International Website
จะสร้างแบรนด์ทั้งที

  จะสร้างแบรนด์ทั้งที!
ชื่อแบรนด์
ก็ต้องจดเครื่องหมายการค้าได้ด้วย

หลายคนคงเริ่มก้าวสู่เส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยการ “สร้างแบรนด์” เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการของตนเองสู่ผู้บริโภค บางแบรนด์ถึงกับทุ่มงบมหาศาลเพื่อโปรโมทสินค้าให้มีชื่อเสียง บางท่านอาจใช้เงินจำนวนมากจ้างที่ปรึกษา เพื่อออกแบบโลโก้และตั้งชื่อแบรนด์ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อแบรนด์ที่คิดขึ้นหรือโลโก้ที่ออกแบบขึ้นมานั้น จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่?

จะสร้างแบรนด์ทั้งที

การตั้งชื่อแบรนด์ที่ดีนั้น จะต้องสามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ ซึ่งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะทำให้เจ้าของแบรนด์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้น กับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และมีสิทธิห้ามไม่ให้บุคคลอื่นใช้ชื่อแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าของเราเพื่อแสวงหาประโยชน์จากความมีชื่อเสียงของแบรนด์โดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชื่อหรือโลโก้ของทุกแบรนด์จะสามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าได้กำหนด ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่สามารถจดทะเบียนได้ ไว้ดังนี้

  • 1. ต้องเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะต้องเป็นเครื่องหมายที่ทำให้สาธารณชนสามารถแยกแยะความแตกต่างของสินค้าของเรากับสินค้าของคนอื่นได้ ที่สำคัญ ชื่อแบรนด์นั้นจะต้องไม่เป็นคำบรรยายสินค้าหรือบริการที่จดทะเบียนโดยตรง เช่น คำว่า Beauty กับสินค้าเครื่องสำอาง เป็นต้น
  • 2. ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วเพื่อป้องกันการสับสนของลูกค้า กฎหมายจึงกำหนดให้เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้ลูกค้าสับสนจะไม่สามารถจดทะเบียนได้ ซึ่งการจะรู้ว่าชื่อแบรนด์หรือโลโก้ที่เรากำลังออกแบบนั้นซ้ำกับของคนอื่นหรือไม่นั้น จะต้องสืบค้นจากฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • 3. ต้องไม่เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเครื่องหมายที่จะจดทะเบียนได้นั้นจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ชื่อประเทศ ชื่อทางภูมิศาสตร์ เป็นคำหยาบคาย เป็นภาพลามกอนาจาร เป็นต้น

อ่านมาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการใหม่หลาย ๆ ท่านคงพอจะเห็นแนวทางในการตั้งชื่อแบรนด์ และออกแบบโลโก้ให้สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้แล้ว นอกจากนี้ นักออกแบบโลโก้ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ด้านลิขสิทธิ์เช่นกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ “ลิขสิทธิ์สำคัญแค่ไหน ต้องใส่ใจก่อนออกแบบ” และหากท่านต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง สามารถติดต่อเราได้ทางเว็บไซต์: idgthailand.com หรือทาง LINE: @idgthailand ครับ

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้
จะสร้างแบรนด์ทั้งที

  จะสร้างแบรนด์ทั้งที!
ชื่อแบรนด์
ก็ต้องจดเครื่องหมายการค้าได้ด้วย

หลายคนคงเริ่มก้าวสู่เส้นทางการเป็นเจ้าของธุรกิจด้วยการ “สร้างแบรนด์” เพื่อนำเสนอสินค้าหรือบริการของตนเองสู่ผู้บริโภค บางแบรนด์ถึงกับทุ่มงบมหาศาลเพื่อโปรโมทสินค้าให้มีชื่อเสียง บางท่านอาจใช้เงินจำนวนมากจ้างที่ปรึกษา เพื่อออกแบบโลโก้และตั้งชื่อแบรนด์ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อแบรนด์ที่คิดขึ้นหรือโลโก้ที่ออกแบบขึ้นมานั้น จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายหรือไม่?

จะสร้างแบรนด์ทั้งที

การตั้งชื่อแบรนด์ที่ดีนั้น จะต้องสามารถจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าได้ ซึ่งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าจะทำให้เจ้าของแบรนด์ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายและมีสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะใช้เครื่องหมายการค้านั้น กับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ และมีสิทธิห้ามไม่ให้บุคคลอื่นใช้ชื่อแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าของเราเพื่อแสวงหาประโยชน์จากความมีชื่อเสียงของแบรนด์โดยไม่ได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าชื่อหรือโลโก้ของทุกแบรนด์จะสามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้ เนื่องจากพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าได้กำหนด ลักษณะของเครื่องหมายการค้าที่สามารถจดทะเบียนได้ ไว้ดังนี้

  • 1. ต้องเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะบ่งเฉพาะต้องเป็นเครื่องหมายที่ทำให้สาธารณชนสามารถแยกแยะความแตกต่างของสินค้าของเรากับสินค้าของคนอื่นได้ ที่สำคัญ ชื่อแบรนด์นั้นจะต้องไม่เป็นคำบรรยายสินค้าหรือบริการที่จดทะเบียนโดยตรง เช่น คำว่า Beauty กับสินค้าเครื่องสำอาง เป็นต้น
  • 2. ต้องไม่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายของบุคคลอื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วเพื่อป้องกันการสับสนของลูกค้า กฎหมายจึงกำหนดให้เครื่องหมายที่เหมือนหรือคล้ายกันจนอาจทำให้ลูกค้าสับสนจะไม่สามารถจดทะเบียนได้ ซึ่งการจะรู้ว่าชื่อแบรนด์หรือโลโก้ที่เรากำลังออกแบบนั้นซ้ำกับของคนอื่นหรือไม่นั้น จะต้องสืบค้นจากฐานข้อมูลของกรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • 3. ต้องไม่เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเครื่องหมายที่จะจดทะเบียนได้นั้นจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ชื่อประเทศ ชื่อทางภูมิศาสตร์ เป็นคำหยาบคาย เป็นภาพลามกอนาจาร เป็นต้น

อ่านมาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อว่าผู้ประกอบการใหม่หลาย ๆ ท่านคงพอจะเห็นแนวทางในการตั้งชื่อแบรนด์ และออกแบบโลโก้ให้สามารถจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้แล้ว นอกจากนี้ นักออกแบบโลโก้ ก็จำเป็นต้องมีความรู้ด้านลิขสิทธิ์เช่นกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความ “ลิขสิทธิ์สำคัญแค่ไหน ต้องใส่ใจก่อนออกแบบ” และหากท่านต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญโดยตรง สามารถติดต่อเราได้ทางเว็บไซต์: idgthailand.com หรือทาง LINE: @idgthailand ครับ

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy