OUR BLOG

ปลดล็อก GDP : ยกระดับเศรษฐกิจไทยด้วยสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน

ปลดล็อก GDP เศรษฐกิจไทย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งจากผลกระทบของสถานการณ์โลก วิกฤตการณ์โรคระบาดและปัจจัยภายในประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวและความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้นทำให้ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง ในบทความนี้ เราจะสำรวจวิธีการใหม่ในการกระตุ้นการเติบโตของ GDP ไทย ผ่านการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูและเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้กลับมามั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืนอีกครั้ง

1. ปัญหาการเติบโตของ GDP ไทย

– การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยเผชิญกับความท้าทายหลายประการในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หนึ่งในนั้น คือ การพึ่งพาอุตสาหกรรมดั้งเดิมมากเกินไป การขาดนวัตกรรม และการลงทุนไม่เพียงพอในภาคที่มีการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยีและการวิจัยและพัฒนา (R&D)

– ในไตรมาสแรกของปี 2024 GDP เติบโตเพียง 1.5% ทำให้มีการปรับลดการคาดการณ์การเติบโตประจำปีลงเหลือ 2-3% ปัจจัยต่างๆ เช่น (1) สงครามการค้าและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งทำให้เศรษฐกิจถูกกดดัน; (2) การลงทุนของภาครัฐชะลอตัวเนื่องจากความล่าช้าในการจัดงบประมาณ และ (3) การส่งออกที่ยังคงอ่อนแออยู่

– เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ผมเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในภาคอุตสาหรรมที่มีการเติบโตสูงซึ่งเน้นการสร้างและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets) ซึ่งคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 90% ของสินทรัพย์ทั้งหมดขององค์กรทั้งหมด

2. ทำไมการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนจึงสำคัญสำหรับประเทศไทย

– สินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น การวิจัยและพัฒนา ซอฟต์แวร์ และการสร้างแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

– ในหนังสือ Capitalism Without Capital Haskel และ Westlake แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนได้แซงหน้าการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตนในเศรษฐกิจของประเทศที่พัฒนาแล้ว ซึ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเติบโต อย่างไรก็ตาม ระบบการเงินและนโยบายแบบดั้งเดิมมักไม่สามารถสนับสนุนการลงทุนเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Imperial Capitalism 6 1 europe and the us investment tojpeg 1524744713016 x2

Europe and the US investment: intangibles (red) versus tangibles (orange)
Source : Capitalism Without Capital | Be inspired | Imperial College London

 

– ในหนังสือ Restarting the Future พวกเขาเพิ่มเติมว่าควรมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เพื่อสนับสนุนการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับกรอบเศรษฐกิจให้ทันสมัย การปฏิรูปเหล่านี้สามารถช่วยให้ประเทศไทยใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนเพื่อเพิ่มพูนเศรษฐกิจได้
(ผมแนะนำให้หลายๆท่านที่สนใจประเด็นเรื่องเศรษฐกิจในภาพ macroeconomic กับทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม และท่านผู้บริหารองค์กรไทยลองอ่านดูทั้ง 2 เล่ม)

3. กลยุทธ์สำคัญ 10 ข้อสำหรับประเทศไทย 
  1. การปฏิรูประบบการเงิน (Reforming Financial Systems): สนับสนุนการจัดหาเงินทุนประเภทหุ้น: พัฒนากลไกที่สนับสนุนการจัดหาเงินทุนแบบออกหุ้น (equity financing) เช่น การลงทุนของ Venture Capital & Private Equity โดยเฉพาะในภาคที่มีสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนมากเป็นพิเศษ เช่น เทคโนโลยีและชีววิทยาศาสตร์ที่เป็น Deep Tech
  2. การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกัน (Utilizing IP As Collateral): ส่งเสริมการใช้ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) เป็นหลักประกัน: เปิดโอกาสให้ธุรกิจใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นหลักประกันในการเข้าถึงการจัดหาเงินทุน ทำให้สามารถได้รับเงินทุนสำหรับการเติบโตและนวัตกรรมได้ง่ายขึ้น
  3. การเสริมสร้างกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา (Promoting IP Law System): ส่งเสริมนวัตกรรม: ปฏิรูปกฎหมายสิทธิบัตรเพื่อป้องกันไม่ให้ขัดขวางการสร้างนวัตกรรมแบบเปิดและการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานสำคัญในอุตสาหกรรม ทำให้ธุรกิจนวัตกรรมของไทยเติบโตได้ง่ายขึ้น
  4. สนับสนุนการพัฒนาเมือง (Supporting Urbanization): ปรับปรุงนโยบายการใช้ที่ดินและการวางผังเมือง: ทำให้เมืองต่างๆในประเทศมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน ส่งเสริมการเกิดความคิดใหม่ๆ และการทำงานร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน
  5. ขยายการเข้าถึงการลงทุนร่วมทุน (Expanding Equity Financing Access): ส่งเสริมการลงทุนร่วมทุน (VC) ทั่วโลก: ใช้นโยบายเพื่อทำให้การลงทุนแบบร่วมทุน (VC, equity crowdfunding, etc.) เข้าถึงได้มากขึ้นนอกเหนือแค่ในเมืองหลวงหรือเมืองหลักในประเทศ เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงอย่างกว้างขวาง
  6. เสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน (Strengthening Financial Infrastructure): พัฒนาระบบการเงิน: สร้างระบบการเงินที่มีตลาดทุนที่พัฒนาแล้วและมีเครดิตเพียงพอเพื่อสนับสนุนภาคที่มีสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนมาก
  7. ส่งเสริมระบบนิเวศความร่วมมือ (Fostering Ecosystems): ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน: ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา อุตสาหกรรม และรัฐฯ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่สนับสนุนนวัตกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน
  8.  การปรับปรุงกฎระเบียบ (Streamlining Regulations): ลดอุปสรรคในกระบวนการทางราชการ: ทำให้กระบวนการกำกับดูแลง่ายขึ้นเพื่อให้ธุรกิจสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนได้ง่ายขึ้น
  9.  การลงทุนในการศึกษาและการฝึกอบรม (Investing in Education & Training): สร้างทักษะที่เกี่ยวข้อง: ลงทุนในโปรแกรมการศึกษาและการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นทักษะที่จำเป็นสำหรับการจัดการและใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน เช่น การวิจัย การสร้างแบรนด์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และทักษะด้านดิจิทัล
  10.  ปรับปรุงการเก็บรวบรวมข้อมูล (Improving Data Collection): พัฒนาข้อมูลสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน: พัฒนามาตรวัดและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ดีขึ้นเพื่อวัดและเข้าใจผลกระทบของการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนอย่างถูกต้อง เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ด้วยการนำกลยุทธ์เหล่านี้มาใช้ ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมนวัตกรรม และปรับปรุง Competitive Positioning ในเศรษฐกิจโลกผ่านการใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เรียบเรียงจาก : Facebook Guy Ornthanalai

หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่กำลังมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจของคุณให้เติบโต ไม่ควรมองข้ามกลยุทธ์การใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน เราเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาและธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของเรา เราสามารถช่วยคุณพัฒนาองค์กรเข้าสู่ยุคใหม่ของการเติบโตอย่างยั่งยืน ติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มต้นเส้นทางสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนวันนี้
Line OA : @idgthailand
Tel : 02-011-7161 

Share this article

Facebook
Twitter
LinkedIn

ปรึกษา IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณ

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ