ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการจดแจ้ง ลิขสิทธิ์ อัปเดตล่าสุด(2026)

Copy of idg cover content

IDG สรุปให้ : ลิขสิทธิ์คืออะไร สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในงานสร้างสรรค์ ครอบคลุม 9 ประเภท (วรรณกรรม งานแสดง ศิลปกรรม ดนตรี ฯลฯ) ได้รับความคุ้มครองอัตโนมัติทันทีที่สร้าง มีอายุตลอดชีวิตบวก 50 ปี จดแจ้งลิขสิทธิ์ได้ที่ กรมทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์จังหวัด หรือทางออนไลน์ 

ลิขสิทธิ์ไม่จำเป็นต้องยื่นเพื่อจดทะเบียนเหมือนกับสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายการค้า แต่ก็สมควรยิ่งที่เจ้าของลิขสิทธิ์ยื่นจดอย่างเป็นทางการกับสำนักงานของกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะหากคุณมีแผนที่จะใช้งานลิขสิทธิ์ในทางการค้า เจ้าของลิขสิทธิ์มีสิทธิที่จะกีดกันผู้อื่นจากการคัดลอก การจำหน่าย การแสดง การเผยแพร่ภาพ หรือการใช้เนื้อหามาดัดแปลง หรือใช้ค้าขายในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ได้รับการยินยอมจากเจ้าของสิทธิ งานที่มีลิขสิทธิ์ในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณควรเรียนรู้เพื่อการปกป้องและใช้สิทธิของคุณได้อย่างเต็มที่

อัปเดตล่าสุด: 1 กันยายน 2569

ตรวจทานเนื้อหาโดยทีมที่ปรึกษาด้านลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา IDG Thailand

  • คุณพงศกร ชัยวนารมย์ – ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายเครื่องหมายการค้า

ลิขสิทธิ์ คืออะไร ?

สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรรค์ได้ริเริ่มโดยการใช้สติปัญญาความรู้ ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะของตนเองในการสร้างสรรค์ โดยไม่ลอกเลียนงานของผู้อื่น โดยงานที่สร้างสรรค์ต้องเป็นงานตามประเภทต่างๆ ที่กฎหมายลิขสิทธิ์ให้คุ้มครอง โดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์โดยไม่ต้องจดทะเบียน ซึ่งเจ้าของลิขสิทธิ์จะมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงาน ลิขสิทธิ์ของตนโดยกฎหมายลิขสิทธิ์ได้ให้ความคุ้มครองถึงสิทธิของนักแสดง และสร้างสรรค์ด้านเทคโนโลยี เช่น โปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย

ลิขสิทธิ์ คือ “ทรัพย์สินทางปัญญา” ประเภทหนึ่งที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ดังนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์จึงควรได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถหาประโยชน์จากงานลิขสิทธิ์ของตนได้

ลิขสิทธิ์ 9 ประเภท มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว “งานสร้างสรรค์ที่ผ่านกระบวนการคิด”จะได้รับการคุ้มครองอย่างอัตโนมัติตั้งแต่แรกวันที่เจ้าของได้สร้างสรรค์ขึ้นมา และมีอายุถึง 50 ปีหลังจากเจ้าของลิขสิทธิ์เสียชีวิต หากเป็นงานที่เกิดจากการสร้างสรรค์ของนิติบุคคล งานลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองสูงสุด 50 ปีหลังจากวันแรกที่ได้ทำการเผยแพร่

ยึดตามมาตรา 4  ในกฎหมายลิขสิทธิ์ของราชอาณาจักรไทย งานที่มีลิขสิทธิ์ประกอบไปด้วย 9 ประเภท

1. งานวรรณกรรม

เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ คำปราศรัย รวมทั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Coding, Source Code) ด้วย

FYI: การโพสต์ Facebook บทความบล็อก หรือแคปชันที่เขียนเอง ก็นับเป็นงานวรรณกรรมที่มีลิขสิทธิ์ทันทีเช่นกัน

2. งานการแสดง นาฏกรรม

เช่น งานเกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่า หรือการแสดงประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว

3. งานวิจิตรศิลป์ ศิลปกรรม

    • ภาพวาด
    • ประติมากรรม
    • งานพิมพ์
    • งานตกแต่งสถาปัตย์
    • ภาพถ่าย
    • ภาพวาดเขียน แผนที่ ภาพร่าง
    • งานประยุกต์ศิลป์ (งานประยุกตศิลป์ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ 25 ปีหลังจากวันจัดสร้าง)

FYI: โลโก้แบรนด์และงานกราฟิกดีไซน์จัดอยู่ในหมวด “งานประยุกต์ศิลป์” ซึ่งคุ้มครองแค่ 25 ปี สั้นกว่างานศิลปกรรมทั่วไปที่คุ้มครองตลอดชีวิต+50 ปี

4. งานดนตรีกรรม 

เช่น คำร้อง ทำนอง การเรียบเรียง เสียงประสาน และโน้ตเพลง

5. งานสิ่งบันทึกเสียง

เช่น เทปเพลง ซีดีเพลง แผ่นเสียง

6. งานโสตทัศนวัสดุ

เช่น วีซีดี วีดิโอเทป แผ่นดิสก์ที่บันทึกข้อมูลภาพและเสียงเอาไว้

FYI: คลิปวิดีโอที่อัปโหลดบน YouTube หรือ TikTok ก็ถือเป็นงานโสตทัศนวัสดุที่มีลิขสิทธิ์ทันทีที่สร้างขึ้น

7. งานภาพยนตร์

เช่น ภาพยนตร์ รวมทั้งเสียงประกอบด้วย

8. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ

เช่นการแพร่ภาพกระจายเสียง ทางวิทยุ หรือโทรทัศน์

FYI: การไลฟ์สตรีมผ่านโซเชียลมีเดียก็เข้าข่ายงานแพร่เสียงแพร่ภาพเช่นกัน

9. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี

วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ 

จะเห็นได้ว่าลิขสิทธิ์ครอบคลุมงานสร้างสรรค์ในชีวิตประจำวันมากกว่าที่หลายคนคิด ตั้งแต่โพสต์โซเชียลมีเดียไปจนถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์  ไม่จำเป็นต้องเป็นงานศิลปะ ระดับพิพิธภัณฑ์เท่านั้นถึงจะได้รับความคุ้มครอง

Tip: งานแบบไหน “ควรจดแจ้งลิขสิทธิ์” มากที่สุด?

  • งานที่มีมูลค่าทางการค้า เช่น ภาพวาด งานออกแบบ คอร์สออนไลน์
  • งานที่มีโอกาสถูกคัดลอกสูง เช่น คอนเทนต์ออนไลน์ รูปภาพ
  • งานที่ต้องใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายในอนาคต

การจดแจ้งลิขสิทธิ์จะช่วยให้คุณมีหลักฐานยืนยันเมื่อเกิดการละเมิด

👉 ตรวจสอบผลงานของคุณก่อนยื่นจดลิขสิทธิ์

ประเภทของลิขสิทธิ์ 9 ประเภท

ประโยชน์ของลิขสิทธิ์

1. ประโยชน์ต่อเจ้าของลิขสิทธิ์

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ย่อมเกิดแก่เจ้าของลิขสิทธิ์ เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและเป็นผู้มีสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นเจ้าของลิขสิทธิ์สามารถทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณะ ให้เช่าต้นฉบับหรือสำเนา หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้ลิขสิทธิ์ของตนเองได้ โดยที่เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องได้ค่าตอบแทน

2. ประโยชน์ต่อประชาชนและผู้บริโภค

การคุ้มครองลิขสิทธิ์ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนให้กล้าคิดและสร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าสู่สาธารณะมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้บริโภคได้บริโภคงานที่มีคุณภาพ

อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์

โดยทั่วไป การคุ้มครองลิขสิทธิ์เริ่มทันทีหลังจากงานถูกสร้างสรรค์ออกมา และจะมีอายุการคุ้มครองตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และคุ้มครองไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต อย่างไรก็ตาม อายุการคุ้มครองอาจแตกต่างออกไปตามประเภทผู้สร้างสรรค์และประเภทผลงาน ดังนี้

  1. กรณีมีผู้สร้างสรรค์งานคนเดียว ลิขสิทธิ์จะอยู่ตลอดอายุขัยและคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปีหลังผู้สร้างสรรค์เสียชีวิต
  2. กรณีมีผู้สร้างสรรค์หลายคน ลิขสิทธิ์จะอยู่ตลอดอายุขัยของผู้สร้างสรรค์ และอยู่ต่อไปอีก 50 ปี หลังผู้สร้างสรรค์คนสุดท้ายเสียชีวิต
  3. กรณีผู้สร้างสรรค์เป็นนิติบุคคล ลิขสิทธิ์จะมีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา หรือนับตั้งแต่มีการโฆษณางานนั้นครั้งแรก
  4. กรณีผู้สร้างสรรค์ใช้นามแฝงหรือไม่ปรากฏชื่อ ลิขสิทธิ์จะมีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา
  5. งานภาพถ่าย โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง หรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ ลิขสิทธิ์จะมีอายุ 50 ปี นับตั้งแต่ได้สร้างสรรค์ผลงานขึ้นมา หรือนับตั้งแต่มีการโฆษณาขึ้นครั้งแรก
อายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์

หลักเกณฑ์ในการพิจารณางานลิขสิทธิ์

  1. เป็นงานที่แสดงออกถึงความคิด (expression of idea)
  2. เป็นงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเอง (originality)
  3. การทุ่มเทกำลัง ความรู้ ความสามารถ ความตั้งใจวิริยะอุตสาหะในการสร้างสรรค์ (sweat & labour and judement)
  4. มีลักษณะเข้าข่ายตามประเภทของงานที่กฎหมายลิขสิทธิ์รับรอง
  5. เป็นงานที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดี
  6.  

ลิขสิทธิ์แม้เกิดอัตโนมัติ แต่การจดแจ้งจะช่วยให้พิสูจน์สิทธิได้ง่ายขึ้น

แม้ว่าลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ผลงาน แต่ในกรณีที่เกิดข้อพิพาท การมีหลักฐานการจดแจ้งลิขสิทธิ์จะช่วยยืนยันความเป็นเจ้าของได้ชัดเจนมากขึ้น

โดยเฉพาะในงานที่มีมูลค่าทางธุรกิจ เช่น งานออกแบบ โลโก้ โปรแกรม หรือคอนเทนต์ออนไลน์

👉 ดูบริการจดลิขสิทธิ์ครบวงจร

👉 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์

สิ่งที่ยื่นแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ไม่ได้

  1. ความคิด  ขั้นตอน  กรรมวิธี  ระบบ วิธีใช้หรือวิธีทำงาน แนวความคิด หลักการ การค้นพบ ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์
  2. ข่าวประจำวัน และข้อเท็จจริงต่างๆที่มีลักษณะเป็นเพียงข่าวสาร
  3. รัฐธรรมนูญและกฎหมาย
  4. ระเบียบ  ข้อบังคับ  ประกาศ  คำสั่ง  คำชี้แจง  และหนังสือโต้ตอบของกระทรวง  ทบวง  กรม หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐหรือท้องถิ่น
  5. คำพิพากษา  คำสั่ง  คำวินิจฉัย  และรายงานทางราชการ
  6. คำแปลและการรวบรวมสิ่งต่างๆ ตามข้อ  2-5  ที่กระทรวง ทบวง กรม หรือหน่วยงานใดของรัฐหรือของท้องถิ่นที่จัดทำขึ้น
  7.  
อะไรจด ลิขสิทธิ์ไม่ได้

เอกสารสำหรับจดลิขสิทธิ์

  1. แบบคําขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ (ลข.01)   Downlaod > แบบฟอร์มคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ (ลข.01) (moc.go.th)
  2. ผลงานสร้างสรรค์ที่ต้องการจดลิขสิทธิ์
  3. สําเนาบัตรประชาชน เจ้าของผลงาน 
  4. สําเนาบัตรประชาชนผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน (ถ้ามีผู้ร่วมสร้างสรรค์)
  5. หนังสือมอบอำนาจ (ในกรณีจดในนามบริษัท หรือใช้ตัวแทน)

เอกสารประกอบตามประเภทของผลงาน

นอกจากเอกสารพื้นฐานข้างต้น ตัวผลงานเองก็ต้องเตรียมให้เหมาะกับประเภทงานด้วย ดังนี้

ประเภทผลงาน

เอกสาร/ไฟล์ที่ควรเตรียม

งานวรรณกรรม เช่น หนังสือ บทความ โปรแกรมคอมพิวเตอร์

หน้าปก สารบัญ เนื้อหาบางส่วน เช่น 5 หน้าแรก และ 5 หน้าสุดท้าย พร้อมบทสรุปผลงานโดยย่อ

งานนาฏกรรม เช่น ท่ารำ ท่าเต้น

ภาพหรือวิดีโอประกอบท่าทาง พร้อมคำอธิบายลำดับการแสดงโดยย่อ

งานจิตรกรรม เช่น ภาพวาด

ไฟล์ภาพความละเอียดสูง โดยเน้นให้เห็นรายละเอียดของผลงานอย่างคมชัด

งานประติมากรรม

ภาพถ่ายผลงานให้ครบ 7 มุม ได้แก่ ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านซ้าย ด้านขวา ด้านบน ด้านล่าง และมุมเฉียง

งานภาพพิมพ์ เช่น ลายกล่อง ลายซอง ปกหนังสือ

ภาพที่แสดงลวดลายของผลงานอย่างชัดเจนและครบทุกด้าน

งานสถาปัตยกรรม

แบบแปลนหรือพิมพ์เขียวของผลงาน

งานภาพถ่าย

ไฟล์ภาพต้นฉบับความละเอียดสูง

งานศิลปประยุกต์ เช่น โลโก้บนบรรจุภัณฑ์

ภาพสินค้าหรือชิ้นงานที่แสดงให้เห็นลวดลายหรือโลโก้อย่างชัดเจน

งานดนตรีกรรม

โน้ตเพลงและหรือเนื้อร้อง โดยสามารถยื่นรวมหรือแยกกันได้

งานภาพยนตร์ / โสตทัศนวัสดุ

ไฟล์วิดีโอหรือสื่อที่บันทึกภาพและเสียงของผลงาน

งานสิ่งบันทึกเสียง

ไฟล์เสียงต้นฉบับของผลงาน

Tip: ยิ่งเตรียมไฟล์/ภาพให้ตรงกับประเภทงานมากเท่าไหร่ ยิ่งลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มเติม ภายหลังการยื่น

เอกสารดูไม่ซับซ้อน แต่รายละเอียดสำคัญ

แม้ว่าการจดลิขสิทธิ์จะไม่ซับซ้อนเท่าสิทธิบัตร แต่ในทางปฏิบัติ ยังมีรายละเอียดที่ควรระวัง เช่น การระบุเจ้าของผลงาน การจัดเตรียมหลักฐาน และการยื่นข้อมูลให้ถูกต้อง

หากเตรียมเอกสารไม่ครบ อาจทำให้การดำเนินการล่าช้า

👉 ให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบเอกสารก่อนยื่น

H2 ขั้นตอนการจดแจ้งลิขสิทธิ์

เมื่อเตรียมเอกสารครบแล้ว สามารถยื่นจดแจ้งลิขสิทธิ์ได้ตามขั้นตอนดังนี้

H3: ขั้นตอนที่ 1: เตรียมผลงานและเอกสาร

รวบรวมผลงานสร้างสรรค์ที่ต้องการจดแจ้ง พร้อมเอกสารประกอบตามที่ระบุด้านบน (แบบคำขอ ลข.01, สำเนาบัตรประชาชน, หนังสือมอบอำนาจถ้ามี)

H3: ขั้นตอนที่ 2: กรอกแบบคำขอแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ (ลข.01)

ระบุรายละเอียดผลงานให้ครบถ้วนและตรงกับผลงานจริง โดยข้อมูลหลักที่ต้องกรอกมีดังนี้ 

  • ชื่อและช่องทางติดต่อของเจ้าของสิทธิ์ (และตัวแทน ถ้ามี)
  • ชื่อผู้สร้างสรรค์ผลงาน หรือนามแฝง
  • ชื่อผลงาน ให้สะกดถูกต้องตรงกับที่จะใช้จริง
  • ประเภทและลักษณะของผลงาน (อ้างอิงตาราง 9 ประเภทด้านบน)
  • ที่มาของความเป็นเจ้าของสิทธิ์ เช่น สร้างสรรค์เอง เป็นผู้ว่าจ้าง หรือรับโอนสิทธิ์มา
  • ลักษณะการสร้างสรรค์ เช่น ทำขึ้นเองทั้งหมด สร้างสรรค์บางส่วน หรือรวบรวม/ดัดแปลงจากงานอื่น
  • สถานที่และปีที่สร้างสรรค์ผลงาน
  • ข้อมูลการเผยแพร่ครั้งแรก (ถ้ายังไม่เผยแพร่ ให้ระบุว่ายังไม่ได้เผยแพร่)
  • ประวัติการอนุญาตให้ใช้สิทธิ์หรือโอนสิทธิ์ (ถ้ามี) 

ยิ่งกรอกละเอียดและตรงกับผลงานจริงมากเท่าไหร่ ยิ่งลดโอกาสถูกขอแก้ไขเอกสารภายหลัง

H3: ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำขอ

ยื่นได้ 2 ช่องทาง คือ ยื่นออนไลน์ผ่านเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา http://copyright.ipthailand.go.th/  หรือ ยื่นด้วยตนเองที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด

H3: ขั้นตอนที่ 4: รอตรวจสอบและรับหนังสือรับรอง

นายทะเบียนจะตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร (ไม่ได้ตรวจสอบความใหม่ หรือ ความซ้ำเหมือนสิทธิบัตร) ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์ ก่อนออกหนังสือรับรองการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์

H3: ข้อควรรู้ในขั้นตอนการจดแจ้งลิขสิทธิ์

หนังสือรับรองนี้ไม่ได้ รับรองความเป็นเจ้าของ แต่เป็นเพียงหลักฐานว่าได้แจ้งข้อมูลไว้ ณ วันที่เท่าไหร่ หากเกิดข้อพิพาท ควรเก็บหลักฐานการสร้างสรรค์อื่น ประกอบไว้ด้วย เช่น ไฟล์ต้นฉบับ อีเมล หรือหลักฐานการเผยแพร่

ระยะเวลาการดำเนินการ

หลังจากจดแจ้งลิขสิทธิ์ หรือยื่นจดแจ้งกับนายทะเบียนเพื่อพิจารณาอนุมัติ ใช้เวลาประมาณ 4 สัปดาห์

การจดลิขสิทธิ์ เสียค่าอะไรบ้าง ?

ปัจจุบันไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจดลิขสิทธิ์

ในการยื่นจดลิขสิทธิ์ ผู้ยื่นควรเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ศึกษาขั้นตอนให้ละเอียด และติดตามผลหลังจากยื่นจด เพื่อให้การจดลิขสิทธิ์สำเร็จลุล่วง หรืออีกแนวทางหนึ่ง คือ เลือกใช้บริการยื่นจดลิขสิทธิ์กับทาง IDG ที่พร้อมอำนวยความสะดวกในการยื่นจดลิขสิทธิ์ และมีบริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาพื่อประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ ไม่ให้ถูกละเมิดลิขสิทธิ์ได้

ทำไมควรจดลิขสิทธิ์กับผู้เชี่ยวชาญ IDG Thailand

แม้ว่าการจดลิขสิทธิ์จะสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลจะช่วยให้กระบวนการเป็นไปอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

ข้อดีของการใช้บริการ

✔ ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนยื่น

✔ ช่วยเตรียมเอกสารครบถ้วน

✔ ให้คำแนะนำด้านกฎหมายลิขสิทธิ์

✔ ลดเวลาและขั้นตอนในการดำเนินการ

👉 ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายเบื้องต้น

เพิ่มเติมเกี่ยวกับลิขสิทธิ์

  • คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับกฎหมายลิขสิทธิ์และงานชนิดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์ได้ที่นี่ หรือที่นี่
  • เจ้าของลิขสิทธิ์ต้องเข้าใจและรับทราบว่ากฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะการแสดงออกของความคิดเท่านั้น แต่ไม่ใช่ความคิดหรือไอเดียในตัวของมันเอง ตัวอย่างเช่น ถ้าผู้ใดนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของวรรณกรรมของคุณไปใช้และเขียนเผยแพร่ความคิดของคุณด้วยประโยคของเขาเอง โดยไม่ทำให้คุณเสื่อมเสียหรือสูญเสียรายได้ นั่นก็อาจไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ อีกทั้งหากผู้ใดผู้หนึ่งสร้างงานสร้างสรรค์คล้ายคลึงเหมือนกับงานของคุณ แต่ได้แสดงออกให้เห็นชัดเจนว่าเขาได้ใช้ความคิดของตนเองในการสร้างงาน ไม่ได้ไปเอามาจากที่อื่นใด ลักษณะนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของคุณเช่นกัน
  • ดังนั้น ก่อนที่คุณจะฟ้องผู้ที่อาจละเมิดลิขสิทธิ์ คุณควรมีหลักฐานการเป็นเจ้าของสิทธิอย่างชัดเจน ประกอบกับคำยืนยันจากทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญแล้วเท่านั้น คุณจึงสามารถฟ้องหรือคัดค้านผู้ที่ละเมิดงานของคุณได้อย่างมั่นใจ ไม่เสี่ยงถูกฟ้องกลับ
  • อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณต้องการได้รับการคุ้มครองไอเดียของคุณ คุณควรยื่นจดเป็นสิทธิบัตร แต่ก็ต้องทำการสำรวจก่อนว่าไอเดียของคุณนั้นเข้าเกณฑ์ข้อใด ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากหัวข้อ การยื่นจดสิทธิบัตร นอกเหนือจากนี้หากคุณต้องการใช้งานออกแบบกราฟิก รูปถ่าย หรือภาพวาดใดๆ เพื่อการยื่นจดเป็นโลโก้บริษัทหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ คุณควรตรวจสอบข้อมูลในหัวข้อ การจดเครื่องหมายการค้า

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการจดลิขสิทธิ์

Q: จดทะเบียนลิขสิทธิ์ คืออะไร ต่างจากจดแจ้งลิขสิทธิ์อย่างไร?

A: ตามกฎหมายไทย ไม่มีคำว่า “จดทะเบียนลิขสิทธิ์” ที่ถูกต้องคือ “จดแจ้งลิขสิทธิ์” การ “จดทะเบียน” ใช้กับสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าเท่านั้น ซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบ ความใหม่หรือความซ้ำก่อนได้รับสิทธิ์ ส่วนลิขสิทธิ์เกิดขึ้นอัตโนมัติทันทีที่สร้างสรรค์ผลงาน การ “จดแจ้ง” จึงเป็นเพียงการแจ้งวันที่สร้างสรรค์ไว้กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อเป็น หลักฐาน ไม่ใช่การรับรองความเป็นเจ้าของ

Q: เครื่องหมายลิขสิทธิ์ (©) คืออะไร ต้องใส่ไหม?

A: สัญลักษณ์ © คือเครื่องหมายที่ใช้แสดงว่างานชิ้นนั้นมีลิขสิทธิ์ ในทางกฎหมายไทย ไม่มีข้อบังคับว่าต้องใส่เครื่องหมายนี้ เพราะลิขสิทธิ์เกิดขึ้นอัตโนมัติอยู่แล้ว แต่การใส่ © พร้อมชื่อเจ้าของและปีที่สร้างสรรค์ (เช่น © 2026 IDG Thailand) ช่วยเตือนให้ผู้พบเห็น ทราบว่างานนี้มีเจ้าของและไม่ควรนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต อ่านเพิ่มเติมเรื่องสัญลักษณ์เครื่องหมายลิขสิทธิ์

Q: ลิขสิทธิ์ต้องจดทะเบียนไหม?

A: ไม่จำเป็น ลิขสิทธิ์เกิดขึ้นทันทีที่สร้างสรรค์ผลงาน แต่การจดแจ้งช่วยให้มีหลักฐานยืนยันสิทธิ

Q: จดลิขสิทธิ์ใช้เวลากี่วัน?

A: โดยทั่วไปประมาณ 2–4 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการพิจารณา

Q: จดลิขสิทธิ์มีค่าใช้จ่ายไหม?

A: การจดแจ้งลิขสิทธิ์ไม่มีค่าธรรมเนียมราชการ แต่หากใช้บริการผู้เชี่ยวชาญอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม

Q: ชื่อเรื่อง ชื่อแบรนด์ หรือคำที่อ่านออกเสียงได้ จดลิขสิทธิ์ได้ไหม?

A: ไม่ได้ กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครองเฉพาะงานสร้างสรรค์ที่มองเห็นได้ในรูปแบบภาพเท่านั้น ข้อความหรือคำที่อ่านออกเสียงได้ เช่น ชื่อสินค้า ชื่อการ์ตูน จะไม่สามารถนำมาจดแจ้ง ลิขสิทธิ์ได้ แม้จะออกแบบตัวอักษรเป็นพิเศษก็ตาม หากต้องการคุ้มครองชื่อแบรนด์ ควรพิจารณาจดเป็นเครื่องหมายการค้า

Q: ผลงานแบบไหนจดลิขสิทธิ์ได้?

A: เช่น งานเขียน รูปภาพ เพลง วิดีโอ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และงานสร้างสรรค์อื่น ๆ

Q: โลโก้ควรจดลิขสิทธิ์หรือเครื่องหมายการค้า?

A: โลโก้สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ แต่สำหรับกรณีที่ท่านต้องการให้สัญลักษณ์แบรนด์หรือโลโก้ได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มรูปแบบนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการยื่นจดเป็นเครื่องหมายการค้าเพิ่มเติม

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ