สัญลักษณ์ TM คืออะไร? เครื่องหมายการค้าที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้!

สัญลักษณ์ TM คืออะไร? เครื่องหมายการค้าที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้!

เคยสังเกตสัญลักษณ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ที่ปรากฏหลังชื่อแบรนด์ดังอย่าง Starbucks™ หรือ Nike™ กันบ้างไหม? เครื่องหมายเล็ก ๆ เหล่านี้ไม่ใช่แค่การตกแต่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความสำคัญอย่างมหาศาล โดย TM คือ เครื่องมือสำคัญในการปกป้องแบรนด์และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจ ในยุคดิจิทัลที่การแข่งขันทางธุรกิจรุนแรง การเข้าใจและใช้เครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกผู้ประกอบการ

ในบทความนี้ IDG จะชวนมาทำความเข้าใจเครื่องหมายการค้าที่น่ารู้อย่าง TM คืออะไร พร้อมเครื่องหมายอื่น ๆ เช่น เครื่องหมายการค้า R และสัญลักษณ์ C ในวงกลม คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร ถ้าไม่มีได้ไหม?

ความสำคัญของเครื่องหมายการค้าในยุคดิจิทัล

ในยุคที่ธุรกิจออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว เครื่องหมายการค้าได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์และปกป้องแบรนด์ จากการที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น ทำให้ความสำคัญของการมีเครื่องหมายการค้า Trademark ที่ชัดเจนและได้รับการปกป้องทางกฎหมายมีมากขึ้น

สัญลักษณ์ทรัพย์สินทางปัญญาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น TM, ® หรือ © ล้วนมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารกับผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานะทางกฎหมายของแบรนด์ การใช้เครื่องหมายเหล่านี้อย่างถูกต้องไม่เพียงช่วยปกป้องสิทธิของเจ้าของแบรนด์ แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอีกด้วย

ประเภทของเครื่องหมายการค้า

เครื่องหมายที่ใช้ในการค้าหรือบริการที่ให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2543 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2559 มี 4 ประเภท ดังนี้

1. เครื่องหมายการค้า (Trademark)

เป็นเครื่องหมายการค้าที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของธุรกิจหนึ่งออกจากผู้อื่น ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคสามารถระบุและแยกแยะสินค้าได้อย่างชัดเจน

2. เครื่องหมายการบริการ (Service Mark)

ใช้สำหรับแยกแยะบริการของธุรกิจต่าง ๆ เช่น เครื่องหมายบริการขนส่ง เครื่องหมายบริการโรงแรม เครื่องหมายบริการทางการเงิน เครื่องหมายประเภทนี้มีความสำคัญเท่ากับเครื่องหมายการค้าสินค้า

3. เครื่องหมายรับรอง (Certification Mark)

เป็นเครื่องหมายที่เจ้าของใช้รับรองคุณภาพสินค้าหรือบริการของผู้อื่น ครอบคลุมการรับรองแหล่งกำเนิด ส่วนผสม กรรมวิธีการผลิต และมาตรฐานคุณภาพ ตัวอย่างที่พบเห็นได้ทั่วไป เช่น ตรา Halal, มาตรฐาน ISO และการรับรองจาก FDA 

4. เครื่องหมายร่วม (Collective Mark)

เป็นเครื่องหมายการค้าหรือบริการที่ใช้ร่วมกันโดยกลุ่มบริษัทหรือองค์กรที่เป็นสมาชิกในเครือเดียวกัน ตัวอย่างเช่น Siam Cement Group (SCG) หรือกลุ่ม Charoen Pokphand (CP) ที่สมาชิกในเครือสามารถใช้เครื่องหมายร่วมนี้ได้

TM คืออะไร ย่อมาจากอะไร

TM ย่อมาจากคำว่า Trademark เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงว่าคำ วลี โลโก้ สัญลักษณ์ หรือการออกแบบนั้นถูกใช้เป็นเครื่องหมายการค้าโดยบุคคลหรือองค์กร แม้ว่าจะยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียนอย่างเป็นทางการก็ตาม หมายความว่า TM เป็นสัญลักษณ์ที่เป็นได้ทั้งเครื่องหมายทางการค้าที่จดทะเบียนแล้ว และยังไม่ได้จดทะเบียน

TM คือ เครื่องหมายที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการของธุรกิจหนึ่งออกจากธุรกิจอื่น ๆ โดยการใช้สัญลักษณ์ TM ไม่ได้หมายความว่าเครื่องหมายนั้นได้รับการปกป้องทางกฎหมาย แต่เป็นการแสดงเจตนาที่จะใช้เป็นเครื่องหมายการค้า

การใช้งาน TM ในธุรกิจ

การใช้งาน TM ในธุรกิจมีหลายประการ เช่น การใช้บนโลโก้บริษัท ชื่อสินค้า หรือชื่อบริการที่ต้องการสร้างการรับรู้และปกป้องจากการลอกเลียนแบบ ธุรกิจสามารถใช้ TM ได้ทันทีหลังจากเริ่มใช้เครื่องหมายการค้านั้นในเชิงพาณิชย์ โดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากหน่วยงานใด ๆ

อย่างไรก็ตาม การใช้ TM เป็นเพียงขั้นตอนเริ่มต้น หากต้องการความคุ้มครองที่แข็งแกร่งและสามารถบังคับใช้ได้ทางกฎหมาย ควรดำเนินการจดเครื่องหมายค้าอย่างเป็นทางการต่อไป

เครื่องหมายทรัพย์สินทางปัญญาที่น่ารู้

TM (™) เครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียน

TM เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กับเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ การใช้ TM แสดงให้เห็นว่าเจ้าของมีเจตนาใช้เครื่องหมายนั้นเป็นเครื่องหมายการค้า 

ข้อดีของการใช้ TM คือสามารถเริ่มใช้ได้ทันที แต่ข้อเสียคือความคุ้มครองทางกฎหมายจะจำกัด และอาจมีปัญหาในการบังคับใช้สิทธิหากมีการละเมิด

® (R ในวงกลม) เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว

ตัว R วงกลม หรือ ® (Registered) เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้กับเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนและอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เช่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ในประเทศไทย

การมีเครื่องหมายการค้า R ให้ความคุ้มครองที่แข็งแกร่งกว่า TM อย่างมาก เจ้าของสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายในการป้องกันและดำเนินคดีกับผู้ที่ละเมิดได้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและมูลค่าให้กับแบรนด์

© (C ในวงกลม) สัญลักษณ์ลิขสิทธิ์

สัญลักษณ์ C วงกลม คือ เครื่องหมายแสดงลิขสิทธิ์ (Copyright) ซึ่งใช้กับงานสร้างสรรค์ต่าง ๆ เช่น ข้อความ รูปภาพ เพลง วิดีโอ หรือผลงานศิลปะ สัญลักษณ์ copyright นี้แตกต่างจากเครื่องหมายการค้าตรงที่ปกป้องการสร้างสรรค์และการแสดงออก ไม่ใช่เครื่องหมายทางการค้า

เครื่องหมายลิขสิทธิ์จะคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์ในการควบคุมการใช้งาน คัดลอก แจกจ่าย และดัดแปลงผลงานของตน

ความแตกต่างและการใช้งานที่เหมาะสม

การเลือกใช้เครื่องหมายให้เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของทรัพย์สินทางปัญญาและสถานะทางกฎหมาย

  • ใช้ TM เมื่อเริ่มใช้เครื่องหมายการค้าใหม่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหรือจดทะเบียนแล้วก็ใช้ได้
  • ใช้ ® เมื่อเครื่องหมายการค้าได้รับการจดทะเบียนแล้วเท่านั้น
  • ใช้ © สำหรับงานสร้างสรรค์ที่ต้องการคุ้มครองลิขสิทธิ์

เครื่องหมายทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ที่ควรรู้

นอกจากเครื่องหมายการค้าแล้ว ยังมีทรัพย์สินทางปัญญาอื่น ๆ ที่ธุรกิจควรทำความเข้าใจ

  • สิทธิบัตร (Patent)

สิทธิบัตรเป็นการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมใหม่ที่มีการใช้งานทางอุตสาหกรรม ให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการผลิต ใช้ ขาย หรือนำเข้าสิ่งประดิษฐ์นั้น ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปี นับจากวันยื่นคำขอ

  • สิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Design Patent)

สิทธิบัตรออกเเบบผลิตภัณฑ์คุ้มครองลักษณะภายนอกของผลิตภัณฑ์ที่มีความใหม่และสามารถใช้ในอุตสาหกรรมได้ เช่น รูปร่าง สี หรือลวดลายของสินค้า มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปี

  • อนุสิทธิบัตร (Petty Patent)

อนุสิทธิบัตรเป็นการคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์ที่มีความใหม่แต่อาจไม่มีขั้นตอนการประดิษฐ์ที่ซับซ้อนเหมือนสิทธิบัตร เหมาะสำหรับการปรับปรุงหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่แล้ว มีระยะเวลาคุ้มครอง 6 ปี

ประโยชน์ของการจดเครื่องหมายการค้า

การจดเครื่องหมายค้ามีประโยชน์มากมายที่ธุรกิจควรพิจารณา

  • ปกป้องแบรนด์และสินค้า

การจดเครื่องหมายการค้าให้สิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการใช้เครื่องหมายนั้นในประเภทสินค้าหรือบริการที่จดทะเบียนไว้ ช่วยป้องกันผู้อื่นนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และลดความเสี่ยงจากการถูกลอกเลียนแบบ

  • สร้างมูลค่าให้กับธุรกิจ

เครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วถือเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าของธุรกิจ สามารถนำไปจำนองหรือขายต่อได้ นอกจากนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินมูลค่าธุรกิจเมื่อมีการควบรวมหรือซื้อขาย

  • ป้องกันการละเมิด

เมื่อมีเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้ว เจ้าของสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ละเมิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเรียกค่าเสียหายและขอให้ศาลสั่งห้ามการละเมิด

  • เสริมความน่าเชื่อถือ

เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจ และนักลงทุน แสดงให้เห็นว่าธุรกิจมีความจริงจังในการดำเนินกิจการและปกป้องสิทธิของตน

 

จากที่ได้กล่าวมา TM คือ สัญลักษณ์สำคัญที่แสดงถึงการใช้เครื่องหมายการค้าในเชิงพาณิชย์ แม้จะยังไม่ได้รับการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง TM, ®, และ © จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้สัญลักษณ์ทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตามกฎหมายไม่ได้บังคับว่าจะต้องใช้สัญลักษณ์ดังกล่าวแต่ถ้าเจ้าของเครื่องหมายประสงค์ต้องการใช้ก็ควรใช้ให้ถูกต้อง

การปกป้องเครื่องหมายการค้าไม่เพียงเป็นเรื่องของกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าและความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจในระยะยาว ผู้ประกอบการที่ต้องการความมั่นใจในการดำเนินการควรพิจารณาใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสบการณ์และความน่าเชื่อถืออย่าง IDG

FAQs

1. เมื่อไหร่ควรใช้เครื่องหมาย TM?

ควรใช้ TM เมื่อเริ่มใช้เครื่องหมายการค้าในเชิงพาณิชย์ แม้ยังไม่ได้ยื่นจดทะเบียน การใช้ TM ช่วยแสดงเจตนาที่จะใช้เป็นเครื่องหมายการค้าและสร้างการรับรู้ในตลาด อย่างไรก็ตาม ควรดำเนินการจดเครื่องหมายการค้าโดยเร็ว แนะนำมองหาบริษัทรับจดเครื่องหมายค้าเพื่อความสะดวก รวดเร็ว และความถูกต้องในการดำเนินการ

นอกจากการปกป้องทางกฎหมายแล้ว การเสริมสร้างเอกลักษณ์แบรนด์ผ่านการจัดทำ Company Profile (Company Profile คือ เอกสารที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์องค์กรและสื่อสารเอกลักษณ์แบรนด์อย่างครอบคลุม) จะช่วยให้การใช้เครื่องหมายการค้ามีประสิทธิภาพสูงสุดและสร้างการจดจำในใจผู้บริโภค

สิทธิบัตรคุ้มครองสิ่งประดิษฐ์หรือนวัตกรรมใหม่ ส่วนเครื่องหมายการค้าคุ้มครองเครื่องหมายที่ใช้แยกแยะสินค้าหรือบริการ สิทธิบัตรมีระยะเวลาจำกัด (20 ปี) แต่เครื่องหมายการค้าสามารถต่ออายุได้ไม่จำกัด

หากไม่จดเครื่องหมายการค้า ธุรกิจอาจเสี่ยงต่อการถูกผู้อื่นนำไปใช้หรือจดทะเบียนก่อน ทำให้สูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายที่ตนสร้างขึ้น นอกจากนี้ยังยากต่อการบังคับใช้สิทธิเมื่อมีการละเมิด และอาจสูญเสียโอกาสในการสร้างมูลค่าจากสินทรัพย์ทางปัญญา

IDG บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรมครบวงจร

เรา คือ บริษัทให้คำปรึกษาด้านทรัพย์สินทางปัญญาสำหรับองค์กรแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการให้คำปรึกษา วางกลยุทธ์ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตร บริการด้านกฎหมาย บริการด้านรับจด อย. ขึ้นทะเบียนสินค้า บริการด้านบัญชี รวมถึงให้บริการดำเนินงานด้านการซื้อขายเทคโนโลยีหรือ IP เรามีความพร้อมในการดูแลลูกค้าตั้งแต่กระบวนการแรกไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้มั่นใจว่าทรัพย์สินทางปัญญาของคุณได้รับการปกป้องและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้ เราให้บริการออกแบบโลโก้ ออกแบบ CI ออกแบบโปรไฟล์บริษัท และบริการออกแบบด้านอื่น ๆ อีกมากมาย ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์สูง

ดูข้อมูลเพิ่มเติม หรือติดต่อสอบถาม

อีเมล: [email protected] 

โทร.: 02-011-7161 ถึง 6

ไลน์: @idgthailand

Facebook: facebook.com/IDGThailand 

LinkedIn: linkedin.com/in/intellectualdesigngroup/ 

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ