๊งค์ สตูดิโอ เป็นบริษัทผลิตแอนิเมชันและวิชวลเอฟเฟกต์ ได้รับการส่งเสริมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ โดยได้รับสิทธิการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล/ อนุญาตให้นำช่างฝีมือและผู้ชำนาญการเข้ามาทำงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริมฯ/ การนำเข้าเครื่องจักร
หลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริมและเช็คลิสต์ที่ต้องรู้ก่อนขอรับการส่งเสริม

ในการพิจารณาส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ จะต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริมจะต้องมีกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการที่ทันสมัย และมีสาระสำคัญเพียงพอตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพื้นฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามขนาดและลักษณะของธุรกิจด้วย ดังนี้

หลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริม

ข้อแนะนำสำหรับการขอรับการส่งเสริม

  1. ศึกษารายละเอียกของกิจการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมอย่างละเอียด
  2. เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการขอรับการส่งเสริม โดยเบื้องต้นมีเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมดังนี้
  • ข้อมูลทั่วไปของโครงการ: ชื่อโครงการ (ไทย/อังกฤษ)
    ประเภทกิจการที่ขอรับการส่งเสริม
    สถานที่ตั้งโครงการ (จังหวัด, อำเภอ, ที่ตั้งโดยละเอียด,โรงงาน)
    วัตถุประสงค์และเหตุผลในการลงทุนในประเทศไทย
  • แผนการลงทุนและแหล่งเงินทุน:                                                                               มูลค่าเงินลงทุนรวม: (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) แยกเป็นหมวดหมู่หลัก: ค่าที่ดิน (ถ้ามีการจัดซื้อสร้างโรงงาน)
    ค่าก่อสร้างอาคาร/โรงงาน
    ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์
    ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและทดสอบ
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น ค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยี, ค่าใช้จ่าย R&D)
    แหล่งเงินทุน: สัดส่วนของทุนจดทะเบียน, เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน, เงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ (ถ้ามี)
    แผนการใช้เงินลงทุน: กำหนดระยะเวลาการลงทุนในแต่ละเฟส
  • แผนการผลิต/วิจัยและเทคโนโลยี:                                                                      ผลิตภัณฑ์/บริการที่นำเสนอ สินค้า โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศ
    กำลังการผลิต/กำลังการวิเคราะห์:
    กระบวนการผลิต/วิจัย: ผังกระบวนการ (Flow Chart), อธิบายขั้นตอนการผลิตหลัก ๆ
    เทคโนโลยีที่ใช้: อธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต/วิจัย ความใหม่และความทันสมัยของเทคโนโลยี
    แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Plan): หากมีการนำเข้าเทคโนโลยี/Know-how จากต่างประเทศ
    แผนการวิจัยและพัฒนา (R&D Plan): รายละเอียดของโครงการ R&D ที่จะดำเนินการในประเทศไทย พร้อมงบประมาณและเป้าหมาย
  • แผนการตลาดและการขาย: ตลาดเป้าหมาย (ในประเทศ/ส่งออก – ระบุประเทศเป้าหมาย)
    ช่องทางการจำหน่าย, แผนการส่งเสริมการขาย
    การวิเคราะห์คู่แข่งและตำแหน่งทางการตลาด
    กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Branding Strategy)
  • แผนการจัดหาวัตถุดิบและส่วนประกอบ:  รายการวัตถุดิบและส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการผลิตในประเทศ/ต่างประเทศ) และสัดส่วนการจัดซื้อจากในประเทศ
    แผนการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ (ถ้ามี)
  • แผนบุคลากร:  จำนวนพนักงานทั้งหมด
    แผนการจ้างงานและตารางเวลา
    โครงสร้างค่าใช้จ่ายบุคลากร
    แผนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน
    ประมาณการทางการเงิน:
    ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่าย (อย่างน้อย 3 ปี)
    ประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow)
    ประมาณการงบกำไรขาดทุน (Profit & Loss Statement)
    ประมาณการงบดุล (Balance Sheet)
  • แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม:                                           มาตรการจัดการของเสีย, น้ำเสีย, และมลพิษจากการผลิต
    แผนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

สามารถดาวน์โหลดรีพอร์ตฉบับเต็ม ฟรี!

อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industry)

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ