International Website

เครื่องหมายการค้า จด vs ไม่จด ต่างกันอย่างไร?

การซื้อขายสินค้าหรือบริการในปัจจุบัน คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เครื่องหมายการค้า หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ยี่ห้อ นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อแบรนด์เป็นอย่างมากนะคะ เช่น เมื่อเรานึกถึงสินค้าจำพวก เครื่องดื่มน้ำอัดลม ก็คงจะเป็นแบรนด์อื่นไปไม่ได้เลย นอกจาก 2 แบรนด์ชื่อดังอย่าง Coke และ Pepsi ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จากความนิยมในการบริโภคเอง และการโฆษณาผ่านสื่อช่องทางต่างๆ หลายแพร่หลายของทั้ง 2 แบรนด์ค่ะ

เช่นเดียวกับแบรนด์ต่างๆ ที่พยายามสร้างภาพลักษณ์หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา โดยอาศัยการจดจำผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ทางสายตา และการได้ยินชื่อแบรนด์หรือชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคำสั้นๆ หรือเป็นคำที่นิยมกันในช่วงเวลานั้น ก็ช่วยสร้างการจดจำภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เช่นกันค่ะ

ทำไมต้องจดทะเบียน
เครื่องหมายการค้า?

เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าในโลกยุคปัจจุบัน ทุกแบรนด์ต่างโฆษณาสินค้าของตัวเอง และภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่น่าจดจำและน่าสนใจต่อผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจหรือความต้องการให้แก่ผู้บริโภค แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้สินค้าแบรนด์นั้นๆ แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ก็คือ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ ก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง และช่วยทำให้เจ้าของเครื่องหมายมีอำนาจและมีสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้อื่นที่มิใช่เจ้าของจะไม่สามารถแอบอ้าง อาศัยสิทธิ หรือละเมิดเครื่องหมายการค้านั้นได้ รวมทั้งการเอาเครื่องหมายการค้าไปใช้กับสินค้าประเภทอื่นด้วย โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าจะมีสิทธิเรียกให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้อีกด้วย

แล้วถ้าไม่จดทะเบียน
เครื่องหมายการค้าล่ะ?

ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ย่อมมิได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด

หากเจ้าของแบรนด์ที่เป็นผู้คิดค้นออกแบบเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ตัวเอง และนำเครื่องหมายนั้นไปใช้โดยที่ไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ ในทางกฎหมายก็จะไม่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหากมีบุคคลอื่นนำเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนก่อน ยิ่งจะทำให้เจ้าของแบรนด์ที่เป็นผู้คิดค้นไม่สามารถเป็นผู้ที่มีสิทธิมากกว่าได้เลย แม้ตนจะเป็นผู้คิดค้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเครื่องหมายการค้าถูกผู้อื่นนำไปใช้ แอบอ้างแสดงความเป็นเจ้าของในสินค้าประเภทอื่น ที่ผู้คิดค้นมิได้ประกอบธุรกิจในประเภทนั้น เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้ สามารถฟ้องฐานละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ และมีสิทธิฟ้องฐานลวงขาย มีสิทธิที่จะคัดค้าน เพิกถอน โดยที่สามารถแสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายที่แท้จริง และดำเนินการคัดค้านหรือเพิกถอนการจดทะเบียนได้ ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 อีกทั้งยังสามารถฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา272-274 ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับการค้าได้อีกด้วย แต่จะมีระยะเวลาในการดำเนินการที่ค่อนข้างมาก และมีใช้จ่ายค่อนข้างสูง

IDG หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ในการวางแผน ให้กับผู้ประกอบการ หลาย ๆ ท่าน สำหรับการขอรับคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ทางทีมงาน IDG ยินดีที่จะให้คำปรึกษา และพร้อมที่จะช่วยท่านวางแผนเพื่อขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 โทร: 02-011-7161 ถึง 6

ฝ่ายเครื่องหมายการค้า  02-011-7161 Ext

ฝ่ายภายในประเทศ Ext 101,102

ฝ่ายต่างประเทศ Ext 104,105

ฝ่ายกฏหมาย Ext 103

E-Mail: tm@idgthailand.com

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

เครื่องหมายการค้า จด vs ไม่จด ต่างกันอย่างไร?

การซื้อขายสินค้าหรือบริการในปัจจุบัน คงปฎิเสธไม่ได้ว่า เครื่องหมายการค้า หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ยี่ห้อ นั้น เป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นต่อแบรนด์เป็นอย่างมากนะคะ เช่น เมื่อเรานึกถึงสินค้าจำพวก เครื่องดื่มน้ำอัดลม ก็คงจะเป็นแบรนด์อื่นไปไม่ได้เลย นอกจาก 2 แบรนด์ชื่อดังอย่าง Coke และ Pepsi ที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จากความนิยมในการบริโภคเอง และการโฆษณาผ่านสื่อช่องทางต่างๆ หลายแพร่หลายของทั้ง 2 แบรนด์ค่ะ

เช่นเดียวกับแบรนด์ต่างๆ ที่พยายามสร้างภาพลักษณ์หรือเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา โดยอาศัยการจดจำผ่านสื่อต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้ทางสายตา และการได้ยินชื่อแบรนด์หรือชื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคำสั้นๆ หรือเป็นคำที่นิยมกันในช่วงเวลานั้น ก็ช่วยสร้างการจดจำภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้เช่นกันค่ะ

ทำไมต้องจดทะเบียน
เครื่องหมายการค้า?

เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าในโลกยุคปัจจุบัน ทุกแบรนด์ต่างโฆษณาสินค้าของตัวเอง และภาพลักษณ์ของสินค้าให้เป็นที่น่าจดจำและน่าสนใจต่อผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างแรงจูงใจหรือความต้องการให้แก่ผู้บริโภค แต่สิ่งหนึ่งที่ช่วยทำให้สินค้าแบรนด์นั้นๆ แตกต่างจากแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน ก็คือ หากผู้ประกอบการหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ ก็ย่อมได้รับความคุ้มครอง และช่วยทำให้เจ้าของเครื่องหมายมีอำนาจและมีสิทธิเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว โดยผู้อื่นที่มิใช่เจ้าของจะไม่สามารถแอบอ้าง อาศัยสิทธิ หรือละเมิดเครื่องหมายการค้านั้นได้ รวมทั้งการเอาเครื่องหมายการค้าไปใช้กับสินค้าประเภทอื่นด้วย โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าจะมีสิทธิเรียกให้ผู้ละเมิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้อีกด้วย

แล้วถ้าไม่จดทะเบียน
เครื่องหมายการค้าล่ะ?

ในทางกลับกัน หากผู้ประกอบการไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น ย่อมมิได้รับความคุ้มครองตามพ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 และแก้ไขเพิ่มเติมแต่อย่างใด

หากเจ้าของแบรนด์ที่เป็นผู้คิดค้นออกแบบเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ตัวเอง และนำเครื่องหมายนั้นไปใช้โดยที่ไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้ ในทางกฎหมายก็จะไม่มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งหากมีบุคคลอื่นนำเครื่องหมายการค้าไปจดทะเบียนก่อน ยิ่งจะทำให้เจ้าของแบรนด์ที่เป็นผู้คิดค้นไม่สามารถเป็นผู้ที่มีสิทธิมากกว่าได้เลย แม้ตนจะเป็นผู้คิดค้นก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เมื่อเครื่องหมายการค้าถูกผู้อื่นนำไปใช้ แอบอ้างแสดงความเป็นเจ้าของในสินค้าประเภทอื่น ที่ผู้คิดค้นมิได้ประกอบธุรกิจในประเภทนั้น เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ไม่ได้จดทะเบียนไว้ สามารถฟ้องฐานละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ และมีสิทธิฟ้องฐานลวงขาย มีสิทธิที่จะคัดค้าน เพิกถอน โดยที่สามารถแสดงหลักฐานว่าเป็นเจ้าของเครื่องหมายที่แท้จริง และดำเนินการคัดค้านหรือเพิกถอนการจดทะเบียนได้ ตาม พ.ร.บ. เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 อีกทั้งยังสามารถฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา272-274 ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับการค้าได้อีกด้วย แต่จะมีระยะเวลาในการดำเนินการที่ค่อนข้างมาก และมีใช้จ่ายค่อนข้างสูง

IDG หวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้ จะเป็นประโยชน์ในการวางแผน ให้กับผู้ประกอบการ หลาย ๆ ท่าน สำหรับการขอรับคุ้มครองเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ
หากท่านมีข้อสงสัย หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติม ทางทีมงาน IDG ยินดีที่จะให้คำปรึกษา และพร้อมที่จะช่วยท่านวางแผนเพื่อขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 โทร: 02-011-7161 ถึง 6

ฝ่ายเครื่องหมายการค้า  02-011-7161 Ext

ฝ่ายภายในประเทศ Ext 101,102

ฝ่ายต่างประเทศ Ext 104,105

ฝ่ายกฏหมาย Ext 103

E-Mail: tm@idgthailand.com

crossmenuchevron-down