กระแสดราม่าร้อนในโซเชียล กรณีร้านเครื่องดื่มยอดฮิตอย่าง “โกโก้ในตำนาน” ของศิลปินและนักแสดงชื่อดัง ต้าห์อู๋ พิทยา ถูก “ก๊อบวาง” ทั้งโลโก้ สีประจำแบรนด์ ฟอนต์ ไปจนถึงการตกแต่งหน้าร้าน จนลูกค้าหลายคนเดินเข้าไปซื้อผิดร้าน ไม่ใช่แค่ดราม่าปากท้องระหว่าง “คนหาเช้ากินค่ำ” กับ “คนดัง” อย่างที่บางคนพูดกัน แต่คือกรณีศึกษาชั้นดีที่สะท้อนหลักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) ได้อย่างครบเครื่อง
แล้วร้านขายโกโก้หนึ่งร้าน หรือในโกโก้หนึ่งแก้วเนี่ย มีทรัพย์สินทางปัญญาอะไรที่คุ้มครองอยู่บ้าง?
ใครๆก็ขายโกโก้ได้ แต่สวมรอยกันไม่ได้
มีผู้บริโภคหลายคนที่เข้าใจผิดว่ากฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ห้ามคนอื่นขายสินค้าประเภทเดียวกัน แต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย ใครจะเปิดร้านขายโกโก้ก็ได้ สิ่งที่กฎหมายห้ามคือการ สวมรอย ละเมิด และ ขโมยความคิดสร้างสรรค์ของคนอื่น ซึ่งในกรณีนี้แบ่งการคุ้มครองออกเป็น 3 ชั้นหลัก
1. เครื่องหมายการค้า (Trademark) คือหน้าตาที่ทำให้ลูกค้าจำแบรนด์ได้
- โลโก้และลวดลายกราฟิกที่ออกแบบเฉพาะ
- Corporate Identity (CI) หรือชุดสีประจำแบรนด์ที่จดจำได้ทันที
- ภาพรวมของหน้าร้าน (ในต่างประเทศเรียกแนวคิดนี้ว่า Trade Dress) เช่น ดีไซน์แก้ว การจัดวางร้าน ยูนิฟอร์มพนักงาน
ทั้งนี้ แม้ไทยยังไม่มีกฎหมาย Trade Dress แยกเป็นเอกเทศแบบสหรัฐฯ แต่การลอกเลียนภาพรวมของแบรนด์จนทำให้สาธารณชนสับสนหลงผิดคิดว่าเป็นแบรนด์เดียวกัน สามารถเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ในส่วนของเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ
โดยเราได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความหมายของเครื่องหมายการค้า ท่านสามารถอ่านต่อได้ที่ เครื่องหมายการค้า คืออะไร? ทำไมธุรกิจควรรู้ก่อนสร้างแบรนด์
2. ลิขสิทธิ์ (Copyright) คือลายเส้นและภาพที่ไม่มีใครมีสิทธิ์หยิบไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
ทั้งนี้ สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ต่อได้ที่ ลิขสิทธิ์คืออะไร วิธีจดลิขสิทธิ์ และสิทธิ์ที่ควรรู้
3. ความลับทางการค้า (Trade Secret) คือสิ่งที่กฎหมายคุ้มครองหากถูกเก็บเป็นความลับ
ทำไมผู้บริโภคควรใส่ใจเรื่องนี้ด้วย
- ได้ของตรงปก ไม่จกตา จ่ายเงินซื้อแบรนด์ที่ตั้งใจเลือก ควรได้รสชาติและคุณภาพตามคาดหวัง ไม่ใช่จ่ายให้ร้านสวมรอยที่ใช้วัตถุดิบด้อยคุณภาพ
- ป้องกันการถูกหลอก การจงใจทำหน้าร้านให้เหมือนแบรนด์ดัง คือเจตนาทำให้ผู้บริโภคสับสน (Deceptive Practice) ซึ่งเอาเปรียบลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าร้าน
- สนับสนุนการสร้างสรรค์ระยะยาว ถ้าใครก็ก๊อบปี้แบรนด์ที่ลงทุนสร้างมาได้ง่ายๆ โดยไม่มีความผิด จะไม่มีใครอยากลงทุนคิดค้นสูตรใหม่หรือสร้างแบรนด์ดีๆ ให้ผู้บริโภคได้ใช้บริการต่อไป
เส้นบาง ๆ ระหว่าง "แรงบันดาลใจ" กับ "การลอกเลียนแบบ"
ดราม่าครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างสองคำนี้คือ “ความเคารพต่อสิทธิ์ของผู้อื่น” การขายสินค้าประเภทเดียวกันไม่ใช่เรื่องผิด แต่การจงใจแต่งตัวให้เหมือนแบรนด์อื่นเพื่อขโมยลูกค้าที่เขาสร้างมา คือการละเมิดสิทธิ์ที่กฎหมายไม่ปล่อยผ่าน สำหรับเจ้าของธุรกิจ แนวทางป้องกันตัวเองตั้งแต่วันแรก มีดังนี้
- จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เร็วที่สุด — อย่ารอให้แบรนด์ดังก่อนแล้วค่อยจด
- เก็บหลักฐานการออกแบบ (ไฟล์ต้นฉบับ วันที่สร้างงาน) ไว้เป็นหลักฐานลิขสิทธิ์
- ทำสัญญารักษาความลับ (NDA) กับพนักงานที่เข้าถึงสูตรหรือข้อมูลสำคัญของแบรนด์







