International Website

กลยุทธ์การเลือกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้ผลสูงสุด

ในแวดวงนักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องหนึ่งที่ยังถกเถียงและสร้างปัญหาให้นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และผู้สร้างสรรค์ (ในงานอันมีลิขสิทธิ์) ผู้ประดิษฐ์ (ในงานสิทธิบัตร) หรือกระทั่งเจ้าของเครื่องหมายการค้า คือความคาบเกี่ยวจนยากที่จะบอกได้ว่า “ชิ้นงาน” ที่เกิดขึ้น ควรจะจัดในกลุ่มงานประเภทใด ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายใดดี

  • ลิขสิทธิ์
  • เครื่องหมายการค้า
  • สิทธิบัตร

aa

เพราะแต่ละกฎหมายให้ขอบเขตการคุ้มครองที่แตกต่างกันนั่นเอง

เช่นงานอันมีลิขสิทธิ์ ให้ความคุ้มครอง เจ้าของลิขสิทธิ์ อาจจะยาวนานถึง 50 ปี นับแต่วันที่ “ผู้สร้างสรรค์”ถึงแก่ความตาย และไม่ต้องจดทะเบียน ส่วนเครื่องหมายการค้า เมื่อจดทะเบียนก็จะได้รับความคุ้มครอง 10 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับความคุ้มครอง หรือ ถ้าเป็นสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ก็อาจจะได้รับความคุ้มครอง 20 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับความคุ้มครองเช่นกัน

แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่ งานอย่างเดียวกันจะได้รับความคุ้มครองหลากหลายกฎหมาย ในคดี ปากกาแลนเซอร์ (คำพิพากษาฎีกาที่ 6379/2537) ปากกาแลนเซอร์ ได้ถูกออกแบบมา 2 รุ่น (model)

  • ปากกา รุ่น แคนดี้คอมแพค (CANDY COMPACT) (คิดค้น สร้างสรรค์ และออกแบบระหว่างปี ๒๕๒๒ ถึงปี ๒๕๒๔) ก่อนมีการผลิตและจำหน่าย
  • ปากกา รุ่น แลนเซอร์คาเดท (LANCER CADET หรือ CLIC II) (คิดค้น สร้างสรรค์ และออกแบบระหว่างปี ๒๕๒๔ ถึงปี ๒๕๒๖) ก่อนมีการผลิตและจำหน่าย

ปากกาทั้งสองรุ่นได้มีการจดสิทธิบัตรการออกแบบเอาไว้ (สิทธิบัตรการออกแบบมีอายุความคุ้มครอง 10 ปี)  ตามหลักทั่วไป ว่ากันว่าขณะที่เกิดเหตุ อายุความคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบของโจทก์ใกล้จะหมดอายุความคุ้มครองแล้ว  โจทก์ก็เริ่มผลิตและ นำปากกาวางตลาด ปรากฎว่า 2527 มีปากกาใช้ชื่อว่า จ๊อต จอย(JOT JOY)วางจำหน่ายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นการทำซ้ำดัดแปลงบางส่วนในแบบปากกาแคนดี้คอมแพค และ ปากกาแบบแลนเซอร์คาเดท เมื่อโจทก์นำปากกาแลนเซอร์คาเดทออกวางจำหน่ายได้ประมาณ 1 เดือนก็พบว่าได้มีปากกาที่ใช้ชื่อว่า ติ๊ก แต๊ก(TIK TAK)วางจำหน่ายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นการทำซ้ำดัดแปลงบางส่วนในแบบปากกาแลนเซอร์คาเดท

ถึงขั้นนี้ เข้าใจว่าทีมที่ปรึกษาของโจทก์ต้องมาวางวกลยุทธ์กันว่า โดยพิจารณาว่าหากจะฟ้องร้องตามกฎหมายสิทธิบัตร ว่าจำเลยละเมิดสิทธิบัตรของตนก็จะได้รับความคุ้มครองไม่เต็มที จึงฟ้องร้องโดยใช้กฎหมายลิขสิทธิ์

ถึงส่วนนี้ นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้เห็นต่างเป็นสองมุมมองครับ

  • กลุ่มแรก มองว่า โดยเจตนารมณ์ของการสร้างแบบของปากกาทั้งสองรุ่น มีเจตนารมณ์ที่จะนำไปใช้ทางอุตสาหกรรมเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งใช้สอยในฐานะงานศิลปะ แบบของปากกาก็ไม่ควรจะถูกมองเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ การยอมให้มีการคาบเกี่ยวของการคุ้มครองจะเป็นการขยายขอบเขตความคุ้มครองให้เจ้าของงานมากเกินไป
  • อีกกลุ่มกลับมองว่า ไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามในเรื่องขอบเขตของงาน ไม่มีกฎหมายบอกว่าถ้าเป็นงานอันมีสิทธิบัตร จะต้องไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือ ถ้าเป็นเครื่องหมายการค้า ก็จะต้องไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และ ความหมายของงานศิลปกรรม ในวรรคท้ายก็ยังบอกว่า

“ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย”

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ จะไม่มอง “คุณค่าทางศิลปะ” เป็นองค์ประกอบในการพิจารณางาน  ในคดีปากกาแลนเซอร์นี้ ศาลมองว่า “…..แบบปากกาเคนดี้คอมแพค และแบบปากกาแลนเซอร์คาเดท เป็นงานสร้างสรรค์อันเกิดจากการนำเอาการสร้างแบบพิมพ์รูปลักษณะของปากกาและแบบแม่พิมพ์ ซึ่งเขียนด้วยลายเส้นประกอบเป็นรูปทรงอันเข้าลักษณะศิลปกรรมประเภทงานจิตรกรรม และการสร้างแม่พิมพ์กับหุ่นจำลองของปากกาดังกล่าว ซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ เข้าลักษณะศิลปกรรมประเภทงานประติมากรรมมาประกอบเข้าด้วยกัน และสร้างขึ้นเป็นปากกาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการขีดเขียน เพื่อประโยชน์ทางการค้าอันเป็นประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานจิตรกรรมและประติมากรรมดังกล่าว งานสร้างสรรค์แบบปากกาทั้งสองแบบจึงเป็นงานศิลปประยุกต์อันอาจได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีคุณค่าทางศิลปหรือไม่

คดีนี้จำเลยถูกตัดสินว่าละเมิดลิขสิทธิ์งานศิลปะประยุกต์ของโจทก์

 

อ้างอิง:

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 6379/2537
  2. ปัญหาคาบเกี่ยวระหว่างการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์สิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า [ชัชวาลย์ เสวี]

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

กลยุทธ์การเลือกกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญามาคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาให้ได้ผลสูงสุด

ในแวดวงนักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา เรื่องหนึ่งที่ยังถกเถียงและสร้างปัญหาให้นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา และผู้สร้างสรรค์ (ในงานอันมีลิขสิทธิ์) ผู้ประดิษฐ์ (ในงานสิทธิบัตร) หรือกระทั่งเจ้าของเครื่องหมายการค้า คือความคาบเกี่ยวจนยากที่จะบอกได้ว่า “ชิ้นงาน” ที่เกิดขึ้น ควรจะจัดในกลุ่มงานประเภทใด ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายใดดี

  • ลิขสิทธิ์
  • เครื่องหมายการค้า
  • สิทธิบัตร

aa

เพราะแต่ละกฎหมายให้ขอบเขตการคุ้มครองที่แตกต่างกันนั่นเอง

เช่นงานอันมีลิขสิทธิ์ ให้ความคุ้มครอง เจ้าของลิขสิทธิ์ อาจจะยาวนานถึง 50 ปี นับแต่วันที่ “ผู้สร้างสรรค์”ถึงแก่ความตาย และไม่ต้องจดทะเบียน ส่วนเครื่องหมายการค้า เมื่อจดทะเบียนก็จะได้รับความคุ้มครอง 10 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับความคุ้มครอง หรือ ถ้าเป็นสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ก็อาจจะได้รับความคุ้มครอง 20 ปี นับแต่วันที่ยื่นคำขอรับความคุ้มครองเช่นกัน

แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่ งานอย่างเดียวกันจะได้รับความคุ้มครองหลากหลายกฎหมาย ในคดี ปากกาแลนเซอร์ (คำพิพากษาฎีกาที่ 6379/2537) ปากกาแลนเซอร์ ได้ถูกออกแบบมา 2 รุ่น (model)

  • ปากกา รุ่น แคนดี้คอมแพค (CANDY COMPACT) (คิดค้น สร้างสรรค์ และออกแบบระหว่างปี ๒๕๒๒ ถึงปี ๒๕๒๔) ก่อนมีการผลิตและจำหน่าย
  • ปากกา รุ่น แลนเซอร์คาเดท (LANCER CADET หรือ CLIC II) (คิดค้น สร้างสรรค์ และออกแบบระหว่างปี ๒๕๒๔ ถึงปี ๒๕๒๖) ก่อนมีการผลิตและจำหน่าย

ปากกาทั้งสองรุ่นได้มีการจดสิทธิบัตรการออกแบบเอาไว้ (สิทธิบัตรการออกแบบมีอายุความคุ้มครอง 10 ปี)  ตามหลักทั่วไป ว่ากันว่าขณะที่เกิดเหตุ อายุความคุ้มครองสิทธิบัตรการออกแบบของโจทก์ใกล้จะหมดอายุความคุ้มครองแล้ว  โจทก์ก็เริ่มผลิตและ นำปากกาวางตลาด ปรากฎว่า 2527 มีปากกาใช้ชื่อว่า จ๊อต จอย(JOT JOY)วางจำหน่ายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นการทำซ้ำดัดแปลงบางส่วนในแบบปากกาแคนดี้คอมแพค และ ปากกาแบบแลนเซอร์คาเดท เมื่อโจทก์นำปากกาแลนเซอร์คาเดทออกวางจำหน่ายได้ประมาณ 1 เดือนก็พบว่าได้มีปากกาที่ใช้ชื่อว่า ติ๊ก แต๊ก(TIK TAK)วางจำหน่ายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นการทำซ้ำดัดแปลงบางส่วนในแบบปากกาแลนเซอร์คาเดท

ถึงขั้นนี้ เข้าใจว่าทีมที่ปรึกษาของโจทก์ต้องมาวางวกลยุทธ์กันว่า โดยพิจารณาว่าหากจะฟ้องร้องตามกฎหมายสิทธิบัตร ว่าจำเลยละเมิดสิทธิบัตรของตนก็จะได้รับความคุ้มครองไม่เต็มที จึงฟ้องร้องโดยใช้กฎหมายลิขสิทธิ์

ถึงส่วนนี้ นักกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาก็ได้เห็นต่างเป็นสองมุมมองครับ

  • กลุ่มแรก มองว่า โดยเจตนารมณ์ของการสร้างแบบของปากกาทั้งสองรุ่น มีเจตนารมณ์ที่จะนำไปใช้ทางอุตสาหกรรมเป็นหลัก ไม่ได้มุ่งใช้สอยในฐานะงานศิลปะ แบบของปากกาก็ไม่ควรจะถูกมองเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ การยอมให้มีการคาบเกี่ยวของการคุ้มครองจะเป็นการขยายขอบเขตความคุ้มครองให้เจ้าของงานมากเกินไป
  • อีกกลุ่มกลับมองว่า ไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามในเรื่องขอบเขตของงาน ไม่มีกฎหมายบอกว่าถ้าเป็นงานอันมีสิทธิบัตร จะต้องไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ หรือ ถ้าเป็นเครื่องหมายการค้า ก็จะต้องไม่เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ และ ความหมายของงานศิลปกรรม ในวรรคท้ายก็ยังบอกว่า

“ทั้งนี้ ไม่ว่างานตาม (1) ถึง (7) จะมีคุณค่าทางศิลปะหรือไม่ และให้หมายความรวมถึงภาพถ่ายและแผนผังของงานดังกล่าวด้วย”

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า งานอันมีลิขสิทธิ์ จะไม่มอง “คุณค่าทางศิลปะ” เป็นองค์ประกอบในการพิจารณางาน  ในคดีปากกาแลนเซอร์นี้ ศาลมองว่า “…..แบบปากกาเคนดี้คอมแพค และแบบปากกาแลนเซอร์คาเดท เป็นงานสร้างสรรค์อันเกิดจากการนำเอาการสร้างแบบพิมพ์รูปลักษณะของปากกาและแบบแม่พิมพ์ ซึ่งเขียนด้วยลายเส้นประกอบเป็นรูปทรงอันเข้าลักษณะศิลปกรรมประเภทงานจิตรกรรม และการสร้างแม่พิมพ์กับหุ่นจำลองของปากกาดังกล่าว ซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์รูปทรงที่เกี่ยวกับปริมาตรที่สัมผัสและจับต้องได้ เข้าลักษณะศิลปกรรมประเภทงานประติมากรรมมาประกอบเข้าด้วยกัน และสร้างขึ้นเป็นปากกาเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการขีดเขียน เพื่อประโยชน์ทางการค้าอันเป็นประโยชน์อย่างอื่นนอกเหนือจากการชื่นชมในคุณค่าของตัวงานจิตรกรรมและประติมากรรมดังกล่าว งานสร้างสรรค์แบบปากกาทั้งสองแบบจึงเป็นงานศิลปประยุกต์อันอาจได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๒๑ ทั้งนี้ ไม่ว่าจะมีคุณค่าทางศิลปหรือไม่

คดีนี้จำเลยถูกตัดสินว่าละเมิดลิขสิทธิ์งานศิลปะประยุกต์ของโจทก์

 

อ้างอิง:

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 6379/2537
  2. ปัญหาคาบเกี่ยวระหว่างการคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ์สิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า [ชัชวาลย์ เสวี]
crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy