International Website

ระบบ Notice and Takedown
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย

ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์ในโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อ Digital Content เช่น ภาพยนตร์, เพลง หรือแม้กระทั่งหนังสือ ต่างก็ถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยการทำซ้ำหรือเผยแพร่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต


ภาพข่าวการละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่หนังสือนวนิยายบุพเพสันนิวาส จาก mgronline.com

เพื่อให้การระงับ การละเมิดลิขสิทธิ์บนโลกออนไลน์ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้ยกร่าง และเผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ฉบับรับฟังความคิดเห็น โดยร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ มีการแก้ไขในส่วนสำคัญหลายประเด็น แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ การจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP Safe Harbor) และแนวทางในการส่งหนังสือแจ้งเตือนการละเมิดลิขสิทธิ์ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และการนำข้อมูลที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่าระบบ Notice and Takedown โดยไม่ต้องผ่านการยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งแตกต่างจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

สาระสำคัญของระบบ Notice and Takedown

ตามร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ ซึ่งได้รับหลักการมาจาก Digital Millennium Copyright Act (DMCA) ของสหรัฐอเมริกา คือ การกำหนดกระบวนการในการให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถส่งคำแจ้งเตือน (Notice) ไปยังผู้ให้บริการได้โดยตรง เพื่อผู้ให้บริการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของตน (Takedown) ได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่ง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถยับยั้งการละเมิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น สามารถโต้แย้งการนำงานออกจากระบบได้ หากเห็นว่างานที่ตนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่งานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์

ในทางปฏิบัติ ระบบ Notice and Takedown ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เนื่องจากผู้ให้บริการหลายรายที่ให้บริการภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกา เช่น YouTube, Google หรือ Facebook ล้วนมีระบบ Notice and Takedown อยู่ในเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย DMCA ของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปหากร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ก็คือ การปรับตัวของผู้ให้บริการคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ที่จะต้องจัดให้มีช่องทางการส่งการแจ้งเตือน และการดำเนินการตามระบบ Notice and Takedown ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้รับการจำกัดความรับผิด ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ของตน

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

ระบบ Notice and Takedown
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ไทย

ปัจจุบันการละเมิดลิขสิทธิ์ในโลกออนไลน์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และสร้างความเสียหายแก่เจ้าของลิขสิทธิ์อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเมื่อ Digital Content เช่น ภาพยนตร์, เพลง หรือแม้กระทั่งหนังสือ ต่างก็ถูกละเมิดลิขสิทธิ์โดยการทำซ้ำหรือเผยแพร่ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต


ภาพข่าวการละเมิดลิขสิทธิ์เผยแพร่หนังสือนวนิยายบุพเพสันนิวาส จาก mgronline.com

เพื่อให้การระงับ การละเมิดลิขสิทธิ์บนโลกออนไลน์ เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้ยกร่าง และเผยแพร่ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .. ฉบับรับฟังความคิดเห็น โดยร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้ มีการแก้ไขในส่วนสำคัญหลายประเด็น แต่ประเด็นที่น่าสนใจที่สุดคือ การจำกัดความรับผิดของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP Safe Harbor) และแนวทางในการส่งหนังสือแจ้งเตือนการละเมิดลิขสิทธิ์ไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และการนำข้อมูลที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่าระบบ Notice and Takedown โดยไม่ต้องผ่านการยื่นคำร้องต่อศาล ซึ่งแตกต่างจากพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ที่มีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน

สาระสำคัญของระบบ Notice and Takedown

ตามร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับใหม่ ซึ่งได้รับหลักการมาจาก Digital Millennium Copyright Act (DMCA) ของสหรัฐอเมริกา คือ การกำหนดกระบวนการในการให้เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถส่งคำแจ้งเตือน (Notice) ไปยังผู้ให้บริการได้โดยตรง เพื่อผู้ให้บริการนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบคอมพิวเตอร์ของตน (Takedown) ได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่ง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถยับยั้งการละเมิดได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้ใช้บริการ ซึ่งเป็นผู้นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ถูกกล่าวอ้างว่าละเมิดลิขสิทธิ์นั้น สามารถโต้แย้งการนำงานออกจากระบบได้ หากเห็นว่างานที่ตนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ ไม่ใช่งานที่ทำขึ้นโดยละเมิดลิขสิทธิ์

ในทางปฏิบัติ ระบบ Notice and Takedown ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย เนื่องจากผู้ให้บริการหลายรายที่ให้บริการภายใต้กฎหมายสหรัฐอเมริกา เช่น YouTube, Google หรือ Facebook ล้วนมีระบบ Notice and Takedown อยู่ในเว็บไซต์ของตนเอง ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย DMCA ของสหรัฐอเมริกานั่นเอง

สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปหากร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ก็คือ การปรับตัวของผู้ให้บริการคอมพิวเตอร์ในประเทศไทย ที่จะต้องจัดให้มีช่องทางการส่งการแจ้งเตือน และการดำเนินการตามระบบ Notice and Takedown ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้รับการจำกัดความรับผิด ในกรณีที่มีการละเมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นในระบบคอมพิวเตอร์ของตน

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy