International Website
Renewable Energy

RENEWABLE ENERGY: กระแสพลังงานทดแทนรักษ์โลกที่แมสแล้วและจะยังแมสต่อไปในอนาคต

พลังงานที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ล้วนมาจากพลังงานเชื้อเพลงฟอสซิลแทบทั้งสิ้น กระแสพลังงานทดแทน (พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด) ในตอนนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังกลายเป็นอดีต ทั้งยังแน่นอนว่าประเทศใดก็ตามที่ยังไม่คิดจะเข้าสู่กระแสนี้อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

Renewable Energy
  • พลังงานแสงอาทิตย์เตรียมเข้ายึดครองการผลิตกระแสไฟฟ้าทั่วโลกเมื่อพลังงานแสงอาทิตย์สามารถขยายกำลังการผลิตได้มากถึง 600 จิกะวัตต์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในกลุ่มพลังงานทดแทนทั้งหมด ทั้งยังคาดการณ์ว่าพลังงานดังกล่าวจะเติบโตมากสุดในช่วงปี 2018 – 2023 เมื่อเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าโดยพลังงานแสงอาทิตย์เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะในระดับอุตสาหกรรมหรือครัวเรือน อย่างไรก็ดี สำนักงานพลังงานสากล ( International Energy Agency: IEA) คาดการณ์ว่าในปี 2023 ทั่วโลกจะนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2%
  • พลังงานลมและพลังงานน้ำยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องพลังงานลมยังคงถูกนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ทั้งนี้ IEA ยังมีการคาดการณ์ว่าพลังงานลมจะสามารถเพิ่มขีดความในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกถึง 60% (หรือ 326 กิกะวัตต์) ขณะที่พลังงานน้ำยังคงครองตลาดผลิตกระแสไฟฟ้าใหญ่ที่สุดยาวไปจนถึงปี 2023
  • BIOMASS/BIOENERGY มาแน่พลังงานชีวภาพ (biomass) ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มพลังงานทดแทนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั่วโลกในขณะนี้ ทั้งยังถูกแปรรูปออกมาในหลากหลายรูปแบบหรือที่เรียกว่า Modern Bioenergy เช่นอยู่ในลักษณะของแข็ง ของเหลวและก๊าซ เป็นต้นโดยจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) ปี 2018 เปิดเผยว่า พลังงานชีวมวลมีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มพลังงานทดแทน มากกว่าครึ่งหนึ่งของการบริโภคพลังงานทดแทนทั่วโลกนั้น คิดเป็นสัดส่วนแล้วมาจากพลังงานชีวมวล ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นพลังงานขั้นสุดท้าย (Final Energy Consumption) ในการสร้างระบบความร้อนในระดับอุตสาหกรรม ระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ รวมไปถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งนี้ IEA ยังคาดการณ์ว่าในช่วงระยะ ปี 2018 – 2023 พลังงานชีวมวลจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นอีก 30% ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่กล่าวไปข้างต้น

จีนครองแชมป์ตลาดพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากการที่จีนถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ส่งผลให้การผลิตและบริโภคพลังงานในที่แห่งนี้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศโลกเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้จีนเริ่มหันมามองหาพลังงานอื่น ๆ เพื่อทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงทำให้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหรือลม จีนมีการเติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยกเว้นพลังงานจากความร้อนใต้พิภพและน้ำทะเลที่จีนยังไม่ได้เข้ามาเล่น แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะสูงถึง 40% ในอีก 5 ปีต่อจากนี้

แม้ว่าปัจจุบันจีนได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการนำพลังงานมาใช้ กล่าวคือ การนำทรัพยากรธรรมชาติไปก่อให้เกิดการขยายความคุ้มค่าสูงสุดและรับมือกับความท้าทายในการนำพลังงานมาเข้าสู่ระบบไฟฟ้า (grid integration) แต่ IEA คาดการณ์ว่าจีนจะดำเนินมาตรการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน (Renewables Portfolio Standard: RPS) ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องมีการผลิต/จำหน่ายไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานทดแทนมาควบคู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เทคโนโลยีพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มีการแข่งขันสูงขึ้น

ตลาดพลังงานทดแทนยุโรปกระโดดข้ามสหรัฐอเมริกาเรียบร้อย

ขีดความสามารถในการเติบโตของตลาดพลังงานทดแทนในยุโรปก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากจีนเป็นที่เรียบร้อย โดย IEA คาดการณ์ว่าจะเติบโตอีก 32% ภายในปี 2030

สอดคล้องกับรายงานจากสหประชาชาติ SEforALL ที่เปิดเผยว่าในปี 2017 หกประเทศที่มีความสามารถสูงสุดตามตัวชี้วัดด้านกฎระเบียบสำหรับพลังงานที่ยั่งยืน (regulatory indicators for sustainable energy) ของสหประชาชาติพบว่า 4 อันดับประเทศแรกอยู่ในยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและสเปน นอกจากนั้นกลุ่มประเทศ EU28 ยังเป็นผู้นำในการบูรณาการ VRE มาใช้ โดยเกือบ 15% ของส่วนแบ่ง VRE ในการผลิตไฟฟ้าต่อปี นับจากวันนี้จนถึงปี 2050 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 50%

ด้านสหรัฐอเมริกา แม้จะมีการเติบโตมากถึง 40% แต่ด้วยเงื่อนไขทางต่าง ๆ เช่น ภาษีรัฐ นโยบายทางการค้า และแผนนโยบายพลังงานทดแทน ส่งผลให้การเติบโตมีความไม่แน่นอนและผันผวนสูง

Renewable Energy

การใช้พลังงานทดแทนในไทย

ความต้องการพลังงานในประเทศไทย IRENA คาดการณ์ว่าในปี 2036 จะพุ่งสู่งถึง 78% หรือคิดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอยู่ที่ 126% นั่นหมายความพลังงานทดแทนกำลังเข้ามาถือครองบทบาทสำคัญในตลาดพลังงาน ทั้งยังสามารถเปลี่ยนให้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เคยยึดครองอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนานให้หลุดจากตำแหน่งได้
จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงาน สถานการณ์การใช้พลังงานทดแทน ในช่วงปี 2018 ประเทศไทยนั้น มีการใช้พลังงานทดแทน 12,725 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.8% โดยมีการใช้ในรูปของ ไฟฟ้า ความร้อนและเชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ เอทานอล และไบโอดีเซล โดยอยู่ในสัดส่วน 15.20% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด
การใช้ไฟฟ้า และความร้อนที่ผลิตได้จากพลังงานทดแทนมีปริมาณ 2,939 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และ 7,670 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ตามลำดับ ส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ มีปริมาณการใช้ ประกอบด้วย เอทานอล 781 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และไบโอดีเซล 1,335 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ข้อกังวลและข้อจำกัดด้านพลังงานทดแทนในประเทศไทย

แม้รัฐบาลไทยมีความพยายามที่จะตั้งเป้าให้สอดคล้องกับกระแสทั่วโลกในการลดการใช้พลังงานแบบเดิมและหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น ถึงอย่างนั้น ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไทยยังคงมีข้อจำกัด เช่น ด้านการผลิต โดยทาง IRENA แนะนำว่าประเทศไทยควรมีการผสมผสานพลังงานทดแทนควบคู่ไปกับพลังงานแบบเดิม ซึ่งแน่นอนว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ประกอบกับเป็นการป้องกันความเสี่ยงจาก VRE (variable renewable energy) ที่มีความผันผวนสูง
อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ในตลาดพลังงานทดแทนสำหรับประเทศไทยยังคงเป็นอะไรที่น่าจับตามองด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะพลังงานชีวมวล นั่นหมายความว่า ไทยจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ก้าวให้ทันประเทศอื่น ๆ

นวัตกรรม เทคโนโลยี การบูรณาการบริหารและการตลาดผ่านดิจิตัล คือคำตอบ

สิ่งหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ทรัพยากรดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดคือการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้

ภายในรายงานของ IRENA ได้เสนอแนะว่าแนวโน้มเทรนด์นวัตกรรมของพลังงานในขณะนี้คือ การแปลงเป็นดิจิตอล (digitalization) การใช้พลังงานไฟฟ้า (electrification) รวมถึงการกระจายการใช้พลังงานที่อาจเป็นแนวโน้มต่อเนื่องที่สามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในอนาคต
ทั้งยังพบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างโซลูชั่นด้านนวัตกรรมร่วมกับการแปรรูปพลังงาน อาทิ ระบบปฏิบัติการ แนวทางทางธุรกิจ เทคโนโลยี หรือแนวทางการตลาด ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่ง IRENA มองว่าหากตัวเลือกดังกล่าวถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างยืดหยุ่น จะนำมาสู่การเกิดยุคใหม่แห่งการบริโภคพลังงาน

ที่มา: 

“Renewable energy outlook: Thailand”; International Renewable Energy Agency and Ministry of Energy of Thailand

“Policy Matters: Regulatory Indicators for Sustainable Energy”; International Bank for Reconstruction and Development / The World Bank

“Innovation Landscape for a Renewable-Powered Future: Solutions to Integrate Variable Renewables”; International Renewable Energy Agency

“Progress Towards Sustainable Energy: Global Tracking Framework 2017”; World Bank

ry

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้
Renewable Energy

RENEWABLE ENERGY: กระแสพลังงานทดแทนรักษ์โลกที่แมสแล้วและจะยังแมสต่อไปในอนาคต

พลังงานที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันส่วนใหญ่ล้วนมาจากพลังงานเชื้อเพลงฟอสซิลแทบทั้งสิ้น กระแสพลังงานทดแทน (พลังงานหมุนเวียนและพลังงานสะอาด) ในตอนนี้จึงเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังกลายเป็นอดีต ทั้งยังแน่นอนว่าประเทศใดก็ตามที่ยังไม่คิดจะเข้าสู่กระแสนี้อาจเป็นไปได้ว่าจะต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

Renewable Energy
  • พลังงานแสงอาทิตย์เตรียมเข้ายึดครองการผลิตกระแสไฟฟ้าทั่วโลกเมื่อพลังงานแสงอาทิตย์สามารถขยายกำลังการผลิตได้มากถึง 600 จิกะวัตต์ ซึ่งนับว่ามากที่สุดในกลุ่มพลังงานทดแทนทั้งหมด ทั้งยังคาดการณ์ว่าพลังงานดังกล่าวจะเติบโตมากสุดในช่วงปี 2018 – 2023 เมื่อเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าโดยพลังงานแสงอาทิตย์เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะในระดับอุตสาหกรรมหรือครัวเรือน อย่างไรก็ดี สำนักงานพลังงานสากล ( International Energy Agency: IEA) คาดการณ์ว่าในปี 2023 ทั่วโลกจะนำพลังงานแสงอาทิตย์มาผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2%
  • พลังงานลมและพลังงานน้ำยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องพลังงานลมยังคงถูกนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ทั้งนี้ IEA ยังมีการคาดการณ์ว่าพลังงานลมจะสามารถเพิ่มขีดความในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อีกถึง 60% (หรือ 326 กิกะวัตต์) ขณะที่พลังงานน้ำยังคงครองตลาดผลิตกระแสไฟฟ้าใหญ่ที่สุดยาวไปจนถึงปี 2023
  • BIOMASS/BIOENERGY มาแน่พลังงานชีวภาพ (biomass) ถือว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มพลังงานทดแทนที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากทั่วโลกในขณะนี้ ทั้งยังถูกแปรรูปออกมาในหลากหลายรูปแบบหรือที่เรียกว่า Modern Bioenergy เช่นอยู่ในลักษณะของแข็ง ของเหลวและก๊าซ เป็นต้นโดยจากรายงานของสำนักงานพลังงานสากล (International Energy Agency: IEA) ปี 2018 เปิดเผยว่า พลังงานชีวมวลมีการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มพลังงานทดแทน มากกว่าครึ่งหนึ่งของการบริโภคพลังงานทดแทนทั่วโลกนั้น คิดเป็นสัดส่วนแล้วมาจากพลังงานชีวมวล ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นพลังงานขั้นสุดท้าย (Final Energy Consumption) ในการสร้างระบบความร้อนในระดับอุตสาหกรรม ระบบขนส่งมวลชนต่าง ๆ รวมไปถึงการผลิตกระแสไฟฟ้าทั้งนี้ IEA ยังคาดการณ์ว่าในช่วงระยะ ปี 2018 – 2023 พลังงานชีวมวลจะมีการเติบโตเพิ่มมากขึ้นอีก 30% ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่กล่าวไปข้างต้น

จีนครองแชมป์ตลาดพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากการที่จีนถือเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก ส่งผลให้การผลิตและบริโภคพลังงานในที่แห่งนี้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศโลกเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้จีนเริ่มหันมามองหาพลังงานอื่น ๆ เพื่อทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิล จึงทำให้พลังงานแสงอาทิตย์ น้ำหรือลม จีนมีการเติบโตและพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ยกเว้นพลังงานจากความร้อนใต้พิภพและน้ำทะเลที่จีนยังไม่ได้เข้ามาเล่น แม้จะมีการคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตจะสูงถึง 40% ในอีก 5 ปีต่อจากนี้

แม้ว่าปัจจุบันจีนได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการนำพลังงานมาใช้ กล่าวคือ การนำทรัพยากรธรรมชาติไปก่อให้เกิดการขยายความคุ้มค่าสูงสุดและรับมือกับความท้าทายในการนำพลังงานมาเข้าสู่ระบบไฟฟ้า (grid integration) แต่ IEA คาดการณ์ว่าจีนจะดำเนินมาตรการกำหนดสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานหมุนเวียน (Renewables Portfolio Standard: RPS) ภายในปี 2020 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดให้ผู้ผลิตไฟฟ้าด้วยเชื้อเพลิงฟอสซิลจะต้องมีการผลิต/จำหน่ายไฟฟ้าที่ได้จากพลังงานทดแทนมาควบคู่ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลให้เทคโนโลยีพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์มีการแข่งขันสูงขึ้น

ตลาดพลังงานทดแทนยุโรปกระโดดข้ามสหรัฐอเมริกาเรียบร้อย

ขีดความสามารถในการเติบโตของตลาดพลังงานทดแทนในยุโรปก้าวขึ้นเป็นอันดับที่ 2 รองลงมาจากจีนเป็นที่เรียบร้อย โดย IEA คาดการณ์ว่าจะเติบโตอีก 32% ภายในปี 2030

สอดคล้องกับรายงานจากสหประชาชาติ SEforALL ที่เปิดเผยว่าในปี 2017 หกประเทศที่มีความสามารถสูงสุดตามตัวชี้วัดด้านกฎระเบียบสำหรับพลังงานที่ยั่งยืน (regulatory indicators for sustainable energy) ของสหประชาชาติพบว่า 4 อันดับประเทศแรกอยู่ในยุโรป ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศสและสเปน นอกจากนั้นกลุ่มประเทศ EU28 ยังเป็นผู้นำในการบูรณาการ VRE มาใช้ โดยเกือบ 15% ของส่วนแบ่ง VRE ในการผลิตไฟฟ้าต่อปี นับจากวันนี้จนถึงปี 2050 คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 50%

ด้านสหรัฐอเมริกา แม้จะมีการเติบโตมากถึง 40% แต่ด้วยเงื่อนไขทางต่าง ๆ เช่น ภาษีรัฐ นโยบายทางการค้า และแผนนโยบายพลังงานทดแทน ส่งผลให้การเติบโตมีความไม่แน่นอนและผันผวนสูง

Renewable Energy

การใช้พลังงานทดแทนในไทย

ความต้องการพลังงานในประเทศไทย IRENA คาดการณ์ว่าในปี 2036 จะพุ่งสู่งถึง 78% หรือคิดผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอยู่ที่ 126% นั่นหมายความพลังงานทดแทนกำลังเข้ามาถือครองบทบาทสำคัญในตลาดพลังงาน ทั้งยังสามารถเปลี่ยนให้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลที่เคยยึดครองอันดับหนึ่งมาอย่างยาวนานให้หลุดจากตำแหน่งได้
จากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงานแห่งประเทศไทยเปิดเผยรายงาน สถานการณ์การใช้พลังงานทดแทน ในช่วงปี 2018 ประเทศไทยนั้น มีการใช้พลังงานทดแทน 12,725 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.8% โดยมีการใช้ในรูปของ ไฟฟ้า ความร้อนและเชื้อเพลิงชีวภาพ ได้แก่ เอทานอล และไบโอดีเซล โดยอยู่ในสัดส่วน 15.20% ของการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายทั้งหมด
การใช้ไฟฟ้า และความร้อนที่ผลิตได้จากพลังงานทดแทนมีปริมาณ 2,939 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และ 7,670 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ ตามลำดับ ส่วนเชื้อเพลิงชีวภาพ มีปริมาณการใช้ ประกอบด้วย เอทานอล 781 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ และไบโอดีเซล 1,335 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ข้อกังวลและข้อจำกัดด้านพลังงานทดแทนในประเทศไทย

แม้รัฐบาลไทยมีความพยายามที่จะตั้งเป้าให้สอดคล้องกับกระแสทั่วโลกในการลดการใช้พลังงานแบบเดิมและหันมาใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้น ถึงอย่างนั้น ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ไทยยังคงมีข้อจำกัด เช่น ด้านการผลิต โดยทาง IRENA แนะนำว่าประเทศไทยควรมีการผสมผสานพลังงานทดแทนควบคู่ไปกับพลังงานแบบเดิม ซึ่งแน่นอนว่าวิธีดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ประกอบกับเป็นการป้องกันความเสี่ยงจาก VRE (variable renewable energy) ที่มีความผันผวนสูง
อย่างไรก็ดี ความเป็นไปได้ในตลาดพลังงานทดแทนสำหรับประเทศไทยยังคงเป็นอะไรที่น่าจับตามองด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะพลังงานชีวมวล นั่นหมายความว่า ไทยจำเป็นต้องพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยี ก้าวให้ทันประเทศอื่น ๆ

นวัตกรรม เทคโนโลยี การบูรณาการบริหารและการตลาดผ่านดิจิตัล คือคำตอบ

สิ่งหนึ่งที่ช่วยผลักดันให้ทรัพยากรดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดคือการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาใช้

ภายในรายงานของ IRENA ได้เสนอแนะว่าแนวโน้มเทรนด์นวัตกรรมของพลังงานในขณะนี้คือ การแปลงเป็นดิจิตอล (digitalization) การใช้พลังงานไฟฟ้า (electrification) รวมถึงการกระจายการใช้พลังงานที่อาจเป็นแนวโน้มต่อเนื่องที่สามารถเร่งการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนในอนาคต
ทั้งยังพบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างโซลูชั่นด้านนวัตกรรมร่วมกับการแปรรูปพลังงาน อาทิ ระบบปฏิบัติการ แนวทางทางธุรกิจ เทคโนโลยี หรือแนวทางการตลาด ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่ง IRENA มองว่าหากตัวเลือกดังกล่าวถูกนำมาใช้ประโยชน์อย่างยืดหยุ่น จะนำมาสู่การเกิดยุคใหม่แห่งการบริโภคพลังงาน

ที่มา: 

“Renewable energy outlook: Thailand”; International Renewable Energy Agency and Ministry of Energy of Thailand

“Policy Matters: Regulatory Indicators for Sustainable Energy”; International Bank for Reconstruction and Development / The World Bank

“Innovation Landscape for a Renewable-Powered Future: Solutions to Integrate Variable Renewables”; International Renewable Energy Agency

“Progress Towards Sustainable Energy: Global Tracking Framework 2017”; World Bank

ry

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy