BOI : อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค (Public Utilities Industry)

อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค (Public Utilities Industry)

การส่งเสริมกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไม่ว่าจะเป็นการผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานและไอน้ำจากขยะ การผลิตน้ำประปา การจัดการด้านพลังงาน หรือการคัดแยกวัสดุ ล้วนมีที่มาจากความต้องการสร้างความมั่นคงทางพลังงานและทรัพยากรของประเทศ พร้อมทั้งสอดรับกับแนวคิด BCG Economy (Bio-Circular-Green Economy) ที่ผลักดันเศรษฐกิจไทยสู่ความยั่งยืนผ่านการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน การจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยคาร์บอน ซึ่ง BOI จัดให้กิจการเหล่านี้อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและการลงทุนเพื่อดึงดูดภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เเละกิจการสาธารณูปโภคพื้นฐานไม่เพียงเป็นโครงสร้างจำเป็นของประเทศ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวและการบรรลุเป้าหมาย Carbon Neutrality 2050 และ Net Zero 2065 ของไทยอีกด้วย

BOI จึงมีนโยบายสนับสนุนนักลงทุนไทยเเละต่างชาติโดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเเละนอกเหนือจากภาษี เช่น สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล สิทธิยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร สิทธิอนุญาตให้ต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิในประเทศไทย เป็นต้น โดยในปี 2567 มีการอนุมัติโครงการไปถึง 591 โครงการ เป็นเงินลงทุนมากกว่า 160,000 ล้านบาท

ตารางแสดงสถิติการอนุมัติการส่งเสริมสำหรับกิจการภายใต้อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค

          ตารางแสดงสถิติการอนุมัติการส่งเสริมสำหรับกิจการภายใต้อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค

กิจการที่ BOI ส่งเสริมและสิทธิประโยชน์

กิจกรรมหลักภายใต้อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มี 4 กลุ่มกิจการ โดย BOI ได้มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านภาษีและสิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษีเพื่อสนับสนุนการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ สิทธิประโยชน์ดังกล่าวเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัยและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

สิทธิประโยชน์ทางภาษี

ผู้นำภาคอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค

อุตสาหกรรมสาธารณูปโภคของในประเทศไทยที่ BOI ให้การส่งเสริมนั้นมีทั้งบริษัทไทยและต่างด้าว เช่น

  • บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอนเนอร์ยี 8 จำกัด โดยได้รับการส่งเสริมในโครงการผลิตไฟฟ้าจากขยะ ด้วยเงินลงทุน 2,855 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี มีกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ โดยบริษัทจะรับขยะมูลฝอยในชุมชนเป็นวัตถุดิบเพื่อนำมาเผาไหม้เป็นเชื้อเพลิง ช่วยจัดการปัญหาขยะในชุมชน
  • บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ แพลนท์ 12 จำกัด โดยได้รับส่งเสริมในโครงการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากเชื้อเพลิงชีวมวล โดยลงทุนไปกว่า 9,396 ล้านบาท ตั้งอยู่ในเขตอุตสาหกรรมของบริษัท 304 อินดัสเตรียล ปาร์ค จำกัด จังหวัดปราจีนบุรี โดยเป็นการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำจากน้ำมันยางดำ ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากกระบวนการผลิตเยื่อกระดาษ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงชีวมวล 130 เมกะวัตต์ และไอน้ำจากเชื้อเพลิงชีวมวล 576 ตัน/ชั่วโมง
  • เครือ SCG ได้รับการส่งเสริมโครงการผลิตไฟฟ้าและไอน้ำระบบ Cogeneration เพื่อจำหน่ายให้กับกลุ่มบริษัท SCG Chemicals เงินลงทุน 6,000 ล้านบาท ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง มีกำลังการผลิตไฟฟ้าระบบ Cogeneration 130 เมกะวัตต์ และไอน้ำระบบ Cogeneration 160 ตัน/ชั่วโมง

หลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริมและเช็คลิสต์ที่ต้องรู้ก่อนขอรับการส่งเสริม

ในการพิจารณาส่งเสริมการลงทุนสำหรับอุตสาหกรรมสาธารณูปโภค จะต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของรายได้ นอกจากนี้ กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจะต้องมีกรรมวิธีการผลิตหรือขั้นตอนการให้บริการที่ทันสมัย และมีสาระสำคัญเพียงพอ ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ รวมทั้งต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขพื้นฐานเพิ่มเติมอื่น ๆ ตามขนาดและลักษณะของธุรกิจด้วย ดังนี้

หลักเกณฑ์การขอรับการส่งเสริม

*หมายเหตุ: หลักเกณฑ์ธุรกิจ SMEs ให้เป็นตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม พ.ศ. 2543

ข้อแนะนำสำหรับการขอรับการส่งเสริม

  1. ศึกษารายละเอียกของกิจการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมอย่างละเอียด
  2. เตรียมเอกสารให้พร้อมสำหรับการขอรับการส่งเสริม โดยเบื้องต้นมีเอกสารที่จะต้องจัดเตรียมดังนี้
    ข้อมูลทั่วไปของโครงการ:
    ชื่อโครงการ (ไทย/อังกฤษ)
    ประเภทกิจการที่ขอรับการส่งเสริม
    สถานที่ตั้งโครงการ (จังหวัด, อำเภอ, ที่ตั้งโดยละเอียด,โรงงาน)
    วัตถุประสงค์และเหตุผลในการลงทุนในประเทศไทย

แผนการลงทุนและแหล่งเงินทุน

  • มูลค่าเงินลงทุนรวม: (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) แยกเป็นหมวดหมู่หลัก:
    ค่าที่ดิน (ถ้ามีการจัดซื้อสร้างโรงงาน)
    ค่าก่อสร้างอาคาร/โรงงาน
    ค่าเครื่องจักรและอุปกรณ์
    ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและทดสอบ
    ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น ค่าลิขสิทธิ์เทคโนโลยี, ค่าใช้จ่าย R&D)
  • แหล่งเงินทุน: สัดส่วนของทุนจดทะเบียน, เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน, เงินกู้ยืมจากบริษัทแม่ (ถ้ามี)
  • แผนการใช้เงินลงทุน: กำหนดระยะเวลาการลงทุนในแต่ละเฟส

แผนการผลิต/วิจัยและเทคโนโลยี

  • ผลิตภัณฑ์/บริการที่นำเสนอ สินค้า โดยระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการผลิตเพื่อขายในประเทศ และ/หรือต่างประเทศกำลังการผลิต/กำลังการวิเคราะห์:
    กระบวนการผลิต/วิจัย: ผังกระบวนการ (Flow Chart), อธิบายขั้นตอนการผลิตหลัก ๆ
    เทคโนโลยีที่ใช้: อธิบายเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิต/วิจัย ความใหม่และความทันสมัยของเทคโนโลยี
    แผนการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer Plan): หากมีการนำเข้าเทคโนโลยี/Know-how จากต่างประเทศ
    แผนการวิจัยและพัฒนา (R&D Plan): รายละเอียดของโครงการ R&D ที่จะดำเนินการในประเทศไทย พร้อมงบประมาณและเป้าหมาย

แผนการตลาดและการขาย

  • ตลาดเป้าหมาย (ในประเทศ/ส่งออก – ระบุประเทศเป้าหมาย)
    ช่องทางการจำหน่าย, แผนการส่งเสริมการขาย
    การวิเคราะห์คู่แข่งและตำแหน่งทางการตลาด
    กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (Branding Strategy)
    แผนการจัดหาวัตถุดิบและส่วนประกอบ:
    รายการวัตถุดิบและส่วนประกอบหลักที่ใช้ในการผลิตในประเทศ/ต่างประเทศและสัดส่วนการจัดซื้อจากในประเทศ

  • แผนการพัฒนาแหล่งวัตถุดิบในประเทศ (ถ้ามี)
    แผนบุคลากร:
    จำนวนพนักงานทั้งหมด
    แผนการจ้างงานและตารางเวลา
    โครงสร้างค่าใช้จ่ายบุคลากร
    แผนการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะพนักงาน
    ประมาณการทางการเงิน:
    ประมาณการรายได้และค่าใช้จ่าย (อย่างน้อย 3 ปี)
    ประมาณการกระแสเงินสด (Cash Flow)
    ประมาณการงบกำไรขาดทุน (Profit & Loss Statement)
    ประมาณการงบดุล (Balance Sheet)

แผนการจัดการสิ่งแวดล้อมและความรับผิดชอบต่อสังคม

  • มาตรการจัดการของเสีย, น้ำเสีย, และมลพิษจากการผลิต
    แผนความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR)

สามารถดาวน์โหลดรีพอร์ตฉบับเต็ม ฟรี!

อุตสาหกรรมสาธารณูปโภค (Public Utilities Industry)

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ