ทำไม? ธุรกิจไทยต้องเร่งสร้างสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets)

“Intellectual property is the oil of the 21st century”

- Mark Getty -

“ทรัพย์สินทางปัญญาคือน้ำมันแห่งศตวรรษที่ 21” กล่าวโดย Mark Getty นักธุรกิจชาวไอริช-อเมริกันผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Getty Images, Inc. บริษัทในสหรัฐอเมริกาที่เป็นแหล่งรูปถ่ายหลายล้านรูปสำหรับให้ธุรกิจ เอเจนซี่ และผู้บริโภค ขออนุญาตหรือ license ไปใช้ประโยชน์ได้ โดย Mark เองเติบโตมาจากครอบครัว Getty ที่เคยสร้างรายได้มหาศาลจากธุรกิจน้ำมัน แต่ช่วงหลังได้สร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง ด้วยการอนุญาตหรือขายลิขสิทธิ์ภาพถ่ายที่มีอยู่ในสต๊อคของบริษัท ซึ่งเขาเองเคยให้สัมภาษณ์ใน The Economist ต่อด้วยว่าเมื่อ 100 ปีก่อน คนที่รวยที่สุดได้เงินมาจากการสกัดทรัพยากรธรรมชาติออกมา หรือการขนย้ายทรัพยากรดังกล่าว แต่ปัจจุบัน คนที่รวยที่สุดทั้งหมดล้วนแต่ได้เงินจากทรัพย์สินทางปัญญาของพวกเขา

รูปด้านบนจาก Visual Capitalist [1]  มูลค่าตามราคาตลาดหรือ Market Capitalization ของบริษัทมหาชน 5 อันดับแรกในตลาดหุ้นอเมริกา ในปี 2006 และปี 2011  มีความแตกต่างจากปี 2016 อย่างเห็นได้ชัด บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมันและแหล่งพลังงานต่างๆ เช่น Exxon, PetroChina, Royal Dutch Shell ซึ่งเคยมีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นในอเมริกา รวมถึงเศรษฐกิจการค้าของโลก และเคยติด Top 5 ในปี 2011 ได้ถูกแทนที่ด้วยกลุ่มบริษัทที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านดิจิตอลและอิเล็คทรอนิคส์ นั่นคือ Apple, Alphabet (บริษัทแม่ของ Google), Microsoft, Amazon, และ Facebook ในปี 2016 และในช่วงปีต่อๆไป ด้วยแนวโน้มการเติบโตแบบก้าวกระโดดของกลุ่มบริษัทดังกล่าวที่จะเข้าไปปรับเปลี่ยนหรือแม้กระทั้ง Disrupt รูปแบบธุรกิจใหม่ในอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การร่วมมือของ Alphabet กับ GlaxosmithKline เพื่อการถ่ายทอดเทคโนลยีที่พัฒนาจาก Verily Life Sciences หนึ่งในบริษัทลูกของ Alphabet สู่อุตสาหกรรมการแพทย์แห่งอนาคตโดยการพัฒนา Smart Contact lens เพื่อตรวจวัดปริมาณน้ำตาลกลูโคสในน้ำตาของผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งด้วยเซ็นเซอร์นี้จะสามารถตรวจวัดและแปลงเป็นปริมาณน้ำตาลในเลือดได้อย่างแม่นยำ และ Google ก็ยังร่วมมือกับบริษัทยา Biogen ในการวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล หรือ Big Data เพื่อทำความเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของโรคเอ็มเอส หรือ Multiple Sclerosis ในผู้ป่วย ที่เกิดจากการอักเสบของปลอกประสาทในระบบประสาทส่วนกลาง โดยปัจจัยเชิงชีวภาพและสภาพแวดล้อมจะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหาวิธีการป้องกันต่อไป [2]

ผมเชื่อว่าอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคที่เคยขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ที่มีตัวตน (Tangible Assets) เช่น ทรัพยากรธรรมชาติ, ที่ดิน, ไร่นา, อาคาร, เครื่องจักร, โรงงาน ฯลฯ สู่ยุคที่ขับเคลื่อนด้วยสินทรัพย์ไม่มีตัวตนหรือจับต้องไม่ได้ (Intangible Assets) ซึ่งรวมไปถึงทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) เช่น แบรนด์, โนว์ฮาว, สิทธิบัตร, ความลับทางการค้า, โดเมน, โค้ด, เนื้อหา, ดาต้าและฐานข้อมูล ฯลฯ ซึ่งจากผลการสำรวจของ Ocean Tomo ซึ่งเป็นสถาบันทางการเงินที่ทำหน้าที่ระดมเงินทุนให้เจ้าของทรัพย์สินทางปัญญา มูลค่า Intangible Assets เฉลี่ยของ 500 บริษัทในตลาดหุ้น S&P เมื่อปี 2015 อยู่ที่ 87% จากปี 1975 ที่ 17% [3] ตามรูปด้านบน และผมเชื่อว่ามูลค่า Intangible Assets ในบริษัทเหล่านี้จะพุ่งขึ้นถึง 90% ก่อนสิ้นปี 2020 อย่างแน่นอน

ที่มา :

[1] www.visualcapitalist.com
[2] www.theguardian.com
[3] www.oceantomo.com

มาถึงจุดนี้ หลายท่านคงมีคำถามแล้วว่า..เราจะปรับตัวให้เป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย Intangible Assets อย่างไร? ผมจะข้อแนะนำให้ติดตามตอนต่อไป ซึ่งผมจะแนะนำการประยุกต์ใช้เครื่องมือทางธุรกิจสมัยใหม่ เพื่อการวางแผนพัฒนาโมเดลธุรกิจที่เน้นการขับเคลื่อนด้วย Intangible Assets ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้กิจกรรมด้านทรัพย์สินทางปัญญาตอบโจทย์ความต้องการ ให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของธุรกิจต่อไปครับ

วีระเวช อรธนาลัย (กาย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด

..

แบ่งปันความรู้นี้Share on Facebook
Facebook
21Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Share on Tumblr
Tumblr
0Share on LinkedIn
Linkedin
Email this to someone
email