หากพูดถึง “กีตาร์ไฟฟ้า” เชื่อว่าภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวของทุกๆ คน คือรูปทรงเว้าโค้งสองข้าง (double-cutaway) ของ Fender Stratocaster กีต้าร์สามัญประจำบ้านของนักดนตรีตั้งแต่มือสมัครเล่นไปจนถึงนักดนตรีอาชีพ ซึ่งมีดีไซน์ที่ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 และกลายเป็นรูปทรงมาตรฐานของกีตาร์ไฟฟ้ามาจนถึงทุกวันนี้
แต่ความนิยมของรูปทรงกีต้าร์นี้เองที่ทำให้เกิดคำถามที่หลายๆ คนอาจสงสัย ในเมื่อทุกคนจำได้ว่านี่คือ “ทรงของแบรนด์ Fender” แล้วตกลง Fender เป็นเจ้าของรูปทรงนี้จริงไหม?
ข้อพิพาทล่าสุดที่เกิดขึ้นระหว่าง “Fender” กับ “Thomann” ร้านค้าเครื่องดนตรีออนไลน์และหนุึ่งในตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ Fender รายใหญ่ที่สุดของยุโรป คือตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า รูปทรงสินค้าหนึ่งชิ้น จริงๆ แล้วมีทรัพย์สินทางปัญญาในรูปแบบไหนที่คุ้มครองอยู่บ้าง
ประเด็นเรื่องรูปทรงกีต้าร์ "Stratocaster" ในยุโรป
จุดเริ่มต้นมาจากการที่ Fender ชนะคดีในศาลเมืองดึสเซลดอร์ฟ (Düsseldorf) ประเทศเยอรมนี กับผู้ขายทางออนไลน์รายหนึ่ง เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2025 โดยเป็นการชนะคดีแบบ “คำพิพากษาโดยขาดนัด” (Default judgement) ซึ่งเป็นการที่คู่กรณีอีกฝ่ายไม่มาปรากฏตัวต่อศาล นั่นจึงทำให้ทาง Fender ได้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ทรง Stratocaster ในยุโรปโดยปริยาย
ต่อมาหลังจากได้รับคำตัดสินข้างต้น Fender ได้ปูพรมส่งจดหมายเตือนให้หยุดการกระทำ (cease-and-desist letters) ไปยังแบรนด์ผู้ผลิตและจำหน่ายกีต้าร์หลายรายในยุโรป ไม่ว่าจะเป็น Yamaha, PRS รวมถึงแบรนด์ Harley Benton (แบรนด์ลูกของ Thomann) เพื่อสั่งให้หยุดผลิตและจำหน่ายกีตาร์ที่มีรูปทรงเลียนแบบ Stratocaster ซึ่งมือกีต้าร์หลายๆ คนก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นรวมถึงวิพากษ์วิจารณ์ต่อเหตุการณ์ดังกล่าวบนโลกออนไลน์
และเมื่อเดือน มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ทาง Thomann หนึ่งในพาร์ทเนอร์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของ Fender ที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือน ก็ได้ออกมาตอบโต้โดยการยื่นฟ้องศาลในประเด็นความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ (Declaration of Non-Infringement) ต่อ Fender ซึ่งทาง Thomann ได้มีการออกมาชี้แจงผ่านหน้าเว็บไซต์ของตนเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าว โดยข้อต่อสู้ของ Thomann คือ Fender ไม่ควรมีสิทธิ์ในรูปทรงกีต้าร์นี้อย่างถูกต้อง เพราะคำตัดสินเมื่อเดือนธันวาคมนั้นเป็นเพียงคดีที่คู่กรณีอีกฝั่งไม่สู้ความ (Default Judgment) และเป้าหมายของ Thomann คือการปกป้องความหลากหลายในอุตสาหกรรมและช่างทำกีตาร์อิสระ พร้อมทั้งทิ้งท้ายขอให้ทาง Fender หยุดการกระทำดังกล่าวต่อผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายทั้งหลาย และกลับสู่การเป็นพาทเนอร์ที่เป็นธรรมและร่วมมือกันเหมือนเดิม
ล่าสุดในเดือน กรกฎาคม 2026 Fender ก็ได้ตอบกลับโดยการฟ้องกลับข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์กับ Thomann โดยตรง อ้างอิงส่วนหนึ่งของคำแถลงการณ์ของทาง Fender ได้ระบุว่า แบรนด์ Harley Benton ของ Thomann นั้นลอกเลียนแบบรูปทรงกีต้าร์ Stratocaster ของพวกเขา พร้อมกับแถลงว่า พวกเขาพยายามเจรจาหาทางออกและปรับดีไซน์ร่วมกันแล้ว แต่ทาง Thomann ปฏิเสธและเลือกที่จะเดินหน้าฟ้องก่อน Fender จึงต้องยื่นฟ้องกลับตามกระบวนการทางกฎหมาย
กีต้าร์ 1 ตัว มีทรัพย์สินทางปัญญาอะไรซ่อนอยู่บ้าง?
ไม่ว่าจะเป็นนักดนตรีมือสมัครเล่น หรือนักดนตรีอาชีพที่ใช้กีต้าร์เปรียบเสมือนอวัยวะที่ 33 ของร่างกาย อาจมองข้ามไปว่า เครื่องดนตรีที่ถืออยู่ในมือนั้นมีทรัพย์สินทางปัญญาซ่อนอยู่มากมาย เชื่อเลยว่าทุกๆท่านมักเรียกทุกอย่างรวมกันว่า “ลิขสิทธิ์” แต่จริง ๆ แล้วทรัพย์สินทางปัญญาที่ซ่อนอยู่นั้น แบ่งได้เป็นหลายประเภท และแต่ละประเภทจะคุ้มครองในฟังก์ชันที่แตกต่างกัน
สิทธิบัตร (Patent)
- สิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Invention Patent) คุ้มครองการประดิษฐ์และกลไกการทำงานที่คิดค้นขึ้นใหม่และแก้ปัญหาทางเทคโนโลยี เช่น ระบบปิ๊กอัพ (Pickups) แบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน ระบบปรีแอมป์ภายในตัวกีต้าร์ (Pre-amp) กลไกการตั้งสาย กลไกคันโยก เป็นต้น
- อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) จะคุ้มครองคล้ายๆ กับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ แต่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่สูงมากเท่ากับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เช่น วิธีการประกอบโครงสร้างไม้ภายใน ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงหรือปรับปรุงโทนเสียง เป็นต้น
- สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent) คุ้มครองรูปลักษณ์ภายนอก รูปทรง เช่น รูปทรงของตัวบอดี้กีต้าร์ รูปทรงของหัวกีต้าร์ หรือฮาร์ดแวร์ภายนอก เช่น ดีไซน์ลูกบิด หย่อง ปิ๊กการ์ด เป็นต้น
เครื่องหมายการค้า (Trademark)
ทำหน้าที่คุ้มครองสัญลักษณ์ ชื่อ หรือสิ่งที่ใช้ระบุตัวตนของแบรนด์ เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคสับสนว่ากีต้าร์นี้มาจากยี่ห้อใด เช่น ชื่อแบรนด์และโลโก้ (Fender, Ibanez) ชื่อรุ่นของกีต้าร์ เป็นต้น
ลิขสิทธิ์ (Copyright)
คุ้มครองงานสร้างสรรค์เชิงศิลปะหรือศิลปกรรม เกิดขึ้นทันทีโดยที่ไม่ต้องยื่นจดทะเบียนเหมือนเครื่องหมายการค้าหรือสิทธิบัตร เช่น ลวดลายบนบอดี้กีต้าร์ หรือคอกีต้าร์ เป็นต้น
ความลับทางการค้า (Trade Secret)
คุ้มครองข้อมูลหรือสูตรลับที่บริษัทเก็บไว้เป็นความลับทางการค้าเพื่อเปรียบทางการแข่งขัน ยกตัวอย่างเช่น สูตรทำสีและเคลือบเงา กระบวนการอบไม้ เทคนิคการพันคอยล์ปิ๊กอัพ เป็นต้น (ทั้งนี้ ข้อมูลหรือสูตรลับดังกล่าวจะถูกคุ้มครอง ตราบใดที่ข้อมูลนั้นเป็นความลับ หากถูกเปิดเผยแล้วจะถือว่าไม่ถูกคุ้มครอง)
สองฝ่าย สองมุมมอง
ฝั่ง Fender มองว่า ดีไซน์ของ Stratocaster เป็นการออกแบบที่วิจิตร มีสุนทรียภาพ และเป็นงานศิลปะดั้งเดิม ไม่ใช่แค่รูปทรงเพื่อการใช้งาน (functional) จึงสมควรได้รับความคุ้มครองในฐานะลิขสิทธิ์
แต่กลับกัน ฝั่ง Thomann และคู่แข่งมองว่า รูปทรงนี้กลายเป็น “สมบัติสาธารณะ” (public domain) หรือที่วงการเรียกว่าทรง “S-Style” ไปนานแล้ว การที่ Fender ปล่อยให้แบรนด์อื่นผลิตทรงนี้มาหลายสิบปีโดยไม่ฟ้อง แล้วเพิ่งจะมาไล่ฟ้องตอนนี้ คือความพยายามผูกขาดตลาดอย่างไม่เป็นธรรม และเป็นการใช้ลิขสิทธิ์เพื่อ “ยืดอายุการผูกขาด” ที่หมดไปแล้วกลับคืนมา
ความเป็นไปได้ในคดี Fender vs. Thomann
คดี Fender vs. Thomann ไม่ใช่แค่เรื่องราวระหว่าง 2 แบรนด์ทะเลาะกัน แต่อาจเป็นจุดเปลี่ยนของวงการผู้ผลิตเครื่องดนตรีครั้งใหญ่ในยุโรปได้เลย ซึ่งผลของการต่อสู้กันระหว่าง 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่นี้อาจเป็นไปได้ 2 ทาง
- ถ้า Fender ชนะ: ในทางกฎหมาย จะยอมรับว่ารูปทรงกีตาร์ Stratocaster คือผลงานศิลปะที่ห้ามลอกเลียนแบบ แบรนด์กีตาร์นับพันทั่วยุโรปอาจต้องหยุดผลิตกีต้าร์ทรง S-Style ทันที หรือต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ Fender
- ถ้า Thomann ชนะ: กีต้าร์ทรง Stratocaster จะเป็นสมบัติสาธารณะอย่างเป็นทางการในยุโรป และตอกย้ำว่าลิขสิทธิ์ไม่ใช่เครื่องมือยืดอายุการผูกขาดรูปทรงสินค้าอุตสาหกรรมได้ตลอดกาล
เราได้อะไรจากเรื่องนี้?
ไม่ใช่แค่เรื่องราวของกีตาร์ 1 ตัว หรือคดีความระหว่าง 2 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่เราได้เรียนรู้กัน แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้คือ สินค้า 1 ชิ้น อาจมีทรัพย์สินทางปัญญามากมายที่ซ่อนอยู่ เมื่อความคุ้มครองประเภทหนึ่งหมดอายุ เจ้าของแบรนด์อาจพยายามหาความคุ้มครองอีกประเภทมาสวมแทน เพื่อยืดการผูกขาดออกไป
ท้ายที่สุดเรื่องนี้จะมีบทสรุปอย่างไร ไม่ว่าฝั่ง Fender หรือ Thomann จะชนะ หรือการไกล่เกลียจะเกิดขึ้นแล้วทั้ง 2 ฝ่ายยอมหันหน้าเข้าหากัน คำถามที่อยากชวนให้ผู้อ่านทุกท่านคิดกันต่อคือ เส้นกั้นระหว่าง “การปกป้องความคิดสร้างสรรค์” กับ “การผูกขาดตลาดตลอดไป” อยู่ตรงไหน? และคำตอบนั้น อาจถูกกำหนดโดยรูปทรงกีตาร์ที่เราเห็นกันจนชินตามาทั้งชีวิต







