Spedagi Bike แบรนด์จักรยานสัญชาติอินโดนีเซีย เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่ยักษ์ ที่มีคุณสมบัติที่แข็งแรง มาแทนวัสดุเชิงอุตสาหกรรมอย่างเหล็กกล้าหรืออลูมิเนียม ที่มักใช้กันเฟรมจักรยานทั่วไป สำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จักรยานจากโครงสร้างไม้ไผ่นี้ ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่สักทีเดียว โดยทั่วไปแล้ววัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่เป็นวัสดุหลัก ในการสร้างอุปกรณ์หรือแม้แต่ที่พักอาศัยให้กับผู้คน ในแทบภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้อยู่แล้ว โดยทั่วไปผู้คนสามารถออกไปตามสวน ไร่ นา หรือพื้นที่ป่าสาธารณะใกล้ชุมชน เพื่อจัดหาวัสดุชนิดนี้ได้ รวมทั้งภูมิปัญญาในการคัดเลือก เก็บรักษา และแปรรูป ให้วัสดุไผ่สามารถนำมาสร้างเครื่องมือ เครื่องใช้ หรือตัวอาคารในการใช้เป็นที่พักอาศัยทั้งแบบถาวรและชั่วคราว

สำหรับแบรนด์ Spedagi ที่เริ่มต้นการพัฒนาจักรยานไม้ไผ่ของเขา เมื่อต้นปี 2013 พร้อมกับออกแบบพัฒนาระบบเทคนิค ในการผลิตและการใช้งานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจุดประสงค์หลักในการพัฒนาจักรยานและสร้างแบรนด์นี้ ต้องการสร้างให้คนในชุมชนได้เกิดงาน พัฒนาทักษะและใช้ประโยชน์จากพืชท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นหลักการสร้างแบรนด์ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

Source : spedagi.com/spedagi-bike-eng

Spedagi พัฒนาจักรยานในแบบของตัวเองให้มีรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน และกลุ่มลูกค้าที่แตกต่าง ตั้งแต่ผู้ชื่นชอบการใช้งานแบบ จักรยานถนน ที่เลือกใช้แฮนด์แบบหมอบและล้อเล็ก ขนาด 700C มาพร้อมระบบเบรคแบบดิสเบรค, จักรยานในแบบภูเขา ที่มาพร้อมโช๊คและแฮนด์แบบตรง ที่สร้างความนุ่มนวลในการใช้งาน แม้กระทั่งลักษณะจักรยานประเภท Minivelo ที่มีขนาดเล็กเหมาะกับการใช้งานแบบเมืองมีช่วงเฟรมที่สั้น วงเลี้ยวที่คล่องตัว และขนาดล้อ 20 นิ้ว

และแน่นอนจักรยานในทุกประเภทที่กล่าวถึงนี้  Spedagi เลือกสร้างสรรค์ตัวเฟรมจากไม้ไผ่ทั้งสิ้น ด้วยคุณสมบัติแข็งแรงแต่ยืดหยุ่น ช่วยให้เฟรมไม้ไผ่ของจักรยานนี้ช่วยซับแรงกระแทกและมีนํ้าหนักเบา เหมาะกับผู้ที่ต้องการทดลองประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบแตกต่างออกไป อีกทั้งกระบวนการผลิตเฟรมไม้ไผ่เหล่านี้ ยังช่วยเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และความยั่งยืนได้อย่างดีอีกด้วย ไม่น่าแปลกสำหรับการได้รับรางวัล Good Design Award จากเวทีประเทศญี่ปุ่น ที่มีมาตรฐานในการพิจารณาจาก เกณฑ์ที่สินค้าเหล่านั้นจะช่วยยกระดับอุตสาหกรรมและคุณภาพชีวิตของผู้คน

ผู้คนมักมุ่งสร้างความแตกต่างในการสร้างแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่ตื่นตาหรือประหลาดใจให้กับตลาด แต่หากความแตกต่างนั้น ไม่ได้มอบคุณค่าต่อชีวิตของผู้คนหรือผู้ร่วมสังคมกับเราเลย การผลักดันให้แบรนด์เป็นที่ยอมรับและเกิดการซื้อซํ้า คงต้องอาศัยทรัพยากรเม็ดเงินมหาศาลในการสื่อสารหรือโฆษณาชวนเชื่อในสิ่งนั้น ซึ่งสิ่งที่จะช่วยลดต้นทุนในการทำโฆษณาและสื่อสาร ก็คือ การสร้างคุณค่าที่ลึกซึ้ง สร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี ราคาที่เหมาะสม แบรนด์ก็จะถูกบอกต่อและกลับมาซื้อซํ้าเอง แค่เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสร้างให้แบรนด์ของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืนแน่นอนครับ

IDG ให้บริการออกแบบอัตลักษณ์ขององค์กร เพื่อจดทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางปัญญา โดยวิเคราะห์จากรูปแบบธุรกิจและปัจจัยอื่นๆ อย่างรอบด้าน โดยนักออกแบบมืออาชีพที่มากด้วยประสบการณ์ ทั้งด้านออกแบบและทรัพย์สินทางปัญญา

ท่านที่สนใจอัพเดทข้อมูลข่าวสารทางด้านเทคโนโลยี, นวัตกรรม หรือการออกแบบใหม่ๆ ของแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของเราได้เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ

เรียบเรียงโดย:
ทีมออกแบบ IDG

Share this.
  •  
  •  
  •  
  •  
  • 2
  •