Innovation Behind Fashion: เจาะลึกเบื้องหลังอุตสาหกรรมแฟชั่น ผ่านมุมมองนวัตกรรม

Innovation Behind Fashion: เจาะลึกเบื้องหลังอุตสาหกรรมแฟชั่น ผ่านมุมมองนวัตกรรม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าความสวยงามของผลิตภัณฑ์ รวมถึงการออกแบบที่โดดเด่น และมีความเป็นเอกลักษณ์ ต่างเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดมูลค่า หรือความสำเร็จของแบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ ด้วยสาเหตุนี้ แบรนด์แฟชั่นต่าง ๆ จึงพยายามสร้างความได้เปรียบเหนือแบรนด์อื่น ๆ ด้วยการมุ่งเน้นไปที่การออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีเอกลักษณ์ และจะต้องสะท้อนตัวตนของแบรนด์มาสู่ผลิตภัณฑ์ของตนเองให้ได้มากที่สุด ยิ่งแบรนด์มีอัตลักษณ์ (Identity) ที่ชัดเจนมากเท่าไหร่ ก็สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงได้มากเท่านั้น เห็นได้ชัดจากเหล่าแบรนด์หรูต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้น ความเร็วในการตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่สร้างความได้เปรียบให้กับแบรนด์ ส่งผลให้แบรนด์ต้องมีการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มาสู่ท้องตลาดอยู่เสมอ

แต่ในปัจจุบัน นอกเหนือจากปัจจัยที่กล่าวไปในข้างต้น “นวัตกรรม” เป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของวงการแฟชั่นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการคิดค้นเนื้อผ้าใหม่ ๆ ที่สวมใส่สบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต หรือช่วยในการควบคุมต้นทุน ไปจนถึงการสร้างประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ที่บริโภคกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วสามารถใช้ได้นาน และพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการซื้อเสื้อผ้าใหม่เพื่อทดแทนของเดิม

แนวโน้มของอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น

แนวโน้มของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแฟชั่น

ในปี 2025 อุตสาหกรรมเกี่ยวกับแฟชั่นถูกประเมินว่ามีมูลค่ารวมกับทั้งโลกอยู่ที่ประมาณ 1.84 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 60 ล้านล้านบาท ซึ่งถูกคิดเป็นประมาณ 1.6% ของ GDP ที่รวมกันทั้งโลก โดยในช่วงระหว่างปี 2024 – 2032 มีการประเมินไว้ว่าอุตหกรรมดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอยู่ที่ประมาณปีละ 3.5%

จากการสำรวจพบข้อมูลที่น่าสนใจ คือ ปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคต่อแบรนด์ ได้แก่ (1) แบรนด์จะต้องมีความพร้อม และความสะดวกในการให้บริการผ่านระบบ e-commerce ซึ่งคิดเป็น 20% ของการซื้อ-ขายของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดในปี 2025 และ (2) แบรนด์จะต้องแสดงออกให้บริโภครับรู้ได้ว่าให้ความสำคัญเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจที่ยิ่งยืน นอกจากนี้ คุณสมบัติของเนื้อผ้า (Fabrics) ก็เป็นอีกปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ เช่น สามารถทำความสะอาดได้ง่าย กันรังสี UV ที่เป็นอันตราย ช่วยระบายความร้อน หรือป้องกันความเย็นได้ดี เป็นต้น

สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีข้อได้เปรียบคือเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่มของภูมิภาค ส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินการภายในประเทศทำได้ถูกกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ดี การต่อยอดหรือสร้างมูลค่าเพิ่มยังถือว่าจำกัด เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ในต่างประเทศ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์ที่มีชื่อเสียง เนื่องจากเป็นผู้เล่นในอุตสาหกรรมมายาวนาน ดังนั้น หากไม่สามารถแข่งขันในเชิงการทำ Branding ได้ การแข่งขันในเชิงนวัตกรรมและเทคโนโลยี จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการชาวไทย

UNIQLO – Innovation driven Casual

UNIQLO หรือ ยูนิโคล่ เป็นบริษัทเสื้อผ้าสัญชาติญี่ปุ่นที่คนไทยหลายคนน่าจะมีความคุ้นเคยกันดี มีประวัติความเป็นมาตั้งแต่ปี 1949 ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย

หากเราลองดูเสื้อผ้าต่าง ๆ ที่จำหน่ายภายในหน้าร้าน จะเห็นได้ว่าเสื้อผ้าของ UNIQLO ไม่ได้มีความหวือหวา หรือตามเทรนด์แฟชั่นมากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่ง แต่จะเน้นเสื้อผ้าที่ผ่านการออกแบบที่คลาสสิค เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ซ่อนอยู่ในเบื้องหลัง ส่งผลให้ปัจจุบัน UNIQLO เป็นบริษัทเสื้อผ้าที่มีมูลค่า และยอดขายรวมเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก จนสามารถก้าวขึ้นมาสู่สังเวียนระดับเดียวกับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ZARA, H&M, GAP และ Forever 21

ตั้งแต่ช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัท UNIQLO ได้มีการสร้างความร่วมมือกับ Toray Industries ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีวัสดุ และเคมีภัณฑ์ ในการพัฒนาเนื้อผ้าที่มีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง  จนกระทั่งสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

ตัวอย่างสิทธิบัตรของ UNIQLO

เลขที่ประกาศโฆษณา
US 2015/0038035A1
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐ (USPTO)
ชื่อการประดิษฐ์
FIBER STRUCTURE
ผู้ยื่นคำขอ
TORAY INDUSTRIES INC
รายละเอียด
โครงสร้างเส้นใยของผ้าที่มีการยึด พอลิเมอร์ดูดซับความชื้น เข้ากับเส้นใย โดยสามารถ สร้างความร้อน เมื่อดูดซับความชื้น และลดอุณหภูมิเพื่อความสบายในการสวมใส่ โครงสร้างเส้นใยดังกล่าวถูกแบ่งออกเป็นชั้นด้านหน้าและชั้นด้านหลัง โดยมีความหนาแน่นของเส้นใยที่แตกต่างกัน โดยมีเส้นแบ่งอยู่ที่กึ่งกลางของหน้าตัด
เลขที่ประกาศโฆษณา
US 2015/0038035A1
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐ (USPTO)
ชื่อการประดิษฐ์
MOISTURE-ABSORBING CORE-SHEATH COMPOSITE, AND FABRIC
ผู้ยื่นคำขอ
TORAY INDUSTRIES INC
รายละเอียด
เส้นด้ายใยสังเคราะห์แบบแกน-เปลือก ที่มีคุณสมบัติดูดซับความชื้นสูง ประกอบด้วย พอลิเมอร์เปลือกเป็นพอลิเอไมด์ และพอลิเมอร์แกนเป็นพอลิอีเทอร์เอสเตอร์เอไมด์โคพอลิเมอร์ โดยสามารถคงความแข็งแรงได้ 50% หรือสูงกว่าหลังจากการอบแห้งด้วยความร้อนที่ 150 C° เป็นเวลา 1 ชั่วโมง เส้นด้ายชนิดนี้ให้ความรู้สึกสบายกว่าเส้นใยธรรมชาติ และยังคงความนุ่มนวล ทนทาน รวมถึงประสิทธิภาพในการดูดซับและคายความชื้นไว้ได้ แม้จะผ่านการซักและอบแห้งซ้ำ ๆ
เลขที่ประกาศโฆษณา
US 2022/0042236A1
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
สำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐ (USPTO)
ชื่อการประดิษฐ์
DAMAGE PROCESSING METHOD AND MANUFACTURING METHOD FOR TEXTILE PRODUC
ผู้ยื่นคำขอ
FAST RETAILING CO., LTD.
รายละเอียด
การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำลายผิวผ้า ให้มีสีและลักษณะซีดจางตามธรรมชาติด้วยการฉายเลเซอร์ ล้างด้วยสารละลายกรดฟอสฟอริก และการสัมผัสกับก๊าซโอโซน การทำลายผิวผ้าเป็นกระบวนการสำคัญในอุตหสากรรมสิ่งทอ เพราะจะทำให้เนื้อผ้าที่ผ่านการย้อมมีสัมผัสและสีที่นุ่มนวล ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากขึ้น โดยการใช้เลเซอร์ และก๊าซโอโซน จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อเทียบกับการใช้สารเคมีแบบเดิม
เลขที่ประกาศโฆษณา
JP 2003041434A
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
สำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO)
ชื่อการประดิษฐ์
POLYAMIDE FIBER FOR CLOTHES
ผู้ยื่นคำขอ
TORAY INDUSTRIES INC
รายละเอียด
การประดิษฐ์ภายใต้สิทธิบัตรฉบับนี้เป็นการผลิตเส้นใยพอลิเอไมด์ สำหรับเสื้อผ้ามีคุณสมบัติป้องกันรังสี UV, มีความโปร่งแสง และมีความทนทาน ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว เส้นใยนี้จึงถูกนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณสมบัติในการกันรังสี UV เช่น เสื้อแจ๊คเก็ต, เสื้อกีฬา และหมวก รวมถึงลักษณะพิเศษในเรื่องความโปร่งแสงของเส้นในดังกล่าว ทำให้กระบวนการย้อมสีไม่ผิดเพี้ยน และลดข้อจำกัดในเรื่องความหนาของเนื้อผ้า ให้สามารถใช้เนื้อผ้าที่บางลง เพื่อความสะดวกสบายในการสวมใส่
เลขที่ประกาศโฆษณา
JP2021039774
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
สำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น (JPO)
ชื่อการประดิษฐ์
POS DEVICE
ผู้ยื่นคำขอ
TOSHIBA TEC CORP FAST RETAILING CO., LTD.
รายละเอียด
สิทธิบัตรฉบับนี้เป็นการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ POS สำหรับการชำระเงินอัตโนมัติ ที่ใช้เทคโนโลยี RFID โดยเน้นการสร้างระบบการชำระเงินที่มีความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ปัจจุบันผู้บริโภคจะสามารถเห็นการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวในการชำระเงินด้วยตนเอง (Self-checkout) เมื่อซื้อสินค้าที่หน้าร้าน UNIQLO ในหลายสาขา โดยตัวอุปกรณ์จะทำการป้อนข้อมูลของสินค้าทุกชิ้นเข้าสู่ระบบพร้อมกับแสดงผลยอดที่ต้องชำระทันที เมื่อผู้ซื้อวางสินค้าไว้ในบริเวณที่กำหนด โดยไม่ต้องทำการสแกนสินค้าผ่านบาร์โค้ดทีละชิ้น

จากตัวอย่างสิทธิบัตรในข้างต้น จะเห็นได้ว่า UNIQLO ไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าโดยทั่วไปเท่านั้น แต่ในเบื้องหลังที่เรามองไม่เห็น ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเส้นใย และกรรมวิธีในการผลิตเพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างจากคู่แข่งอยู่เสมอ ซึ่งมีทั้งที่ยื่นคำขอโดย TORAY INDUSTRIES ซึ่งเป็นพันธมิตรในการพัฒนาเทคโนโลยี และยื่นคำขอโดย FAST RETAILING CO., LTD. ที่เป็นบริษัทแม่ของ UNIQLO เอง

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ สิทธิบัตรของ UNIQLO ไม่ได้มีเพียงนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่ยังมีสิทธิบัตรอีกจำนวนไม่น้อย ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ของลูกค้า เช่น อุปกรณ์ POS สำหรับใช้ในการคิดเงิน ที่โด่งดังและได้รับคำชื่นชมไปได้ทั่วโลก ซึ่งอุปกรณ์นี้ ช่วยลดความระยะเวลาและความซับซ้อนสำหรับผู้บรืโภคในการคิดเงินด้วยตนเอง (Self-checkout) และยังทำงานพนักงานในสาขา สามารถใช้เวลาไปกับงานอื่น ๆ ที่จะช่วยสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าอีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น สิทธิบัตรอีกจำนวนหนึ่ง ยังมุ่งเน้นไปที่การจัดการระบบหลังบ้าน เช่น การนับสต็อกสินค้า และการคำนวณต้นทุน ทำให้ระบบการจัดการภายในของบริษัท มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากตัวเทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เป็นจุดแข็งของบริษัทแล้ว ความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบก็เป็นอีกปัจจัยที่ UNIQLO ไม่ได้มองข้าม สังเกตได้จากการออกผลิตภัณฑ์ที่มีการร่วมสร้างสรรค์ดันกับศิลปินต่าง ๆ รวมถึงการ License ผลงานจากแฟรนไชส์ การ์ตูน หรือภาพยนต์ที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลงานจากสตูดิโอภายในประเทศญี่ปุ่นเอง เช่น GHIBI (Totoro, Spirit Away) และ Shonen Jump (One Piece, Dragon Ball) หรือแฟรนไชส์จากต่างประเทศ เช่น DISNEY, PEANUTS และ Star War เพื่อสร้างความ Excusive ของแบรนด์ให้เหนือกว่าคู่แข่ง

GQ – Product Innovation + Marketing Innovation

จากโฆษณาสุดไวรัลในปี พ.ศ. 2562 เชื่อว่ายังทุกคนก็จะต้องรู้จักเสื้อเชิ้ตสีขาวจาก GQWhite ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสะท้อนน้ำอันโด่งดัง จนแทบอดไม่ได้ที่จะทดสอบคุณสมบัติดังกล่าวกับเสื้อของเพื่อนดูซักครั้ง จนถึงทุกวันนี้ เสื้อเชิ้ตขาวของ GQ ก็ยังถือว่าเป็นไอเทมตัวจบที่ต้องมีติดตู้เสื้อผ้าของผู้ชายหลายคน

หลายคนอาจจะเพิ่งรู้จักแบรนด์ GQ จากโฆษณาดังกล่าว ซึ่งปล่อยมาในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ GQ ทำการ Rebrand ของตน ให้มีความทันสมัย และให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว บริษัท สุภารา จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ GQ ได้มีขายจำหน่ายเสื้อผ้าสำหรับสุภาพบุรุษมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 หรือมากกว่า 50 ปีมาแล้ว

สินค้าของ GQ ที่มีขายในปัจจุบันจะเน้นเป็นแฟชั่นสำหรับผู้ชายเป็นหลัก ซึ่งหากดูดี ๆ แล้ว เสื้อผ้าของ GQ ไม่ได้มีการออกแบบลวดลาย หรือรูปทรงที่แตกต่างจากคู่แข่งในตลาดเท่าไหร่นัก โดยจะเน้นเป็นเสื้อผ้าทั่วไปที่ผู้ชายใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น เสื้อเชิ้ต และเสื้อยืดคอปก รวมถึงไม่ได้มีสีสันให้เลือกมากเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนมีสินค้าวางจำหน่ายที่ไม่ค่อนหลากหลาย แต่ในความเป็นจริง ทุกชิ้นที่มีการวางจำหน่าย ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานของผู้ชายในทุก ๆ วันอยู่แล้ว โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาและวัยทำงาน ที่เน้นเสื้อผ้าที่เรียบง่าย ทั้งในการสวมใส่ และการซักรีด แต่ต้องทำให้ผู้สวมใส่ยังดูมีความน่าเชื่อถืออยู่

ลำพังแค่เสื้อเชิ้ตและเสื้อยืดคอปกสีพื้น ๆ ไม่ได้มีลวดลาย ต่างก็เป็นสินค้าพื้นฐานที่ทุกแบรนด์จะต้องมีขายอยู่แล้ว แต่สาเหตุที่ GQ สามารถครองใจชายไทยได้มากขนาดนี้นั้นเป็นเพราะว่า สินค้าของ GQ มีการอัดแน่นไปด้วยนวัตกรรมที่อยู่เบื้องหลัง ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเนื้อผ้า ไปถึงขั้นตอนการตัดเย็บ นอกจากคุณสมบัติหลัก ๆ ที่เสื้อผ้าของ GQ นั้นสามารถกันน้ำที่อาจเลอะเสื้อจากการทำกิจกรรมระหว่างวัน และทำความสะอาดได้ง่ายแล้วนั้น ยังมาพร้อมกับไซส์ที่แบ่งอย่างละเอียด ไม่ได้มีเพียงไซต์มาตรฐานเหมือนอย่างแบรนด์อื่น ๆ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าลูกค้าที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตของ GQ จะได้สวมใช้เสื้อเชิ้ตที่ใส่แล้วดูมีระดับ พอดีกับสรีระแบบเทียงเคียงกับเสื้อเชิ้ตสั่งตัดได้มากที่สุด

อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ของ GQ ที่ได้รับความสนใจและถูกกล่าวถึงเป็นอย่างมาก คือ “กางเกงในไข่เย็น” ซึ่งเป็นกางเกงในที่มีนวัตกรรม Cool Tech ที่ช่วยให้บริเวณไข่ของผู้ชายมีอุณหภูมิลดลงสูงสุด 2 C° และสามารถช่วยในการระบายอากาศในจุดที่อับได้เป็นอย่างดี อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือจากตัวเทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์นี้ คือ วิธีการทำการตลาดของสินค้าดังกล่าว ชื่อสินค้า “กางเกงในไข่เย็น” นั้นเป็นชื่อที่ทางแบรนด์ตั้งขึ้นและโปรโมทด้วยตนเอง ในครั้งแรกที่เห็นอาจจะดูมีความทะลึ่งและแหกขนบเดิม ๆ อยู่บ้าง แต่ก็เป็นการนำเสนอถึงคุณสมบัติของสินค้าอย่างตรงไปตรงมา และคุณสมบัติของสินค้าตอบโจทย์ปัญหาที่ผู้ชายหลาย ๆ คนต้องพบเจอ แต่ไม่สามารถไปบ่นให้ใครฟังได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่กางเกงในที่ราคาสูงถึงตัวละ 399 บาท สามารถครองใจเป็น Comfort Zone ของชายไทยไว้ได้

นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ในด้านบน GQ เองก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมาก เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าชาวไทย ไม่ว่าจะเป็น

  • GQ Smellblock Socks ที่มาพร้อมเทคโนโลยี GQ Smellblock ช่วยลดกลิ่นได้สูงสุด 96% เพื่อให้ผู้สวมใส่สามารถถอดถุงเท้าได้อย่างมั่นใจ มีให้เลือกทั้งแบบซ่อนข้อ คลุมข้อ และเต็มแข้ง Match กับแฟชั่นของผู้ใส่ได้ทุกลุค
  • GQ Mask หน้ากากที่มีผ้ากรองตั้งแต่ 5-7 ชั้น สามารถกันได้ทั้ง PM 2.5 และแบคทีเรีย สามารถซักและใช้งานซ้ำได้ มีให้เลือกทั้งที่แบบเป็นหน้ากากอนามัยปกติ และ Biker Mask ที่คลุมได้ทั้งศีรษะ และเพิ่มคุณสมบัติในการกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิวหนังมนุษย์
  • GQ Bear Series เสื้อผู้ชายสำหรับไซส์ใหญ่ที่มีให้เลือกตั้งแต่ไซส์ 3XL – 8 XL พร้อมการตัดเย็บแบบพิเศษที่มีการพัฒนามาจากการวัดสัดส่วนผู้ชายที่มีน้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม กว่า 500 จุดวางจำหน่ายทั้งเสื้อเชิ้ต เสื้อยืดคอกลม และเสื้อยืดคอปก
  • GQ Pro MED SCRUBS เสื้อสครับสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมสะท้อนน้ำดูดซับเหงื่อ และระบายความร้อนได้ดี มีให้เลือกหลายสี เพื่อตอบโจทย์วิชาชีพและระเบียบหน่วยงานที่หลากหลา

สำหรับนวัตกรรมในระดับนี้ แน่นอนว่าต้องมีการยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อป้องกันการเลียนแบบไว้อยู่แล้ว ซึ่งในปัจจุบัน มีคำขอรับสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร ของ GQ ที่ถูกประกาศโฆษณาเป็นที่เรียบร้อยแล้วอยู่ที่ 2 คำขอ ได้แก่

เลขที่ประกาศโฆษณา
20217
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย (DIP)
ประเภท
อนุสิทธิบัตร
ชื่อการประดิษฐ์
ผลิตภัณฑ์สำหรับสวมใส่กับร่างกายมนุษย์ท่อนบน และวิธีการผลิตสิ่งดังกล่าว
ผู้ยื่นคำขอ
บริษัท สุภารา จำกัด
รายละเอียด
การประดิษฐ์นี้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สำหรับสวมใส่กับร่างกายมนุษย์ท่อนบน วิธีการผลิต และการกำหนดขนาดและทรงสำหรับผลิตจำนวนมาก โดยผลิตภัณฑ์มีขนาดต่าง ๆ และทรงที่ได้มาตรฐานตามมาตราส่วนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เพื่อให้ผู้บริโภคทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับร่างกายของตนได้ง่ายขึ้น
เลขที่ประกาศโฆษณา
2002005295D
สำนักงานที่ประกาศโฆษณา
กรมทรัพย์สินทางปัญญา ประเทศไทย (DIP)
ประเภท
สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
ชื่อการออกเเบบ
แผ่นกรองอากาศสำหรับใช้งานกับหน้ากากผ้า
ผู้ยื่นคำขอ
บริษัท สุภารา จำกัด
รายละเอียด
การออกแบบแผ่นกรองอากาศสำหรับใช้งานกับหน้ากากผ้า

บทสรุป

อุตสาหกรรมแฟชั่น ถึงแม้การความโดดเด่นในด้านการออกแบบ และความมีลักษณะเฉพาะ จะเป็นส่วนสำคัญในการแข่งขันภายใต้อุตสาหกรรมนี้ อย่างไรก็ดี สำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเกิดใหม่ และยังไม่ได้สร้างแบรนด์ให้เข้มแข็งได้นั้น โดยเฉพาะผู้ประกอบการของไทย การแข่งขันด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถสร้างให้แบรนด์ของเราไปที่รู้จัก และเพิ่มมูลค่าได้อย่างรวดเร็ว

นวัตกรรมในด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นวิทยาศาสตร์ที่มีความซับซ้อน และต้องอาศัยห้องแล็บขนาดใหญ่ในการพัฒนา การออกแบบผลิตภัณฑ์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ ที่สามารถแก้ปัญหาทางเทคนิคที่มีอยู่ก่อนหน้า ก็สามารถถือได้ว่าเป็นนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่นได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น ซิป แผ่นเวลโคร (ตีนตุ๊กแก) ต่าง ๆ ที่เราต่างเคยเห็นกันดี

ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะมีความโดดเด่นในด้านไหน ทั้งการออกแบบ ความคิดสร้างสรรค์ หรือเทคโนโลยีภายในที่ล้ำสมัย การผลักดันงานของเราให้เป็นทรัพย์สินทางปัญญาต่างก็เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญทั้งสิ้น ไม่เพียงแต่ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นสามารถเลียนแบบงานของเราได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจอื่น ๆ เช่น การดึงดูดนักลงทุน สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่แบรนด์ และสร้างรายได้จากการอนุญาตให้ใช้สิทธิอีกด้วย

IDG พร้อมให้บริการด้านการจดสิทธิบัตรอย่างครบวงจร ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูง คอยให้คำปรึกษาและดูแลตลอดกระบวนการจดทะเบียน ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติการประดิษฐ์ การเตรียมเอกสาร ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ เรายังมีบริการด้านการออกแบบแบรนดิ้ง โลโก้ และบริการอื่น ๆ ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจของท่านอย่างครบครัน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ