International Website

หมวดหมู่: IP VISION BY GUY

มิถุนายน 12, 2020
5 ขั้นตอนพลิกธุรกิจ จาก"ผู้ซื้อ"เป็น"ผู้ขายนวัตกรรม"​
พฤษภาคม 21, 2020
ลงทุนใน “งานประดิษฐ์ และ สิทธิบัตร” ให้ถูกทางด้วย Invention Rating Checklist
พฤษภาคม 7, 2020
4 สัญญาที่ขาดไม่ได้ในการบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา​
เมษายน 23, 2020
4 ขั้นตอนรักษาความลับทางการค้าให้ได้ผลทางกฎหมาย
เมษายน 8, 2020
7 ขั้นตอนทรงพลัง สร้าง Deep Tech รวดเร็วจนคู่แข่งตามไม่ทัน​
มีนาคม 27, 2020
4 สัญญาณอันตรายเกี่ยวกับ “ชื่อแบรนด์” ที่คุณอาจไม่รู้ และการแก้ไขปัญหาด้วย EFFACT Checklist​
มกราคม 26, 2018
การใช้ Value Proposition Canvas เพื่อให้ลูกค้าเห็นคุณค่า IP ของคุณ
มกราคม 18, 2018
จริงหรือ!? Blockchain จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
มกราคม 12, 2018
Balanced Scorecard และการบริหาร Intangible Assets (IA) ข้ามสายงานให้มีประสิทธิภาพ
มกราคม 4, 2018
ทำไม? ธุรกิจไทยต้องเร่งสร้างสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

5 ขั้นตอนพลิกธุรกิจ จาก"ผู้ซื้อ"เป็น"ผู้ขายนวัตกรรม"

   เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ในนามของศูนย์ให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม (IP-IDE Center) แห่งกรมทรัพย์สินทางปัญญา ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรของตน จากผู้ที่เคยพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบและสินค้านวัตกรรมคุณภาพสูง ราคาแพงจากต่างประเทศมาโดยตลอดจนคู่แข่งหลายๆเจ้าเริ่มปรับตัวตาม กลายมาเป็นเจ้าของนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาภายในเวลาไม่ถึง 5 ปี ที่ทำให้ธุรกิจของเขาเติบโตได้อย่างรวดเร็วและมั่นคงกว่าเดิม ผมจึงอยากใช้ IP Vision ตอนนี้ได้แชร์ความรู้ที่ได้จากการสัมภาษณ์ผูประกอบการท่านนี้ให้กับท่านที่สนใจเปลี่ยนแปลงธุรกิจของตนจากการเป็นผู้ซื้อนวัตกรรม (innovation buyer) ให้กลายเป็นผู้ขายนวัตกรรม (innovation seller) ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณกฤษณ์ แจ้งจรัส (ซ้าย) และ ผม (ขวา)

จากการสัมภาษณ์ คุณกฤษณ์ แจ้งจรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บจก. M.Y.R. Cosmetics Solution  ซึ่งทำธุรกิจด้านการผลิต และจัดจำหน่ายเวชสำอางจากวัตถุดิบธรรมชาติ พร้อมรับจ้างวิจัยพัฒนา ผลิต และสร้างแบรนด์เครื่องสำอางให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆอีกมากมาย ทางคุณกฤษณ์ได้แชร์ประสบการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของธุรกิจจนปัจจุบันว่าต้องการผ่านและเรียนรู้อะไรมาบ้าง และทำไมทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP จึงสำคัญสำหรับผู้เล่นในธุรกิจเครื่องสำอาง หรือในแวดวงอื่นที่ต้องมีการสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆให้ตรงกับเทรนด์ของตลาดอยู่ตลอดเวลา แต่การติดตามเพื่อเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะไม่ใช่ว่าจะคิดสร้างแบรนด์ใหม่  ปรับสูตร หรือ รูปแบบสินค้าไปเรื่อยๆแล้วธุรกิจจะไปรอด แต่ธุรกิจในยุคปัจจุบันต้องพยายามเป็นเจ้าของสิทธิใน IP ที่ตนคิดค้นขึ้นมาให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะลดความเสี่ยงในการพึ่งพาสินค้า นวัตกรรม และ IP จากต่างประเทศ เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน และควบคุมการใช้ประโยชน์จาก IP ที่ตนได้ลงทุนพัฒนาได้อย่างเต็มที่ โดยทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผมได้รวมไว้เป็น 5 ขั้นตอนที่สรุปให้ ดังต่อไปนี้ครับ:

  1. ประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์ของนวัตกรรมเป้าหมาย (Commercial Feasibility Analysis)

ขั้นตอนแรกเป็นปกติที่ทุกธุรกิจควรที่จะต้องทำอยู่แล้ว ซึ่ง ควรมีการประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์ มีการศึกษาภาวะของตลาดและผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงเริ่มต้นของกิจการ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ความน่าสนใจของตลาดเป้าหมาย โดยมีการศึกษาอัตราการเติบโตของตลาดโดยรวม และปัจจัยภายนอกที่จะส่งผลกระทบกับตลาดเป้าหมาย เช่น ภาวะทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง เทคโนโลยี ฯลฯ มีการวิเคราะห์ห่วงโซ่คุณค่าในธุรกิจ จุดแข็งจุดอ่อนของผู้แข่งขันในตลาด และความสามารถเชิงพลวัตของคุณในการแข่งขันในระดับอุตสาหกรรม และที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขนาดหรือจำนวนของกลุ่มนี้ และคุณค่าที่จะส่งมอบให้พวกเขา รวมถึงมีการวิเคราะห์พฤติกรรมของพวกเขาในการเลือกใช้สินค้าลักษณะเดียวกัน หรือ สินค้าคู่เทียบ ในชีวิตประจำวันด้วย และนอกจากนี้ ควรมีการวิเคราะห์โมเดลธุรกิจแบบเดิมๆที่คู่แข่งทำกันอยู่ เพื่อพิจารณาการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดและผู้บริโภคยุค New Normal มากขึ้น สามารถสร้างความแตกต่าง และเสริมความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจของคุณได้ 2. ประเมินศักยภาพด้านเทคโนโลยีจากข้อมูลสิทธิบัตรและวารสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้อง (Technological Feasibility Analysis) ขั้นตอน 2 เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำสำหรับธุรกิจนวัตกรรม โดยเฉพาะเทคโนโลยีประยุกต์ที่ต้องมีการวิจัยพัฒนาเพื่อมาแก้ไขปัญหาทางเทคนิคในลักษณะที่สินค้าปัจจุบันยังไม่สามารถแก้ไขได้ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบแนวโน้มเทคโนโลยีจากฐานข้อมูลสิทธิบัตร แหล่งข้อมูลการทดสอบจากห้องแลปหรือผลวิจัยทางคลินิก วารสารทางวิชาการ วิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ฯลฯ มาใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น โดยการวิเคราะห์แนวโน้มเทคโนโลยีด้วยข้อมูลสิทธิบัตร เป็นส่วนสำคัญในการทำให้ผู้ประกอบการนวัตกรรมเข้าใจแนวโน้มการลงทุนในเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากทั่วโลก โดยการวิเคราะห์ข้อมูลสิทธิบัตร จะช่วยให้คุณเข้าใจว่าเทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่คุณสนใจมีแนวโน้มการลงทุนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังจะเป็นมาตรฐานในอุตสาหกรรมหรือเริ่มล้าสมัยแล้ว คู่แข่งหลักๆที่ถือครองสิทธิบัตรในตลาดโลกเป็นใครมาจากไหน ใครเป็นผู้ประดิษฐ์ในงานที่เกี่ยวข้องที่จะสามารถร่วมมือในการวิจัยพัฒนากับคุณได้บ้าง ช่องว่างทางนวัตกรรมที่น่าสนใจลงทุนเพิ่มเติมเกี่ยวข้องกับอะไรบ้าง และตลาดที่เติบโตที่สุดสำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวอยู่ที่ไหน 3. หา IP จากภายนอกที่สอดคล้องกับความต้องการของธุรกิจมาใช้ประโยชน์แบบ WIN-WIN (Win-Win Acquisition of Third Party IP) หลังจากการประเมินศักยภาพเชิงพาณิชย์และเชิงเทคนิคที่ได้จาก 2 ขั้นตอนแรกแล้ว หากคุณมองว่าธุรกิจนวัตกรรมที่คุณสนใจลงทุนมีศักยภาพสูงในระดับสากล แต่ยังไม่พร้อมในการสร้างนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีขึ้นมาเองเนื่องด้วยข้อจำกัดด้านทรัพยากร ความรู้ หรือความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ให้ลองมองไปที่แหล่งที่มีการผลิตและรวบรวมผลงานวิจัย งานประดิษฐ์ และนวัตกรรม โดยเฉพาะจากมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยต่างๆทั่วประเทศ ซึ่งจะมีหน่วยงานที่เรียกว่าสำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (Technology Licensing Office: TLO) หรือใช้ชื่อที่ใกล้เคียง ที่ดูแลผลงานวิจัยและทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรเพื่อให้บริษัทมาขอรับอนุญาตไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ต่อไปได้ รวมถึง online platform ที่รวบรวมผลงานจากทั่วประเทศเข้ามาโดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น Tech2Biz  และ IP Mart          ทางคุณกฤษณ์เองก็เริ่มจากการติดต่อทาง TLO ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง และเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ เพื่อขอเข้าไปศึกษาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยมีพร้อมให้ใช้ประโยชน์ ซึ่งจากจุดเริ่มต้นนี้ ทำให้คุณกฤษณ์ได้ license เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสารสกัดธรรมชาติหลายตัวที่นำมาใช้ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเครื่องสำอางรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากเดิม และมีผลวิจัยที่รับรองคุณภาพระดับสากล และนอกจากนี้ ทางคุณกฤษณ์มีการส่งตัวเองและทีมงานจากบริษัทเข้าไปเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัย และได้ร่วมสร้างนวัตกรรมใหม่ๆกับสถาบันฯเพื่อให้สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมการสร้างกลไกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าสู่บริษัทของตน ซึ่งทั้งหมดนี้ ผมเรียกว่ากลยุทธ์การสร้างนวัตกรรมแบบเปิดที่ WIN-WIN เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยก็ได้ทำการวิจัยในสิ่งที่ตลาดต้องการจริง และสร้างรายได้จากการถ่ายทอดเทคโนโลยีนั้นกลับคืนสู่มหาวิทยาลัยและทีมนักวิจัยเพื่อสร้างแรงจูงใจในการต่อยอดงานวิจัย ส่วนบริษัทเองก็สามารถเข้าถึงกลุ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ อุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และองค์ความรู้ด้านเทคนิคอีกมากมายที่สามารถส่งต่อถึงบริษัท สร้างเป็น product pipeline ได้อย่างไม่รู้จบ 4. ต่อยอด IP ที่ได้ สร้าง portfolio ให้เข้มแข็ง สอดคล้องกับกลยุทธ์ของธุรกิจ (IP Portfolio Creation & Management)

  ขั้นตอนนี้เป็นจุดเชื่อมสำคัญในการแปลงตัวคุณเองจากผู้ซื้อ IP เทคโนโลยี หรือนวัตกรรม ให้กลายเป็นผู้ขายได้ ซึ่งคุณต้องเริ่มลงทุนสร้าง IP portfolio ของตัวเองขึ้นมาที่เป็นสิทธิบัตร อนุสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ หรือ IP ประเภทอื่นๆที่เป็นสิทธิของคุณเอง ซึ่ง IP ที่สร้างขึ้นมาใหม่อาจเป็นการปรับปรุงต่อยอดงานเดิมที่ได้รับการ licensing จากมหาวิทยาลัย หรือ สถาบันที่เป็นเจ้าของ IP เดิม และควรตรวจสอบเงื่อนไขหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการต่อยอดผลงานวิจัยกับทางต้นสังกัดให้ดีก่อน แต่ IP ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ควรแตกต่างจากเดิมอย่าง “มีนัยสำคัญ” และสามารถระบุได้ว่ามาจากผลการวิจัยและพัฒนาของผู้ประกอบการเอง ด้วยเงินทุน ทรัพยากร และความรู้ความสามารถของผู้ประกอบการและทีมงาน

    ซึ่งควรสอดคล้องกับกลยุทธ์ทางธุรกิจด้วยเช่นกัน เพราะที่ผมกล่าวมาจะช่วยป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายหรือข้อพิพาทที่อาจตามมาจากการผิดเงื่อนไขในสัญญากับเจ้าของเดิม ซึ่งอาจมีระบุในสัญญาว่าห้ามผู้ประกอบการ หรือ ผู้รับอนุญาตใช้สิทธิ นำ IP ดังกล่าวไปปรับปรุง ต่อยอด หรือเข้าไปถือสิทธิร่วมใน IP เดิม หรือ ยื่นจด IP ใหม่ที่ต่อยอดจาก IP เดิม นอกจากจะได้รับการยินยอมจากเจ้าของสิทธิต้นสังกัดเป็นลายลักษณ์อักษร เป็นต้น ดังนั้น การตรวจสอบเงื่อนไขการอนุญาตใช้สิทธิก่อนการทำสัญญากับเจ้าของ IP เป็นเรื่องที่นักธุรกิจต้องพิจารณาให้รอบคอบ และวิธีที่ดีที่สุด คือ มีการพูดคุยกับทางเจ้าของ IP เดิมให้รู้ ให้เข้าใจถึงแผนธุรกิจ และแผนการพัฒนาสินค้านวัตกรรมของคุณในอนาคต รวมถือกลยุทธ์ด้าน IP ที่คุณต้องการสร้าง เพื่อช่วยสนับสนุนให้คุณสามารถแปลงเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและ IP ได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

5. ใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและทรัพย์สินทางปัญญาได้หลากหลายวิธี (IP Monetization Pathways) การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์จาก IP ควรเริ่มมีการวางแผนหลังจากขั้นตอนการประเมินศักยภาพตามข้อ 1-2 เพราะมันจะส่งผลต่อลักษณะของ IP ที่คุณจะเข้าไปซื้อหรือขอรับอนุญาตมาใช้ประโยชน์ การจัดโครงสร้างและกระบวนการทางธุรกิจ รวมถึงลักษณะและองค์ประกอบของ IP portfolio ของคุณ แต่หลายๆครั้ง แผนการใช้ประโยชน์อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์ของตลาด หรือลักษณะของนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือ IP ที่ได้ออกมาจากการวิจัยพัฒนา ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับที่วางแผนหรือคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ต้น ดังนั้น “นวัตกร” ในยุค new normal ที่ดีควรมี agile mindset สามารถปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงได้ดี มีแผนสำรองในการนำนวัตกรรม และ IP ไปใช้ประโยชน์เสมอ ถึงแม้การวิธีหรือช่องทางหลักอาจใช้การไม่ได้ ควรมีแผนสำรองเพิ่มอีกอย่างน้อย 2-3 ช่องทาง เช่น หากนวัตกรมีแผนว่าจะถือครอง IP ที่เกี่ยวข้องกับสูตรเวชสำอางที่มีส่วนผสมของกวาวเครือขาวเพื่อการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แต่เพียงผู้เดียว (internal use) หรือรับจ้างผลิต OEM ให้กับผู้อื่น แต่เนื่องด้วยปัญหาด้านศักยภาพการผลิตในระดับอุตสาหกรรมซึ่งเทียบเคียงกับคู่แข่งที่ใหญ่กว่าไม่ได้ หรือต้องลงทุนสูงเกินกว่างบประมาณที่มีอยู่ นวัตกรอาจจะลองพิจารณาอนุญาตให้ใช้เทคโนโลยี (licensing) การผลิตสูตรดังกล่าวไปให้คู่แข่งที่มีศักยภาพที่สนใจนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรม หรือหาพาร์ทเนอร์ที่มีความพร้อมด้านการเงิน การลงทุน และ/หรือที่มี intangible assets ที่ช่วยส่งเสริมการนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วขึ้นด้วยการสร้างเป็นหุ้นส่วนหรือบริษัทร่วมค้า (joint IP partnership/venture) ก็เป็นได้ ซึ่งผมได้กล่าวถึงช่องทางการใช้ประโยชน์จาก IP ไว้ในข้อ 3 ของ IP Vision เดือนมีนาคม 3 เหตุผล ทำไมช่วงวิกฤต เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการปรับโฉมธุรกิจด้วย INTANGIBLE ASSETS?"   เคสของคุณกฤษณ์ถือเป็นบริษัทนวัตกรรมสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงองค์กรของตัวเองจากผู้ที่เคยพึ่งพาการนำเข้านวัตกรรมจากต่างประเทศ กลายมาเป็นเจ้าของนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้อย่างเป็นระบบ สามารถสร้าง IP portfolio ของตัวเองได้ มีการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และจดสิทธิบัตร และอนุสิทธิบัตรเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้ธุรกิจมีความเข้มแข็ง มีความพร้อมในการขยายธุรกิจในระดับสากล พร้อมดึงดูดคู่ค้าและนักลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ผมเชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับทุกคนที่คิดจะสร้างธุรกิจนวัตกรรมในยุค new normal นี้ได้ครับ

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy