International Website

“เสียง” ก็เป็นเครื่องหมายการค้าได้แล้ว!

สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 โดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียน “เสียง” เป็นเครื่องหมายการค้าได้

เสียงที่จะจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้นั้นจะต้องเป็นเสียงที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ คือจะต้องเป็นเสียงที่ทำให้ประชาชนสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าหรือบริการของเจ้าของเครื่องหมายกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่นได้ และจะต้องไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ขอจดทะเบียนโดยตรง ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอื่นๆ เช่น เสียงเครื่องยนต์จะไม่สามารถจดทะเบียนกับสินค้ารถยนต์ได้ เป็นต้น

ตัวอย่างเครื่องหมายเสียงที่คนไทยคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการจดทะเบียนแล้วในสหรัฐอเมริกา เช่น ดนตรีไตเติ้ลภาพยนตร์ของค่ายภาพยนตร์ 20th Century Fox, เสียงสิงโตคำรามของค่ายภาพยนตร์ MGM, เสียงโห่ร้องของทาซาน เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศใช้ “กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534)” กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายเสียง (Sound trademark)  ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง ผู้ยื่นคำขอจะต้องบรรยายเสียงที่ขอจดทะเบียน เช่น เป็นเสียงคนพูด, เป็นเสียงร้องของสัตว์, เป็นเสียงดนตรีที่สอดประสานกัน เป็นต้น ทั้งนี้จะต้องแนบสิ่งบันทึกเสียงนซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบแผ่น CD, DVD, USB Thumb drive หรือ SD Card ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย หรือจะแนบโน๊ตดนตรีหรือกราฟเสียงเพื่อประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนด้วยก็ได้

เครื่องหมายเสียงเครื่องหมายแรกที่ยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศไทย คือเครื่องหมายเสียงของสินค้าแผ่นอนามัยโซฟี โดย Uni-charm Corporation สัญชาติญี่ปุ่น โดยยื่นคำขอเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันแรกที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง

สำหรับผู้ประกอบการไทยท่านใดที่เห็นว่า “เสียง” เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าหรือแบรนด์สินค้าของท่านได้ก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเสียงนั้นๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

  • 02-011-7161 ต่อ 101-103 (ฝ่ายเครื่องหมายการค้า)
  • อีเมล tm@idgthailand.com
  • line@: @idgthailand

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

“เสียง” ก็เป็นเครื่องหมายการค้าได้แล้ว!

สืบเนื่องจากการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 โดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถจดทะเบียน “เสียง” เป็นเครื่องหมายการค้าได้

เสียงที่จะจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าได้นั้นจะต้องเป็นเสียงที่มีลักษณะบ่งเฉพาะ คือจะต้องเป็นเสียงที่ทำให้ประชาชนสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างสินค้าหรือบริการของเจ้าของเครื่องหมายกับสินค้าหรือบริการของบุคคลอื่นได้ และจะต้องไม่เล็งถึงลักษณะหรือคุณสมบัติของสินค้าหรือบริการที่ขอจดทะเบียนโดยตรง ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าประเภทอื่นๆ เช่น เสียงเครื่องยนต์จะไม่สามารถจดทะเบียนกับสินค้ารถยนต์ได้ เป็นต้น

ตัวอย่างเครื่องหมายเสียงที่คนไทยคุ้นหูกันเป็นอย่างดี ซึ่งได้รับการจดทะเบียนแล้วในสหรัฐอเมริกา เช่น ดนตรีไตเติ้ลภาพยนตร์ของค่ายภาพยนตร์ 20th Century Fox, เสียงสิงโตคำรามของค่ายภาพยนตร์ MGM, เสียงโห่ร้องของทาซาน เป็นต้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศใช้ “กฎกระทรวง (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2560) ออกตามความในพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534)” กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นคำขอจดทะเบียน เครื่องหมายเสียง (Sound trademark)  ดังนั้น ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียงต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ นับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

การยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง ผู้ยื่นคำขอจะต้องบรรยายเสียงที่ขอจดทะเบียน เช่น เป็นเสียงคนพูด, เป็นเสียงร้องของสัตว์, เป็นเสียงดนตรีที่สอดประสานกัน เป็นต้น ทั้งนี้จะต้องแนบสิ่งบันทึกเสียงนซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบแผ่น CD, DVD, USB Thumb drive หรือ SD Card ไปพร้อมกับคำขอจดทะเบียนด้วย หรือจะแนบโน๊ตดนตรีหรือกราฟเสียงเพื่อประกอบการพิจารณาของนายทะเบียนด้วยก็ได้

เครื่องหมายเสียงเครื่องหมายแรกที่ยื่นคำขอจดทะเบียนในประเทศไทย คือเครื่องหมายเสียงของสินค้าแผ่นอนามัยโซฟี โดย Uni-charm Corporation สัญชาติญี่ปุ่น โดยยื่นคำขอเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ซึ่งเป็นวันแรกที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาเปิดรับคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายเสียง

สำหรับผู้ประกอบการไทยท่านใดที่เห็นว่า “เสียง” เป็นสิ่งที่ทำให้ลูกค้าจดจำสินค้าหรือแบรนด์สินค้าของท่านได้ก็สามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเสียงนั้นๆ เป็นเครื่องหมายการค้าของตนเองได้ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่

  • 02-011-7161 ต่อ 101-103 (ฝ่ายเครื่องหมายการค้า)
  • อีเมล tm@idgthailand.com
  • line@: @idgthailand
crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy