ผลงานที่มีลิขสิทธิ์มีอะไรบ้าง? รู้ก่อนสาย ป้องกันได้ทันที

สำรวจประเภทลิขสิทธิ์ 9 เเบบ

ในยุคเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ที่การผลิตเนื้อหาสามารถทำได้เพียงปลายนิ้ว คำถามที่เจ้าของผลงานหลายคนสงสัยคือ ผลงานที่มีลิขสิทธิ์มีอะไรบ้าง? และงานที่ตัวเองสร้างขึ้นนั้นได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายหรือเปล่า

วันนี้ IDG จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ประเภทของผลงานที่มีลิขสิทธิ์ทั้ง 9 ประเภท ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เพื่อให้คุณสามารถวางแผนบริหารจัดการและรักษาผลประโยชน์จากงานสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

รู้จัก “ลิขสิทธิ์” ฉบับเข้าใจง่าย

ลิขสิทธิ์ คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่กฎหมายมอบให้แก่ผู้สร้างสรรค์งาน ครอบคลุมทั้งสิทธิ์ในทางเศรษฐกิจ เช่น การทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรือการให้เช่าต้นฉบับงาน และสิทธิ์ในทางศีลธรรมที่อนุญาตให้ผู้สร้างสรรค์ระบุชื่อตนเองในผลงาน รวมถึงป้องกันการดัดแปลงที่อาจทำให้เสียชื่อเสียง

ความคุ้มครองจะเกิดขึ้น โดยอัตโนมัติทันทีที่ผลงานถูกสร้าง โดยไม่ต้องจดทะเบียน แต่การแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นขั้นตอนสำคัญ เพื่อสร้างหลักฐานทางกฎหมายที่แข็งแกร่งสำหรับกรณีถูกละเมิดหรือข้อพิพาทในอนาคต

ยังไม่แน่ใจว่าผลงานของคุณเข้าข่ายได้รับความคุ้มครองหรือเปล่า? ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ฟรี

ผลงานที่มีลิขสิทธิ์มีอะไรบ้าง? ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ไทย 9 ประเภท

ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ได้จำแนกงานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครองออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้

1. งานวรรณกรรม (Literary Work)

งานนิพนธ์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ นิยาย เรื่องสั้น บทความวิชาการ งานวิจัย บล็อกออนไลน์ คำปราศรัย และบทบรรยายในการสอน นอกจากนี้ยังรวมถึง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Source Code & Object Code) ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่ามหาศาลในธุรกิจเทคโนโลยี

2. งานนาฏกรรม (Dramatic Work)

งานที่เกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่าทาง หรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราวอย่างมีระบบ เช่น บทละครเวที ระบำรำฟ้อนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และการแสดงโดยวิธีใบ้

3. งานวิจิตรศิลป์ ศิลปกรรม (Artistic Work)

เป็นหมวดหมู่ลิขสิทธิ์ที่กว้างขวางและมีความหลากหลาย ซึ่งมักจะเป็นส่วนสำคัญในการวางรากฐานงานออกแบบต่าง ๆ โดยประกอบด้วยหมวดย่อย ดังนี้

  • งานจิตรกรรม – การสร้างสรรค์ภาพเขียน ภาพวาด ด้วยเส้น สี หรือวัสดุต่าง ๆ บนพื้นผิว เช่น ภาพสีน้ำมัน หรือภาพวาดดิจิทัล (Digital Art)
  • งานประติมากรรม – งานปั้น งานแกะสลัก หรืองานหล่อ ที่มีรูปทรง 3 มิติ มีสัดส่วนกว้าง ยาว สูง ชัดเจน
  • งานภาพพิมพ์ – การสร้างสรรค์ภาพด้วยกรรมวิธีการพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นแม่พิมพ์ไม้ โลหะ หรือระบบซิลค์สกรีน
  • งานสถาปัตยกรรม – การออกแบบอาคาร สิ่งก่อสร้าง รวมถึงแบบแปลนอาคาร หุ่นจำลอง และตัวอาคารที่สร้างเสร็จแล้ว
  • งานภาพถ่าย – ภาพที่เกิดจากการใช้เครื่องมือถ่ายภาพ กระบวนการบันทึกแสง และการสร้างภาพให้ปรากฏออกมาในสื่อต่าง ๆ
  • งานศิลปประยุกต์ – การนำงานศิลปะประเภทข้างต้นมาประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ใช้สอยอื่น เช่น ลวดลายบนบรรจุภัณฑ์ ลายผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ หรือแม้กระทั่งการออกแบบหน้า UI ของผู้ใช้งาน
  • งานภาพประกอบ – เเผนที่ โครงสร้าง ภาพร่าง หรืองานสร้างสรรค์รูปทรงสามมิติอันเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศ หรือวิทยาศาสตร์

4. งานดนตรีกรรม (Musical Work)

ผลงานด้านดนตรีทุกรูปแบบ ทั้งคำร้อง ทำนอง (Lyrics & Melody) โน้ตเพลง และการเรียบเรียงเสียงประสาน รวมถึงบทเพลงที่สร้างด้วยโปรแกรมดิจิทัลก็ถือเป็นงานดนตรีกรรมเช่นกัน

5. งานโสตทัศนวัสดุ (Audiovisual Work)

ผลงานที่บันทึกลำดับภาพพร้อมเสียงในสื่อต่าง ๆ เช่น วิดีโอสั้น Reels, TikTok หรือสื่อการสอนออนไลน์แบบมัลติมีเดีย

6. งานภาพยนตร์ (Cinematographic Work)

ผลงานที่มีกระบวนการสร้างที่ซับซ้อน เล่าเรื่องผ่านลำดับภาพเคลื่อนไหว เช่น ภาพยนตร์สั้น สารคดี หรือภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

7. งานสิ่งบันทึกเสียง (Sound Recording)

ลำดับเสียงดนตรีหรือเสียงการแสดงที่บันทึกไว้ในวัสดุ เช่น ไฟล์เสียงดิจิทัล แผ่นซีดี หรือ Podcast สิทธิ์นี้คุ้มครอง “Master Recording” แยกออกจากสิทธิ์ในตัวทำนองหรือคำร้องอย่างชัดเจน

8. งานแพร่เสียงแพร่ภาพ (Broadcasting Work)

งานที่นำออกสู่สาธารณชนผ่านคลื่นวิทยุ โทรทัศน์ หรือสื่อออนไลน์ในลักษณะ Live Streaming โดยสิทธิ์นี้คุ้มครองตัวสัญญาณและการจัดสรรเนื้อหาออกอากาศ

9. งานอื่นใดในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ Work)

หมวดที่กฎหมายเปิดกว้างไว้รองรับงานสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ที่อาจเกิดขึ้นตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป ตราบที่เป็นงานที่แสดงออกถึงความริเริ่มสร้างสรรค์ (Originality)

ลิขสิทธิ์คุ้มครองนานแค่ไหน?

ประเภทผู้สร้างสรรค์

อายุความคุ้มครอง (นับจาก)

บุคคลธรรมดา (คนเดียว)

ตลอดชีวิต + 50 ปีหลังเสียชีวิต

ผู้สร้างสรรค์หลายคน

ตลอดชีวิตคนสุดท้าย + 50 ปี

นิติบุคคล

50 ปีนับแต่สร้างหรือเผยแพร่ครั้งแรก

งานนิรนาม / ใช้นามแฝง

50 ปีนับแต่สร้างสรรค์

ภาพถ่าย ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ

50 ปีนับแต่สร้างหรือโฆษณาครั้งแรก

งานศิลปประยุกต์

25 ปี นับแต่สร้างหรือโฆษณาครั้งแรก

งานจ้างโดยหน่วยงานรัฐ

50 ปีนับแต่สร้างหรือโฆษณาครั้งแรก

ประโยชน์ของลิขสิทธิ์ต่อผู้สร้างสรรค์งานและธุรกิจ

การมีความเข้าใจในประเภทลิขสิทธิ์และการได้รับความคุ้มครองที่ถูกต้องนั้น มอบประโยชน์ที่จับต้องได้ในหลายมิติ ดังนี้

  • สร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญา – เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถสร้างรายได้จากการให้สิทธิ์ใช้งาน (Licensing) การขายลิขสิทธิ์ผลงาน หรือการเก็บค่าลิขสิทธิ์เมื่อมีผู้อื่นนำผลงานไปใช้ในเชิงพาณิชย์ ช่วยเพิ่มกระแสเงินสดและมูลค่าทางธุรกิจ
  • เป็นหลักฐานยืนยันสิทธิ์ตามกฎหมาย – เมื่อมีการแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ เจ้าของผลงานจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมในการต่อสู้คดีหากผลงานถูกละเมิดหรือลอกเลียนแบบ ช่วยให้การดำเนินคดีภายใต้กฎหมายลิขสิทธิ์มีน้ำหนักและรวดเร็วยิ่งขึ้น ป้องกันความเสียหายจากการถูกขโมยไอเดีย
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์แบรนด์ – ผลงานที่มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในคุณภาพ ช่วยให้พาร์ตเนอร์ธุรกิจและลูกค้ามีความมั่นใจในการร่วมงานหรืออุดหนุนสินค้า
  • รักษาความถูกต้องของผลงาน – ช่วยให้ผู้สร้างสรรค์มีสิทธิ์ป้องกันไม่ให้ใครนำผลงานไปบิดเบือน ดัดแปลง หรือกระทำการใด ๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงหรือความภาคภูมิใจในผลงานนั้น ๆ
  • สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน – ในตลาดที่เต็มไปด้วยสินค้าเลียนแบบ การมีลิขสิทธิ์คุ้มครองงานสร้างสรรค์ที่โดดเด่นจะทำให้เจ้าของเป็นผู้เดียวที่มีสิทธิ์ทำตลาดในดีไซน์หรือเนื้อหานั้น ๆ เพื่อป้องกันคู่แข่งที่เข้ามาสวมรอย

เช็กลิสต์: ผลงานของคุณพร้อมรับการคุ้มครองแล้วหรือยัง?

ก่อนยื่นจดแจ้งลิขสิทธิ์ ลองตรวจสอบว่าผลงานของคุณ 

  • เป็นงานที่แสดงออกถึงความคิด (ไม่ใช่แค่ “ไอเดีย” ที่ยังอยู่ในหัว)

  • เป็นงานที่ริเริ่มสร้างสรรค์ด้วยตนเอง ไม่ได้ลอกเลียนงานผู้อื่น

  • เข้าข่ายหนึ่งใน 9 ประเภทที่กฎหมายรับรอง

  • ไม่ใช่ข่าวสาร ข้อเท็จจริงทั่วไป หรือเอกสารราชการ

  • มีเอกสารพิสูจน์วันที่สร้างผลงาน (ไฟล์ต้นฉบับ, Timestamp)

ครบทุกข้อ? ถือว่าผลงานของคุณพร้อมรับการคุ้มครอง และควรยื่นจดแจ้งเพื่อสร้างหลักฐานทางกฎหมายทันที ให้ IDG ช่วยตรวจสอบผลงานและดำเนินการจดแจ้งลิขสิทธิ์ให้คุณ ครบจบในที่เดียว ไม่ยุ่งยาก ไม่เสียเวลา
ติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์

เจ้าของผลงานควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาหรือไม่?

แม้ว่าลิขสิทธิ์จะเกิดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ แต่การบริหารจัดการในเชิงธุรกิจมีความซับซ้อนกว่าที่คิด ผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาสามารถช่วยได้ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่

  • จำแนกสิทธิ์ที่ซ้อนกัน — ผลิตภัณฑ์หนึ่งชิ้นอาจมีส่วนที่เป็น ลิขสิทธิ์ (งานศิลปประยุกต์) และส่วนที่ต้องขอคุ้มครองแบบสิทธิบัตรออกแบบ (รูปทรงอุตสาหกรรม) ซึ่งต้องการผู้เชี่ยวชาญในการแยกแยะให้ถูกต้อง

  • วางแผนเชิงพาณิชย์ — แนะนำการออกแบบ CI ที่มีเอกลักษณ์ และนำองค์ประกอบต่าง ๆ ไปจดเครื่องหมายการค้า (Trademark) เพื่อป้องกันการละเมิดในระยะยาว

ลดข้อผิดพลาดในเอกสาร — เพิ่มโอกาสในการได้รับการรับรองสิทธิ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และมีผู้ดูแลติดตามสถานะอย่างต่อเนื่อง

IDG Thailand พร้อมดูแลด้านลิขสิทธิ์ครบวงจร

IDG คือบริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับองค์กรแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ การจดเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตร บริการด้านกฎหมาย บริการรับจด อย. ขึ้นทะเบียนสินค้า บริการด้านบัญชี และการซื้อขายเทคโนโลยีหรือ IP

พร้อมดูแลลูกค้าตั้งแต่กระบวนการแรกจนถึงการติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินทางปัญญาของคุณได้รับการปกป้องและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำ และช่วยวางแผนปกป้องผลงานสร้างสรรค์ของคุณตั้งแต่วันนี้ คลิกติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านลิขสิทธิ์

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับผลงานที่มีลิขสิทธิ์

Q: ผลงานที่มีลิขสิทธิ์มีอะไรบ้างตามกฎหมายไทย?
A: ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มี 9 ประเภท ได้แก่ งานวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ และงานอื่นในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือศิลปะ

Q: ลิขสิทธิ์ต่างจากสิทธิบัตรอย่างไร?
A: ลิขสิทธิ์คุ้มครองการถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นงานสร้างสรรค์ (เช่น เขียนนิยาย วาดภาพ) ในขณะที่สิทธิบัตรคุ้มครองนวัตกรรมหรือกระบวนการผลิต (เช่น กลไกเครื่องยนต์ สูตรยา)

Q: ผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากคนอื่น ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ไหม?
A: เส้นแบ่งระหว่าง “แรงบันดาลใจ” และ “การลอกเลียนแบบ” คือการดัดแปลงส่วนที่เป็นสาระสำคัญ หากนำไอเดียมาพัฒนาต่อในรูปแบบของตัวเองโดยสิ้นเชิงมักไม่ถือว่าละเมิด แต่หากมีการลอกเลียนแบบองค์ประกอบหลักจนผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นงานเดียวกัน อาจเข้าข่ายละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์ได้

Q: ผลงานจากการจ้างงาน ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?
A: ตามกฎหมายไทย หากเป็นการจ้างทำของ ลิขสิทธิ์ตกเป็นของ “ผู้ว่าจ้าง” เว้นแต่จะตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่นในสัญญา ดังนั้นการระบุเรื่องสิทธิ์ในผลงานในสัญญาจ้างงานจึงสำคัญมาก

Q: ลิขสิทธิ์สามารถซื้อขายหรือให้สิทธิ์ใช้งาน (Licensing) ได้ไหม?
A: ได้ เจ้าของลิขสิทธิ์สามารถโอนสิทธิ์ทั้งหมด หรืออนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิ์บางส่วน โดยกำหนดระยะเวลาและค่าตอบแทนได้ ซึ่งเป็นวิธีสร้างรายได้จากทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้รับความนิยม

ดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อสอบถาม

อีเมล: [email protected] 

โทร.: 02-011-7161 ถึง 6

ไลน์: @idgthailand

Facebook: facebook.com/IDGThailand 

LinkedIn: linkedin.com/in/intellectualdesigngroup/

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ