เเนวทางการเร่งคำขอสิทธิบัตรในไทย เเละต่างประเทศ ทางลัดสู่การต่อยอดธุรกิจ (Patent Fast-Track)

เเนวทางการเร่งคำขอสิทธิบัตรในไทย เเละต่างประเทศ ทางลัดสู่การต่อยอดธุรกิจ (Patent Fast-Track)

สรุปสาระสำคัญสัมมนาออนไลน์หัวข้อ "เร่งให้ไว ได้สิทธิให้ทัน" เเนวทางการเร่งคำขอสิทธิบัตรในไทย เเละต่างประเทศ ทางลัดสู่การต่อยอดธุรกิจ

สัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อให้ทราบถึงวิธีการเร่งรัดการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์และอนุสิทธิบัตรในกลุ่มเทคโนโลยีที่เป็นประโยชน์และมีศักยภาพเชิงพาณิชย์ โดยมุ่งเน้นให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้รับความคุ้มครองที่รวดเร็ว ชัดเจน และพร้อมนำไปต่อยอดในเชิงธุรกิจได้ทันท่วงที

กลุ่มนวัตกรรมเป้าหมายและขอบเขตเทคโนโลยีครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่

  • นวัตกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุข
  • นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต (Future Food)
  • นวัตกรรมรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Innovation)
  • นวัตกรรมดิจิทัล (Digital Innovation)
  • ชิ้นส่วนยานยนต์ (Automotive Parts)

ซึ่งมีข้อกำหนด ดังนี้
1. เป็นคำขอที่ยื่นผ่านระบบ e-Filing ระหว่างวันที่ 1 – 10 ของทุกเดือน
2. ต้องเป็นคำขอที่ยื่นในประเทศไทยเป็นที่แรก เท่านั้น (ไม่อ้างอิง PCT)
3. รับจำนวนจำกัด 5 – 10 คำขอต่อเดือน (ขึ้นอยู่กับกลุ่มอุตสาหกรรม) โดยผู้ขอ 1 ราย ยื่นได้ 1 คำขอต่อเดือน

**ในการประกาศผล: กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศรายชื่อคำขอที่ได้รับคัดเลือกภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ : โครงการการเร่งรัดสิทธิบัตรมุ่งเป้า (Target Patent Fast-Track)

ภาพรวมช่องทางการยื่นขอสิทธิบัตรในต่างประเทศ
(Direct, PCT)

การยื่นขอรับสิทธิบัตรในต่างประเทศหลักๆ มี 2 เส้นทาง: 1) ระบบการยื่นตรง (Direct Route System) ซึ่งจะเป็นการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไปยังสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศนั้น ๆ โดยตรง และ 2) ระบบ PCT (PCT Route System) ซึ่งกรณีนี้จะเป็นการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไปตรวจสอบของหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO – World Intellectual Property Organization) ก่อนที่จะนำผลการตรวจสอบดังกล่าวประกอบคำร้องเพื่อยื่นเข้าแต่ละประเทศอีกครั้ง
โดยทั้งสองระบบจะมีข้อแตกต่างกันดังนี้

Paris Route (Direct Filing)

คือการยื่นคำขอไปยังสำนักงานสิทธิบัตรของประเทศนั้นๆ โดยตรง ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ยื่นคำขอครั้งแรก (Priority Date) เหมาะสำหรับผู้ที่แน่ใจแล้วว่าจะทำตลาดในประเทศนั้นๆ เพียงไม่กี่ประเทศ (เช่น 1-3 ประเทศ) เพราะประหยัดค่าธรรมเนียมกลาง

PCT Route (International Phase)

คือการยื่นคำขอผ่านสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (PCT) ซึ่งจะช่วย “จองคิว” และขยายเวลาในการตัดสินใจเลือกประเทศออกไปได้ถึง 30-31 เดือน ระบบนี้ไม่ได้ให้ “สิทธิบัตรโลก” แต่ช่วยอำนวยความสะดวกในการยื่นเพียงชุดเดียวแต่ครอบคลุม 150+ ประเทศสมาชิก

การดำเนินการเร่งการตรวจสอบในคำขอรายประเทศ
(ยกตัวอย่าง 3 ประเทศ)

PPH มาจาก DIP-JPO PATENT PRPSECUTION HIGHWAY หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่าโครงการ PPH กัน ซึ่งโครงการ PPH นั้นเรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของการยื่นสิทธิบัตรประเทศญี่ปุ่นเลย โดยโครงการดังกล่าวนั้น เป็นความร่วมมือระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย (DIP) และสำนักงานสิทธิบัตรของประเทศญี่ปุ่น (JPO) เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องการยื่นขอรับสิทธิบัตรระหว่างทั้งสองประเทศ โดยภายใต้โครงการดังกล่าว ผู้ขอรับสิทธิบัตรที่เคยยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรในประเทศญี่ปุ่น

เมื่อได้รับจดทะเบียนโดยสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นแล้ว สามารถนำผลการตรวจสอบการประดิษฐ์ของประเทศญี่ปุ่น มายื่นต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบการประดิษฐ์ในประเทศไทยได้ โครงการดังกล่าวนั้น ปัจจุบันยังเป็นโครงการนำร่อง (Pilot Programme) แต่ได้มีการขยายระยะเวลาความร่วมมือเพิ่มอีกสองปีจนถึง 31 ธันวาคม 2566 ซึ่งหากมีการประกาศยกระดับความเพิ่มเติมหลังจากนั้น ก็อาจจะมีโอกาสได้เห็นโครงการดังกล่าวถูกยกระดับเป็นโครงการแบบถาวรเลยก็เป็นได้

PPH (DIP-JPO PATENT PRPSECUTION HIGHWAY)

 

PPH ทำอะไรได้บ้าง?

  1. กรณียื่นสิทธิบัตรเข้าประเทศญี่ปุ่น หากมีการขอถือสิทธิย้อนหลังไว้ในประเทศไทยและได้รับจดทะเบียน สามารถใช้ผลการตรวจสอบการประดิษฐ์ของประเทศไทยไปเร่งรัดขั้นตอนการตรวจสอบการประดิษฐ์ของประเทศญี่ปุ่นได้ แต่ในทางปฏิบัติ กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่นมักใช้เวลาดำเนินการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรน้อยกว่าประเทศไทย
  2. กรณียื่นสิทธิบัตรเข้าประเทศไทย หากมีการถือสิทธิย้อนหลังไว้ที่ประเทศญี่ปุ่นและได้รับจดทะเบียน สามารถใช้ผลการตรวจสอบการประดิษฐ์จากสำนักงานสิทธิบัตรญี่ปุ่น ประกอบการตรวจสอบการประดิษฐ์เพื่อลดระยะเวลาในการตรวจสอบการประดิษฐ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้

Track One

Track One ทำอะไรได้บ้าง?

วัตถุประสงค์หลักของ Track One คือการ เร่งรัดการตรวจสอบ (Prioritized Examination) เพื่อให้ผู้ขอรับสิทธิบัตรได้รับคำตอบที่ชัดเจน (Final Disposition) อย่างรวดเร็ว

  • ความเร็วระดับ Fast-track: USPTO ตั้งเป้าหมายจะพิจารณาให้เสร็จสิ้น (อนุญาตหรือปฏิเสธขั้นสุดท้าย) ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ได้รับอนุมัติให้เข้าโครงการ
  • ข้ามคิวการรอ: คำขอจะถูกจัดอยู่ในลำดับความสำคัญสูงสุด โดยข้ามคิวปกติของเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ (Examiner)
  • การโต้แย้งที่มีประสิทธิภาพ: หากมีการแก้ไขข้อถือสิทธิหรือโต้แย้ง (Office Action) กระบวนการจะ
    ยังคงอยู่ในสถานะเร่งด่วนจนจบกระบวนการ

เงื่อนไขคำขอภายใต้ Track One

ไม่ใช่ทุกคำขอจะสามารถยื่น Track One ได้ โดยมีข้อกำหนดที่เคร่งครัดดังนี้

  • ประเภทคำขอ: ต้องเป็นคำขอสิทธิบัตรการประดิษฐ์ (Utility Patent) หรือสิทธิบัตรพืชพันธ์ (Plant Patent) ที่ยื่นใหม่เท่านั้น
  • ข้อจำกัดจำนวนข้อถือสิทธิ (Claims):
    • Independent Claims (ข้อถือสิทธิหลัก) ไม่เกิน 4 ข้อ
    • Total Claims (ข้อถือสิทธิรวม) ไม่เกิน 30 ข้อ
    • ห้าม มีข้อถือสิทธิที่อ้างอิงแบบซ้ำซ้อน (Multiple Dependent Claims)
  • การยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์: ต้องยื่นผ่านระบบ EFS-Web หรือ Patent Center ของ USPTO เท่านั้น
  • โควตาต่อปี: USPTO จำกัดจำนวนคำขอ Track One ไว้ที่ 15,000 คำขอต่อปีงบประมาณ (เริ่มนับใหม่ทุกวันที่ 1 ตุลาคม)
  •  

ข้อควรระวัง: หากคุณขอขยายเวลา (Extension of Time) ในการตอบโต้เจ้าหน้าที่แม้เพียงครั้งเดียว สถานะ Track One จะ สิ้นสุดลงทันที และคำขอจะถูกโยกกลับไปอยู่คิวปกติ

PACE Programme

สำหรับ PACE Programme (Programme for Accelerated Prosecution of European Patent Applications) ของสำนักงานสิทธิบัตรยุโรป (EPO) มีการอัปเดตระเบียบครั้งสำคัญซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป โดยเน้นไปที่การเร่งรัดในขั้นตอนการตรวจสอบเนื้อหาเป็นหลัก

PACE Programme ทำอะไรได้บ้าง?

PACE คือกลไกที่ช่วยให้ผู้ขอสิทธิบัตรสามารถ “เร่ง” กระบวนการพิจารณาของ EPO ให้เร็วขึ้นกว่าปกติโดย ไม่มีค่าธรรมเนียม

  • เร่งการตรวจเนื้อหา (Accelerated Examination): เมื่อเข้าสู่โครงการ EPO จะพยายามออกคำสั่งตรวจสอบ (Office Action) ครั้งถัดไปภายใน 3 เดือน นับจากได้รับคำร้องหรือได้รับคำตอบจากผู้ขอ
  • สร้างความแน่นอนทางธุรกิจ: ช่วยให้ผู้ประกอบการทราบผลการจดทะเบียนในตลาดยุโรปได้เร็วขึ้น เพื่อวางแผนการลงทุนหรือการฟ้องร้องละเมิดสิทธิ
  • รักษาความลับ: คำร้องขอ PACE จะไม่ถูกตีพิมพ์และไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ (Excluded from file inspection) ทำให้คู่แข่งไม่ทราบว่าเรากำลังเร่งกระบวนการอยู่

ข้อแนะนำเพิ่มเติม:

หากคุณยื่นคำขอแบบ Euro-PCT (เข้าสู่ยุโรปผ่าน PCT) และต้องการความเร็วสูงสุด ควรยื่นคำร้องขอ Early Processing (under Art. 23(2) or 40(2) PCT) ควบคู่ไปกับการยื่น PACE Form 1005 ทันทีที่เข้าสู่ National Phase

ตารางเปรียบเทียบ 

หัวข้อเปรียบเทียบ

PPH (Patent Prosecution Highway)

Track One (USA)

PACE Programme (Europe)

กลไกโดยสรุป

ใช้ผลตรวจสอบจากประเทศแรกเพื่อเร่งในประเทศที่สอง

จ่ายค่าธรรมเนียมเพื่อได้คิว “ลำดับความสำคัญสูงสุด”

ยื่นคำร้องขอเร่งรัดตามระเบียบของสำนักงาน (EPO)

ค่าธรรมเนียม (Official Fee)

ฟรี

ค่าธรรมเนียมสูง ($1817 – $3,817 ตามขนาดองค์กร)

ฟรี

ความรวดเร็ว

การันตีการดำเนินการภายใน 2-5 เดือน

ทราบผลจบกระบวนการภายใน 12 เดือน

การรันตีการดำเนินการ ถัดไปภายใน 3 เดือน

เงื่อนไขสำคัญ

คำขอและข้อถือสิทธิในประเทศที่สองต้องสอดคล้องกับที่ผ่านการอนุมัติแล้ว

จำกัดข้อถือสิทธิ (ไม่เกิน 4 ข้อถือสิทธิหลัก / 30 ข้อถือสิทธิทั้งหมด)

ห้ามขอขยายเวลา (Extension) หากขอสิทธิจะหลุดทันที

จุดเด่น

ประหยัดและเพิ่มโอกาสผ่านสูง (เนื่องจากอ้างอิงตามผลการตรวจสอบที่ดี)

เร็วและแน่นอนที่สุดในสหรัฐฯ โดยไม่ต้องรอผลจากที่อื่น

เร็วและไม่มีค่าใช้จ่าย

จุดด้อย

ต้องรอให้มีผลการตรวจสอบจากประเทศแรกก่อนถึงจะใช้ได้

ค่าธรรมเนียมสูง และเสียสิทธิทันทีหากขอขยายเวลาเมื่อได้รับคำสั่ง

เสียสิทธิทันทีหากขอขยายเวลาเมื่อได้รับคำสั่ง หรือไม่ดำเนินการชำระค่าต่ออายุรายปี

บทสรุป

การเร่งรัดกระบวนการพิจารณาสิทธิบัตรเป็นกลยุทธ์สำคัญในการบริหารทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่การแข่งขันสูง โครงการ Target Patent Fast-Track ในประเทศไทยช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน มาตรการในต่างประเทศ เช่น PPH, Track One และ PACE Programme ก็เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนการคุ้มครองสิทธิในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเลือกใช้เส้นทางและโครงการเร่งรัดที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากเป้าหมายทางธุรกิจ ตลาดปลายทาง งบประมาณ และระยะเวลาที่ต้องการความชัดเจนทางกฎหมาย เพื่อให้การลงทุนด้านนวัตกรรมเกิดมูลค่าสูงสุดและได้รับการคุ้มครองอย่างทันท่วงที

IDG พร้อมให้บริการเร่งรัดสิทธิบัตรครบวงจร

บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด (IDG) พร้อมเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยดำเนินการด้านการยื่นเร่งรัดสิทธิบัตรทั้งในประเทศและต่างประเทศแบบครบวงจร ตั้งแต่การวิเคราะห์กลยุทธ์ เลือกเส้นทางการยื่นที่เหมาะสม ไปจนถึงการเตรียมเอกสารและติดตามกระบวนการอย่างใกล้ชิด

ด้วยประสบการณ์ด้านทรัพย์สินทางปัญญา IDG ช่วยให้คำขอของคุณเดินหน้าได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงด้านขั้นตอน และเพิ่มโอกาสในการได้รับความคุ้มครองเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ