OUR BLOG

AI สร้างภาพให้ แล้วใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?

เมื่อ AI สร้างให้ แล้วใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?

AI สร้างภาพให้ แล้วใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?

ในปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องมือ Generative AI ต่างๆ อย่าง Midjourney, DALL-E, หรือ ChatGPT ได้กลายเป็นอาวุธคู่ใจใครหลายคนไปแล้ว ไม่ว่าจะใช้สร้างภาพประกอบคอนเทนต์, ช่วยคิดไอเดีย, หรือร่างคอนเทนต์

แต่คำถามสำคัญที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันคือ ผลงานที่ AI สร้างให้เรานั้น ตกลงแล้วใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์?

แน่นอนว่าคำตอบของคำถามนี้เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือข้อมูลอัปเดตล่าสุดที่ทุกคนที่นำผลงาน AI ไปใช้งาน โดยเฉพาะในเชิงพาณิชย์ ที่จำเป็นต้องรู้

หัวใจหลักที่ไม่เคยเปลี่ยน....

หลักการสำคัญที่สุดของกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วโลก รวมถึง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ของไทย คือ ผลงานนั้นจะต้องเกิดจากการริเริ่มสร้างสรรค์โดย “มนุษย์” (Human Authorship) เท่านั้น ตัว AI ไม่สามารถเป็น “ผู้สร้างสรรค์” (Author) ตามความหมายของกฎหมายได้ ด้วยหลักการนี้ ทำให้แนวทางการพิจารณาลิขสิทธิ์ของผลงานที่มาจาก AI มีความชัดเจนมากขึ้น

Case Study: "Zarya of the Dawn"

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด ขอเล่าถึงกรณีศึกษาที่โด่งดังอย่างหนังสือการ์ตูนเรื่อง “Zarya of the Dawn” ของคุณ Kristina Kashtanova ซึ่งใช้ภาพที่สร้างจาก Midjourney ทั้งหมด โดยคุณ Kashtanova พยายามจดลิขสิทธิ์หนังสือการ์ตูนทั้งเล่ม และทางสำนักงานลิขสิทธิ์สหรัฐฯ ได้มีคำตัดสิน ดังนี้
  • “ตัวภาพที่สร้างจาก Midjourney” แต่ละภาพ ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ได้ เพราะถือว่า AI เป็นผู้สร้าง ไม่ใช่มนุษย์
  •  ส่วน “หนังสือทั้งเล่ม” นั้นได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ แต่จะคุ้มครองเฉพาะ “ส่วนที่มนุษย์เป็นผู้สร้าง” นั่นคือ การเขียนเนื้อเรื่อง, การเลือก, การจัดเรียงลำดับภาพ, และการวาง Layout ซึ่งสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ของผู้เขียน
เคสนี้ทำให้เห็นภาพชัดเจนเลยว่า เราจะมองผลงานที่เกี่ยวข้องกับ AI อย่างไร

แล้วทำแค่ไหน ถึงจะได้ลิขสิทธิ์?

หากเราใช้ AI สร้างแบบ 100% (ใส่แค่ Prompt ตรงๆ) เช่น พิมพ์คำสั่งว่า “นักรบไซบอร์กยืนอยู่กลางกรุงโตเกียวในคืนที่ฝนตก” แล้วนำภาพที่ได้ไปใช้เลย ภาพนั้นจะไม่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์ และอาจถือเป็นสาธารณสมบัติ (Public Domain) คุณไม่สามารถอ้างสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว หรือห้ามคนอื่นนำภาพที่หน้าตาเหมือนกันไปใช้ได้

แต่หากเราใช้ AI เป็น “เครื่องมือ” สำหรับไอเดียเพื่อนำไปสร้างสรรค์ต่อ เช่น นำภาพนักรบไซบอร์กที่ได้ มาทำภาพปะติด (Collage), รีทัชเปลี่ยนรายละเอียด, เพิ่มตัวละครอื่นที่วาดเอง, จัดองค์ประกอบใหม่ทั้งหมดจนกลายเป็นผลงานชิ้นใหม่ที่ซับซ้อน ผลงานขั้นสุดท้ายของคุณ “อาจได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์” แต่จะคุ้มครองเฉพาะในส่วนที่คุณลงมือทำเพิ่มเท่านั้น ไม่ใช่ตัวภาพต้นฉบับจาก AI

ระวังไว้ "ข้อตกลงการใช้งาน" ของ AI ไม่ใช่กฎหมายลิขสิทธิ์

หลายคนอาจแย้งว่า “แต่ใน Terms & Conditions (T&C) ของ Midjourney (เวอร์ชันเสียเงิน) บอกว่าเราเป็นเจ้าของผลงานนะ?”

แต่จริงๆ แล้ว T&C เป็นเพียง “สัญญา” ระหว่างคุณกับบริษัทฯ เท่านั้น ซึ่งให้ “สิทธิ์ในการใช้งาน” แก่คุณตามที่ตกลงกัน แต่ไม่สามารถสร้าง “การคุ้มครองทางกฎหมายลิขสิทธิ์” ขึ้นมาได้ หากผลงานนั้นโดยพื้นฐานแล้วไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่แรก

พูดง่ายๆ คือ ต่อให้ T&C บอกว่าคุณเป็นเจ้าของ แต่ถ้ามีคนอื่นสร้างภาพแบบเดียวกันได้จาก Prompt คล้ายๆ กัน คุณก็อาจจะไม่มีสิทธิ์ทางกฎหมายไปฟ้องร้องเขาอยู่ดี

แนวทางสำหรับ Creator ยุค 2025

  1. สร้างสรรค์และต่อยอดจาก AI: อย่าใช้ภาพที่ได้มาแบบดิบๆ พยายามใส่ฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ของคุณเข้าไปให้มากที่สุดเสมอ
  2. หลีกเลี่ยงการใช้กับ “สินทรัพย์หลัก”: สำหรับโลโก้, อัตลักษณ์ของแบรนด์, หรือมาสคอตที่ต้องการการปกป้องสูงสุด ควรจ้างนักออกแบบเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็น Original 100%
  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: หากธุรกิจของคุณพึ่งพาผลงานเหล่านี้อย่างมาก การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อวางกลยุทธ์การใช้งานและการปกป้องสิทธิ์ที่ถูกต้อง คือทางออกที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด

สรุปแล้ว AI คือเครื่องมือที่ทรงพลังในยุคนี้ จงมองว่ามันคือ “ผู้ช่วย” ไม่ใช่ “ผู้สร้างสรรค์” แทนคุณ

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนั้นทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา หากคุณมีความรู้ที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจและไร้กังวลอีกด้วย

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

อีเมล: [email protected]

โทร.: 02-011-7161 ถึง 6

Line: @idgthailand

Facebook: IDGThailand

เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา
ปรึกษาเราชัวร์กว่า

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ IDG

ผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้คำแนะนำคุณอย่างเต็มที่

ติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญ