หากคุณเป็นเจ้าของกิจการหรือนักประดิษฐ์ที่กำลังคิดค้นสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ เครื่องจักร หรือกรรมวิธีการผลิตแบบใหม่ คำถามที่มักตามมาคือควรจดคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาประเภทไหน หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่า สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอะไรบ้าง และมีเงื่อนไขอะไรบ้างที่ต้องผ่านก่อนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจประเภท เงื่อนไข และตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำมายื่นขอสิทธิบัตรได้จริง
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอะไรบ้าง?
ก่อนจะไปดูเงื่อนไขการขอรับความคุ้มครอง ต้องเข้าใจก่อนว่าสิทธิบัตรการประดิษฐ์ครอบคลุมสิ่งประดิษฐ์ในลักษณะใดบ้าง เพราะแต่ละกลุ่มมีขอบเขตความคุ้มครองที่ต่างกัน
การประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
กลุ่มแรกคือการประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวผลิตภัณฑ์โดยตรง เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ ชิ้นส่วนกลไก หรือสิ่งของที่มีโครงสร้างทางวิศวกรรมใหม่ ซึ่งสามารถจับต้องและผลิตซ้ำได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม
การประดิษฐ์ที่เกี่ยวกับกรรมวิธี
อีกกลุ่มหนึ่งคือการคิดค้นวิธีการหรือขั้นตอนใหม่ในการผลิต การเก็บรักษา หรือการแปรรูปสิ่งของ เช่น กรรมวิธีการผลิตยา วิธีการถนอมอาหาร หรือกระบวนการทางเคมีที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
การปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และกรรมวิธี
นอกจากสิ่งที่คิดค้นขึ้นใหม่ทั้งหมด สิทธิบัตรการประดิษฐ์ยังครอบคลุมถึงการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์และกรรมวิธีเดิมให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่เพียงการปรับแต่งเล็กน้อยที่มองไม่เห็นความแตกต่างชัดเจน
การประดิษฐ์แบบไหนสามารถขอรับสิทธิบัตรได้
การจะยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้สำเร็จ สิ่งที่คิดค้นขึ้นต้องผ่านเงื่อนไขสำคัญตามกฎหมาย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าสิ่งประดิษฐ์นั้นมีคุณสมบัติเพียงพอหรือไม่
ต้องเป็นการประดิษฐ์ขึ้นใหม่
สิ่งประดิษฐ์นั้นต้องไม่เคยมีการเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นการตีพิมพ์ การจัดแสดง การโฆษณา หรือการใช้งานที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้ก่อนวันยื่นคำขอ
ต้องมีขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น
นอกจากความใหม่ สิ่งประดิษฐ์ต้องแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาที่ไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีความรู้ทั่วไปในสาขาวิทยาการนั้นจะสามารถคาดเดาผลลัพธ์ได้โดยง่าย ต้องมีความคิดสร้างสรรค์หรือเทคนิคที่โดดเด่นกว่าที่มีอยู่เดิม
ต้องสามารถประยุกต์ใช้ในทางอุตสาหกรรมได้
สิ่งประดิษฐ์ต้องสามารถนำไปผลิตซ้ำหรือใช้งานได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม ไม่ใช่เป็นเพียงแนวคิดทางทฤษฎีที่ยังไม่สามารถนำไปปฏิบัติจริงได้
สิทธิบัตรการประดิษฐ์ต่างจากทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่นอย่างไร?
หลายคนมักสับสนระหว่างสิทธิบัตรการประดิษฐ์กับทรัพย์สินทางปัญญาประเภทอื่น ซึ่งแต่ละประเภทมีขอบเขตความคุ้มครองและเงื่อนไขที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
สิทธิบัตรการประดิษฐ์กับอนุสิทธิบัตร
สิทธิบัตรการประดิษฐ์เหมาะกับสิ่งประดิษฐ์ที่มีความซับซ้อนและขั้นการประดิษฐ์สูง ให้ความคุ้มครองนานถึง 20 ปี ในขณะที่อนุสิทธิบัตรเหมาะกับการปรับปรุงเล็กน้อยที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคไม่มากนัก และให้ความคุ้มครองในระยะเวลาสั้นกว่า ซึ่งในสิ่งประดิษฐ์เดียวกัน สามารถเลือกยื่นได้เป็นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรืออนุสิทธิบัตร ได้เพียงประเภทเดียวเท่านั้น
สิทธิบัตรการประดิษฐ์กับสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์
สิทธิบัตรการประดิษฐ์คุ้มครองหลักการทำงานหรือกรรมวิธีภายใน ส่วนสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองเฉพาะรูปลักษณ์ภายนอก ความสวยงาม หรือลวดลายของผลิตภัณฑ์เท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำงานภายในแต่อย่างใด ทั้งนี้ หากประสงค์ขอความคุ้มครองทั้งหลักการทำงาน และรูปลักษณ์ภายนอกด้วย สามารถยื่นขอรับความคุ้มครองทั้งสิทธิบัตรการประดิษฐ์ และสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ควบคู่กัน เพื่อทำให้การบังคับใช้สิทธิมีความแข็งแรงมากขึ้นได้
สิทธิบัตรกับลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า
หากยังไม่แน่ใจว่าสิทธิบัตร คืออะไรกันแน่ ต้องเข้าใจว่าสิทธิบัตรคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ในขณะที่ลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์อย่างวรรณกรรมหรือศิลปกรรม ส่วนเครื่องหมายการค้าคุ้มครองสัญลักษณ์ที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาคนละประเภทกันโดยสิ้นเชิง
ตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถนำมายื่นขอสิทธิบัตรได้
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาดูตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ในชีวิตจริงที่สามารถนำมายื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้
เครื่องมือและอุปกรณ์
เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์อุตสาหกรรม หรือเครื่องใช้ที่มีกลไกการทำงานใหม่ ล้วนเป็นตัวอย่างที่พบได้บ่อยในการยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์
เทคโนโลยีและระบบการทำงาน
ระบบซอฟต์แวร์ที่ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ในลักษณะเฉพาะ หรือเทคโนโลยีที่มีขั้นตอนการประมวลผลใหม่ ก็สามารถเข้าข่ายได้เช่นกัน หากแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาทางเทคนิคที่ชัดเจน อย่างไรก็ดี หากเป็นเพียงการเขียนชุดคำสั่ง หรือโค้ด (Code) ขึ้นมาเพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ระบุการทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ ตามกฎหมายของประเทศไทย จะยังไม่สามารถยื่นเป็นสิทธิบัตรได้
กระบวนการผลิตหรือกรรมวิธีใหม่
วิธีการผลิตสินค้าที่ช่วยลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพ หรือใช้เวลาน้อยลงกว่าวิธีเดิม ถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ได้รับความนิยมในการยื่นขอสิทธิบัตร
ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาคุณสมบัติขึ้นจากเดิม
ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการปรับสูตรหรือโครงสร้างจนมีคุณสมบัติดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เช่น วัสดุที่ทนทานขึ้นหรือประหยัดพลังงานมากขึ้น ก็สามารถนำมายื่นขอความคุ้มครองได้
ก่อนยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ควรตรวจสอบอะไรบ้าง?
การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนยื่นคำขอเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จและลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกปฏิเสธ
ตรวจสอบความใหม่ของการประดิษฐ์
ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าสิ่งประดิษฐ์ยังไม่เคยถูกเปิดเผยที่ใดมาก่อน เพราะหากมีการเผยแพร่ก่อนยื่นคำขอ อาจทำให้สูญเสียสิทธิ์ในการขอรับความคุ้มครอง ไม่ว่าการประดิษฐ์ดังกล่าวจะถูกเปิดเผยโดยเจ้าของงานเอง หรือว่าเปิดเผยโดยผู้อื่น ต่างถือเป็นการทำลายความใหม่ของการประดิษฐ์ทั้งสิ้น
ค้นหาสิทธิบัตรที่มีอยู่ก่อน
การสืบค้นฐานข้อมูลสิทธิบัตรทั้งในและต่างประเทศช่วยให้ทราบว่ามีสิ่งประดิษฐ์ที่คล้ายคลึงกันได้รับความคุ้มครองไปแล้วหรือไม่ ซึ่งช่วยประเมินโอกาสความสำเร็จได้ตั้งแต่ต้น รวมถึงสามารถใช้เป็นแนวทาง ในศึกษาว่าการประดิษฐ์ที่ได้รับการจดทะเบียน ใช้หลักการในการร่างคำขออย่างไรบ้าง
เตรียมรายละเอียดและเอกสารของการประดิษฐ์
ควรจัดเตรียมคำบรรยายลักษณะการประดิษฐ์ ข้อถือสิทธิ และภาพประกอบให้ครบถ้วนและชัดเจน เพราะเอกสารที่ไม่สมบูรณ์อาจทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าออกไป นอกจากนี้ คำขอที่ถูกจัดเตรียมอย่างไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้คำขอรับสิทธิบัตรไม่ได้รับการพิจารณาโดยเจ้าหน้าที่ต่อได้
หลีกเลี่ยงการเปิดเผยผลงานก่อนยื่นคำขอ
ควรงดเว้นการนำเสนอผลงานต่อสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นงานแสดงสินค้า สื่อออนไลน์ หรือสิ่งพิมพ์ ก่อนที่จะยื่นคำขอสิทธิบัตรอย่างเป็นทางการ เพื่อรักษาสิทธิ์ความใหม่ของสิ่งประดิษฐ์ไว้
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการจดลิขสิทธิ์เพลง
สรุปสิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอะไรบ้าง และควรเริ่มต้นอย่างไร?
โดยสรุปแล้ว สิทธิบัตรการประดิษฐ์ มีอะไรบ้าง ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ กรรมวิธี และการปรับปรุงพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิม โดยต้องผ่านเงื่อนไขทั้งความใหม่ ขั้นการประดิษฐ์ที่สูงขึ้น และการใช้ประโยชน์ได้จริงในเชิงอุตสาหกรรม การเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่การตรวจสอบความใหม่ไปจนถึงการจัดเตรียมเอกสารจึงเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้คำขอสิทธิบัตรผ่านการพิจารณา หากยังไม่มั่นใจว่าสิ่งประดิษฐ์ของคุณเข้าข่ายหรือควรเริ่มต้นอย่างไร ทีมผู้เชี่ยวชาญของ IDG Thailand พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงการยื่นคำขอให้ครบถ้วนถูกต้อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ ประเภทของสิทธิบัตรการประดิษฐ์
Q: สิทธิบัตรการประดิษฐ์คุ้มครองนานแค่ไหน?
A: สิทธิบัตรการประดิษฐ์ให้ความคุ้มครองนานถึง 20 ปีนับจากวันยื่นคำขอ ซึ่งยาวนานกว่าอนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ดี ผู้ยื่นคำขอต้องทำการชำระค่าธรรมเนียมรายปั เพื่อให้สิทธิบัตรยังมีผลทางกฎหมาย
Q: การประดิษฐ์แบบไหนไม่สามารถขอรับสิทธิบัตรได้?
A: สิ่งที่เป็นเพียงทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางธุรกิจ หรือสิ่งที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดี ไม่เข้าข่ายที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายสิทธิบัตร
Q: หากเคยเปิดเผยสิ่งประดิษฐ์ต่อสาธารณะแล้ว ยังยื่นขอสิทธิบัตรได้ไหม?
A: โดยทั่วไปหากเปิดเผยไปแล้วจะถือว่าสูญเสียความใหม่ อย่างไรก็ตามบางกรณีอาจมีข้อยกเว้นตามกฎหมาย จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสถานการณ์เฉพาะรายก่อน
Q: บุคคลธรรมดาสามารถยื่นขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ได้เองหรือไม่?
A: ได้ บุคคลธรรมดาที่ถือสัญชาติไทย สามารถยื่นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ในประเทศไทย ได้ด้วยตนเอง แต่เนื่องจากขั้นตอนมีความซับซ้อนและต้องใช้ความละเอียดด้านเอกสาร การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยดูแลจะช่วยลดความเสี่ยงที่คำขอจะถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ดี สำหรับบุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย กฎหมายระบุว่าต้องยื่นคำขอผ่านตัวแทนสิทธิบัตร ที่ได้รับอนุญาตจากกรมทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น
Q: หากเรายื่นสิทธิบัตรการประดิษฐ์ กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะเก็บเป็นความลับหรือไม่?
A: หลักการสำคัญของสิทธิบัตรทั่วโลก คือ สิทธิบัตรทุกฉบับที่มีการยื่นคำขอ หากผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว จะถูกประกาศโฆษณาให้เป็นสาธารณะ อย่างไรก็ดี หากไม่ต้องการให้งานถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ อาจพิจารณาคุ้มครองเป็น ความลับทางการค้า แทน







