ฆอ. คืออะไรและทำไมถึงสำคัญ
ฆอ. หรือใบอนุญาตโฆษณาอาหาร เป็นใบอนุญาตที่ออกโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมมาตรฐานและความถูกต้องของการโฆษณาผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อป้องกันการโฆษณาที่หลอกลวงหรือเกินความจริง และคุ้มครองผู้บริโภคตาม พ.ร.บ.อาหาร พ.ศ. 2522 ใบอนุญาต ฆอ. มีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต
เส้นแบ่งระหว่าง “ต้องขออนุญาต” กับ “ได้รับการยกเว้น” สำหรับโฆษณาอาหาร
ปัจจุบันการทำการตลาดสินค้าอาหารและอาหารเสริมผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, TikTok หรือการใช้ Influencer รีวิวสินค้า กลายเป็นเรื่องปกติของผู้ประกอบการจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่หลายแบรนด์อาจมองข้าม คือ “โฆษณาอาหาร” บางประเภทจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเผยแพร่
โดยหลักการแล้ว หากเนื้อหาโฆษณาเป็นเพียงการแสดงข้อมูลทั่วไปของสินค้า เช่น รูปภาพผลิตภัณฑ์ ราคา โปรโมชั่น หรือช่องทางการสั่งซื้อ โดยไม่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณหรือผลต่อสุขภาพ อาจเข้าข่ายได้รับการยกเว้นไม่ต้องขออนุญาตโฆษณาอาหารแต่เมื่อใดที่มีการสื่อสารเกี่ยวกับประโยชน์ต่อร่างกาย หรือกล่าวอ้างสรรพคุณของสินค้า เช่น “ช่วยลดน้ำหนัก” “ช่วยเรื่องการขับถ่าย” หรือ “บำรุงร่างกาย” ไม่ว่าจะเป็นข้อความในโพสต์ การรีวิวสินค้า หรือการพูดระหว่าง Live ก็อาจถือเป็น “โฆษณาอาหาร” ที่ต้องขออนุญาตจาก อย. ก่อนเผยแพร่ทันที
นอกจากนี้ การใช้ข้อความที่เกินจริง อวดอ้างสรรพคุณเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการถูกสั่งระงับหรือลบโฆษณา ถูกปรับ หรือถูกตรวจสอบย้อนหลังได้ ดังนั้น ก่อนเผยแพร่โฆษณาอาหารทุกครั้ง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเนื้อหาให้ถูกต้องตามข้อกำหนดของกฎหมาย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงทางธุรกิจ และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
ขั้นตอนการขอใบอนุญาตโฆษณาอาหาร (ฆอ.)
การโฆษณาอาหารที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณ หรือสื่อถึงประโยชน์ต่อสุขภาพ จำเป็นต้องยื่นขออนุญาตโฆษณาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนเผยแพร่ เพื่อให้เนื้อหาเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย และลดความเสี่ยงในการถูกระงับโฆษณาหรือถูกตรวจสอบย้อนหลัง
โดยทั่วไปขั้นตอนการขออนุญาตโฆษณาอาหาร สามารถแบ่งออกได้ดังนี้
- ตรวจสอบข้อความโฆษณา
เริ่มต้นจากการตรวจสอบเนื้อหาที่จะใช้ในการโฆษณา ทั้งข้อความ ภาพ เสียง หรือวิดีโอ ว่ามีการ กล่าวอ้างสรรพคุณ หรือมีข้อความที่อาจเข้าข่ายเกินจริงหรือไม่ เพื่อให้มั่นใจว่าเนื้อหาสอดคล้องกับข้อกำหนดของ อย. - เตรียม Artwork และ Caption
จัดเตรียมสื่อโฆษณาที่จะใช้เผยแพร่ ไม่ว่าจะเป็นภาพกราฟิก แบนเนอร์ วิดีโอ รวมถึงข้อความ Caption หรือบทพูดสำหรับใช้ในการ Live หรือรีวิวสินค้า โดยเนื้อหาทั้งหมดต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับข้อมูลที่สามารถใช้โฆษณาได้ - แนบเอกสารสินค้าและเลข อย.
ผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสินค้า เช่น ฉลากผลิตภัณฑ์ รายละเอียดสินค้า และเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) เพื่อใช้ประกอบการยื่นคำขออนุญาตโฆษณา - ยื่นคำขอผ่านระบบ e-Submission ของ อย.
เมื่อเตรียมข้อมูลครบถ้วนแล้ว สามารถยื่นคำขออนุญาตผ่านระบบ e-Submission ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณา - รอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
หลังจากยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบรายละเอียดของโฆษณา รวมถึงข้อความและสื่อที่ใช้ ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดหรือไม่ หากพบจุดที่ต้องแก้ไข อาจมีการแจ้งให้ปรับเพิ่มเติมก่อนอนุมัติ - ได้รับเลข ฆอ.
เมื่อโฆษณาผ่านการพิจารณาเรียบร้อย ผู้ประกอบการจะได้รับเลขอนุญาตโฆษณาอาหาร หรือ “เลข ฆอ.” เพื่อใช้แสดงในการเผยแพร่โฆษณา - นำโฆษณาไปเผยแพร่
หลังได้รับอนุญาตแล้ว จึงสามารถนำสื่อโฆษณาไปเผยแพร่ผ่านช่องทางต่างๆ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งบน Facebook, TikTok, เว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์อื่นๆ
โฆษณาแบบไหนเสี่ยงโดนปรับ
ข้อห้ามที่เด็ดขาด
การโฆษณาสรรพคุณว่าสามารถบำบัด บรรเทา รักษาโรคที่ประกาศห้ามโฆษณา เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน อัมพาต อัมพฤกษ์ ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และสำนักงาน อย. ไม่เคยอนุญาตให้มีการโฆษณาลักษณะดังกล่าว
ความเสี่ยงที่หลายแบรนด์ประเมินต่ำ
การไม่มีใบอนุญาตโฆษณาอาจส่งผลให้ถูกสั่งระงับการโฆษณา รวมถึงโทษปรับหนัก ซึ่งทำให้แคมเปญการตลาดสะดุดลง และที่น่ากังวลกว่านั้นคือ อย. สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โพสต์เก่าที่ยังไม่ได้ลบอาจกลายเป็นหลักฐานในภายหลัง
สำหรับ Influencer และผู้รีวิว
การใช้บุคคลผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้แสดงในการโฆษณา ต้องเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้แสดงที่ได้รับจากประสบการณ์จริง มิใช่เป็นการแสดงที่กระทำไปตามบทบาทที่ได้รับมอบหมายเพียงอย่างเดียว และต้องมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรที่รับรองโดยผู้แสดง (Testimonial statement) ว่าสาระสำคัญที่นำเสนอเป็นความจริง
หากโฆษณาอาหารโดยไม่ได้ขออนุญาต “ฆอ.” ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขอ ผู้ประกอบการอาจมีความเสี่ยงทั้งด้านกฎหมายและผลกระทบต่อธุรกิจ โดยเฉพาะในกรณีที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณเกี่ยวกับสุขภาพ หรือใช้ข้อความที่อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด
ดังนั้น ก่อนเผยแพร่โฆษณาอาหารทุกครั้ง ควรตรวจสอบว่าเนื้อหาเข้าข่ายต้องขออนุญาตหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบข้อความให้เป็นไปตามข้อกำหนดของ อย. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น
การโฆษณาอาหารในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงเรื่องของการตลาดหรือยอดขายเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายที่ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญ การตรวจสอบเนื้อหาโฆษณาให้ถูกต้อง และดำเนินการขออนุญาตอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกระงับโฆษณา ถูกตรวจสอบย้อนหลัง หรือเกิดปัญหาทางกฎหมายในอนาคต
หากคุณกำลังวางแผนโปรโมทสินค้าอาหารหรืออาหารเสริม และไม่แน่ใจว่าโฆษณาเข้าข่ายต้องขอ “ฆอ.” หรือไม่ IDG พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่การตรวจสอบข้อความโฆษณา จัดเตรียมเอกสาร ไปจนถึงยื่นขออนุญาตกับ อย. อย่างถูกต้อง เพื่อให้ธุรกิจของคุณดำเนินการได้อย่างมั่นใจและเป็นมืออาชีพ
แหล่งอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
https://food.fda.moph.go.th
ระบบ e-Submission อย.
https://privus.fda.moph.go.th
ราชกิจจานุเบกษา ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
https://ratchakitcha.soc.go.th/search-result
พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522
https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=536781463119601664&name=law_act_TH.pdf
บทกำหนดโทษ
https://food.fda.moph.go.th/media.php?id=536789787017879552&name=law_act_8.pdf







