3 เคล็ดลับ..ป้องกันเรื่องวุ่น!
เมื่อต้องจดเครื่องหมายการค้าในจีน

เรากำลังก้าวสู่ยุคที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ต่างมองหาตลาดใหม่ที่ใหญ่และกว้างขึ้น เพื่อตอบสนองสำหรับการค้าขายที่มากกว่าเพียงการทำธุรกิจภายในประเทศเท่านั้น และแน่นอนว่าประเทศจีนก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกจับตามองอย่างมาก

เครดิตภาพ : ciudadesfamosas.com

เนื่องจากระบบเศรษฐกิจของประเทศจีนนั้นมีการเจริญเติมโตอย่างก้าวกระโดด รวมไปถึงประชากรของคนจีนนั้นก็มีจำนวนมากถึง 1,379 ล้านคน ทำให้กำลังในการซื้อขายนั้นมหาศาลอย่างเห็นได้ชัด ถึงกับมีการเปรียบเปรยว่า “หากคุณขายข้าวให้กับคนจีนทานได้เพียงคนละ 1 ช้อนโต๊ะ คุณก็กลายเป็นมหาเศรษฐีได้ไม่ยาก” แต่การจะเข้าไปสู่ตลาดยักษ์ใหญ่อย่างประเทศจีนได้นั้น..ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และด้วยปัจจัยต่างๆ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น เครื่องหมายการค้า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยและมีผลอย่างมากในการทำธุรกิจในประเทศจีน หากไม่ดำเนินการอย่างรอบคอบแล้วละก็ คุณอาจจะต้องกลับมาปวดหัวที่หลังก็เป็นได้ วันนี้เราจึงยกเคสตัวอย่างมานำเสนอให้ทุกท่านศึกษาและทำความเข้าใจกันก่อนครับ

เครดิตภาพ : hauteliving.com

ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2520 บริษัทแอร์เมส แบรนด์สินค้าสุดหรูจากประเทศฝรั่งเศส ได้เริ่มเข้ามาทำตลาดในประเทศจีน และจากนั้นได้จดทะเบียนชื่อเครื่องหมายการค้าให้ตราสินค้าเป็นภาษาอังกฤษคำว่า “Hermès” และจดทะเบียนลิขสิทธิ์ลวดลายเอกลักษณ์เฉพาะของสินค้าแอร์เมส เพราะเห็นว่ามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ในขณะนั้นแบรนด์ Hermès ก็ยังไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเท่าใดนัก เนื่องจากเป็นแบรนด์สินค้าจากต่างประเทศ จึงยังไม่ได้มีการจดเครื่องหมายการค้าคำว่า แอร์เมสในภาษาจีน

ต่อมามีบริษัท Dafeng Garment Factory ทำการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คำว่า “อ้ายหม่าซื่อ” ที่ใช้ตัวเขียนภาษาจีนว่า 爱玛仕 ซึ่งคล้ายกับชื่อภาษาจีนของแอร์เมสที่เขียนว่า 爱马仕 จะต่างกันก็เพียงอักษรตัวกลาง 玛 และ 马 เท่านั้น โดยบริษัทแอร์เมสอ้างว่า ชื่อทั้งสองนี้จะทำให้ผู้ซื้อเกิดความสับสนได้ ถึงแม้ว่าการเขียนจะต่างกัน แต่ในเสียงอ่านนั้นมีการอ่านออกเสียงเช่นเดียวกัน

เครดิตภาพ : fragrantica.com

เครดิตภาพ : global.rakuten.com

และในปี 2540 บริษัทแอร์เมสได้ขออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าในกรณีดังกล่าว แต่คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ก็ยังอนุญาตให้เครื่องหมายการค้าที่คล้ายกันของบริษัทจีนสามารถจดทะเบียนได้

ต่อมาในปี 2552 แอร์เมสก็ได้ยื่นขออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าอีกครั้ง โดยมีสาเหตุว่า ชื่อเรียกเครื่องหมายการค้าในภาษาจีน ของบริษัทแอร์เมสที่เขียนว่า 爱马仕 นั้นได้ มีชื่อเสียงแพร่หลายเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกแล้ว ดังนั้น จึงร้องขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ยกเลิกเครื่องหมายการค้าใกล้เคียง  爱玛仕 อันจะก่อให้เกิดความสับสนได้ ซึ่งคำร้องของแอร์เมสในประเด็นดังกล่าว ถูกคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าปฏิเสธคำร้องไปในภายหลัง

จากตัวอย่างดังกล่าว จะเห็นได้ว่านอกจากจะมีผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีการตลาดที่เด่นแล้ว แบรนด์ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการดูแลในส่วนของ เครื่องหมายการค้า ที่รอบคอบด้วย เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาในภายหลัง วันนี้เราจึงอยากแชร์ 3 เคล็ดลับเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ก่อนที่ท่านจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีน มาฝากทุกท่านครับ

  • จดเครื่องหมายการค้าเป็นภาษาจีน

    หากเป็นไปได้ นอกจากจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นภาษาอังกฤษ แล้วการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเป็นภาษาจีน ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สมควรทำอย่างยิ่งครับ

  • จดทะเบียนความหมายของชื่อแบรนด์คุณ

    อาจแปลชื่อแบรนด์สินค้าของท่านเป็นภาษาจีน จะเป็นภาษาจีนกลางหรือจีนกวางตุ้ง ก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณวางแผนจะทำตลาดในส่วนไหนของประเทศจีนครับ

  • จดทะเบียนคำที่ออกเสียงในภาษาจีนที่คล้ายกับชื่อแบรนด์คุณ

    และอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญ คือ การหาคำที่ออกเสียงในภาษาจีนที่คล้ายกับชื่อเครื่องหมายการค้าของคุณ เพื่อลดการนำคำที่มีความคล้ายไปจดทะเบียนในภายหลัง

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

เพียงเท่านี้ เราก็สามารถป้องกันปัญหาเบื้องต้น เกี่ยวกับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนได้แล้วครับ แต่ขั้นตอนในการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีนก็ยังคงซับซ้อนอยู่มากครับ เจ้าของแบรนด์จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศจีน เพื่อการดำเนินธุรกิจที่ราบรื่น ยั่งยืน มั่นคงในประเทศจีนครับ

Author :

มนตรี น้ำเพชร (โจ้)
นักกฎหมายด้านทรัพย์สินทางปัญญา

แบ่งปันความรู้นี้Share on Facebook
Facebook
28Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
Pin on Pinterest
Pinterest
1Share on Tumblr
Tumblr
0Share on LinkedIn
Linkedin
Email this to someone
email