5 เทรนด์นวัตกรรมของเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2019

ปี 2019  คือปีแห่งการแสดงออกถึงจุดยืน เมื่อผู้บริโภคไม่ได้เพียงเลือกใช้สินค้า เพื่อตอบสนองความจำเป็นเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ สินค้าทุกชิ้นต้องมีเรื่องเล่า เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของความกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และเมื่อการส่งสารในทุกความคิด สามารถสร้างสรรค์และออกแบบให้เป็นได้มากกว่าแค่สินค้า ที่ทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่โลกอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ขยับขยายไปสู่หน่วยงานของภาครัฐหรือ NGOs มากขึ้น

เอเชีย ทวีปที่น่าจับตามองและมีเสน่ห์อยู่เสมอในทุกมิติ เมื่อที่แห่งนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดผู้บริโภคมีความสดใหม่และเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ  ทั้งยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมล้ำหน้า ด้วยเอเชียนั้นมีวัตถุดิบให้หยิบใช้สำหรับการเป็นผู้ริเริ่มเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี

เทรนด์นวัตกรรมน่าจับตามองของเอเชียประจำปีนี้ จึงเป็นการผสมผสานทุกสิ่งที่กล่าวมา เหมารวมทุกอย่างมาสรรสร้างและออกแบบนวัตกรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีที่มาและจุดยืนที่ชัดเจน

และนี้คือ 5 เทรนด์นวัตกรรมที่ IDG คัดสรรมาช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมตลอดทั้งปี 2019 ที่ห้ามพลาด

1. ความมั่งคั่งโฉมใหม่ เมื่อความสุขคือคำตอบของชีวิต

ร่ำรวยเงินทอง มีทรัพย์สินมากมายหรือที่เรียกว่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนล้วนไขว่คว้า แต่หลังจากที่หลาย ๆ ประเทศในเอเชียเริ่มผลักดันนโยบายประเทศ มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งผลให้เอเชียกลายเป็นทวีปที่มีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากที่สุด โดยปีที่ผ่านมาข้อมูลจาก WealthX ชี้ว่า ราคาบ้านในฮ่องกงขึ้นทะยานแซงหน้านิวยอร์กเป็นทีเรียบร้อย

แน่นอนว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย ประชาชนมีความเครียดเพิ่มขึ้น ความสุขลดลง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่าคนเมืองมีความเครียดเรื่องปัญหาปากท้องมากถึง 45 %  หรือ World  Happiness Report ประจำปี 2018 ที่ชี้ว่าประชาชนชาวจีนมีความสุขลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1990

นำมาสู่เทรนด์การให้บริการและบริโภครูปแบบใหม่ ไม่เพียงแค่ในภาคเอกชนแต่รวมถึงภาครัฐเอง เช่น โรงเรียนประถม Dinglan Experimental Middle School  ประเทศจีน ที่ต้องการขยายความสุขให้ครอบคลุมครูมากขึ้น หลังจากมีวิจัยเผยว่าครูที่มีความสุขส่งผลให้นักเรียนมีความสุขไปด้วย โดยสนับสนุนให้ครูลางานไปพักผ่อน 2 วันครึ่ง/เดือน หรือรัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายส่งเสริมทุกบริษัทกำหนดให้วันจันทร์เช้าเป็นวันหยุด

เทรนด์ 2019 ปีนี้ การให้บริการลูกค้าที่เน้นการมอบประสบการณ์และความสุขจึงกลายเป็นการสะสมความมั่งคั่งรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่หลายคนอยากลิ้มลอง

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

2. c-commerce ขายเก่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า e-commerce หรือพาณิชยกรรมออนไลน์ของจีน มีความน่าดึงดูดใจและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ด้วยตลาดอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่โต กำลังซื้อที่มหาศาล รวมถึงการบริการที่อำนวยความสะดวกผู้บริโภคถึงขีดสุด ตัวอย่างเช่น Alibaba หรือ JD ที่ส่งผลให้ในขณะนี้ทั้งสองกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมวลรวมของชาติเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังก้าวออกมาเล่นในประเทศอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย สิงค์โปรหรือไทย เป็นต้น

กุญแจสำคัญที่ทำให้ e-commerce ของจีนมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการที่พวกเขานั้นมีทรัพยากรด้านข้อมูลของผู้บริโภคมากถึง 1.4 พันล้านคนควบคู่ไปกับศักยภาพทางเทคโนโลยีในการนำข้อมูลต่าง ๆ ออกมาใช้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า สร้างความรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้ง กล่าวคือ ราคาถูก สะดวกและรวดเร็ว

แต่ใช่ว่าการค้าในรูปแบบออฟไลน์จะถูกโละทิ้ง เมื่อเราสามารถทำให้ดีได้ทั้ง 2 ทาง ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าที่ฟูนาน ประเทศจีนหรือ JD.ID X-Mart  ที่จาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) เพื่อติดตามการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของลูกค้าและให้คำแนะนำที่เหมาะสมในครั้งถัดไป

ปี 2019 นี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่า e-commerce ของจีนจะสามารถพลิกโฉม สร้างประสบการณ์และกลายเป็นแม่แบบโลกช้อปปิ้งออนไลน์รูปแบบใหม่ได้สำเร็จ

3. เสียงจากคนพิการ ไม่เพียงแค่เข้าใจแต่ต้องเข้าถึงได้ทุกภาคส่วน

รายงานจากองค์กรสหประชาชาติกันยายนปี 2018 ที่ผ่านมา ระบุว่าทวีปเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนคนพิการมากถึง 690 ล้านคน ทั้งในหลายพื้นที่ในเอเชียยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น หลังจากที่นักกิจกรรมในหลายประเทศเริ่มออกมาเรียกร้องกันมากขึ้น เช่น ประเทศไทยที่มีการเรียกร้องบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้า BTS เรื่องการติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการหรือธนาคาร HSBC ที่ฮ่องกงเรื่องการจัดสรรตู้กดเงิน ATM เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ

อย่างไรก็ดี เสียงจากคนพิการก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ นำมาสู่เทรนด์การให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์สำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อ SAVLON  ที่ออกแบบแพคเกจจิ้งใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคนพิการทางสายตาโดยเฉพาะ

สำหรับปี 2019 เทรนด์การบริโภคที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการมีแนวโน้มว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อหลายภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐกเริ่มหันมาตระหนักและผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะร้านค้า ระบบขนส่งมวลชนหรือสถานบริการต่างๆ  โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเตรียมจัด Paralympic Games ปี 2020

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

4. พอก่อน ใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศส่งผลเสียต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ นำมาสู่แคมเปญรณรงค์และสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ องค์กระหว่างประเทศหรือ NGO ทั่วโลก เพื่อให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว โดยปีที่ผ่านมา หลายประเทศในทวีปเอเชียเริ่มหันกลับมาจริงจังแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันมากขึ้น หลังจากจีนประกาศยุติรับขยะมลพิษจากประเทศโลกที่หนึ่งและประเทศอุตสาหกรรม เช่น สหราชอาณาจักร เป็นต้น

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญของปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่ที่พลาสติกใช้ครั้งเดียวแต่อยู่ที่ความคิดของเกี่ยวกับการใช้ครั้งเดียวทิ้งของทุกคน บริษัทเดลิเวอรี่อาหารอย่าง ELE.ME  จึงได้สร้างสรรค์ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งที่สามารถทานได้ ผลิตขึ้นจากแป้ง น้ำตาล เนยและนม มี3 รส ได้แก่ ชาเขียว ข้าวสาลีและมันม่วงหรือหากไม่อยากทานก็ ปล่อยให้ย่อยสลายได้เพียง 1 สัปดาห์ หรือแคมเปญไม่รับถุงพลาสติก = บริจาคเงิน 1 บาท ของ 7-ELEVEN  ประเทศไทย เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิต ๘๔ พรรษา

ปี 2019 นี้ เทรนด์รักษ์โลก อ่อนโยนต่อธรรมชาติและชักชวนให้ผู้คนหันมาเห็นความสำคัญผ่านข้อเท็จจริงที่ฟ้องชัดให้เห็นว่าโลกอาจพังทลายได้ด้วยมือเรา จึงเป็นอะไรที่ผู้บริโภคมองหา

5. E-RESPONSIBILITY มองหาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

หากจำกันได้ปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มีการถกเถียงอย่างต่อเนื่องและมีข่าวคราวออกมาตลอดทั้งปี อย่างประเด็นสุดฉาวที่ FACEBOOK เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Cambridge Analytica บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกา นำข้อมูลผู้ใช้งานถึง 50 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลกมาใช้เพื่อประกอบธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อทั้งภาพลักษณ์แบรนด์และตัวผู้บริโภค จากรายงานเมื่อเดือนเมษายน 2018 ของ FACEBOOK ต่อกรณีดังกล่าวระบุว่า ยูสเซอร์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านยูสเซอร์ได้รับผลกระทบเป็นอันดับที่สองและสามรองลงมาจากสหรัฐอเมริกา

สำหรับเทรนด์ปี 2019 สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังตามหาจึงเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์แต่สามารถสร้างความมั่นใจให้พวกเขาได้ว่าจะคุ้มครองความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ได้มากพอ เมื่อ tech brand บางบริษัทหละหลวมหรือมีไม่มากพอที่จะดูแลยูสเซอร์ตัวเอง การรับผิดชอบตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น SWIPECrypto (SWIPE)  ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ที่มอบ Ethereum tokens ทำหน้าที่เสมือนของตอบแทนให้กับลูกค้าทุกคนที่แชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือบันทึกพฤติกรรมในการเข้าใช้บริการในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ข้อมูลทุกประเภทจะถูกรักษาความปลอดภัยในรูปแบบ Encryption ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

อ้างอิง: https://premium.trendwatching.com/regional-trends/asia/

IDG บริการให้คำปรึกษา เพื่อพัฒนาธุรกิจด้วยแนวโน้มนวัตกรรม TREND & INNOVATION ผ่านการวิเคราะห์และเข้าถึง BIG DATA เพื่อเฟ้นหาช่องว่างทางการตลาดและนวัตกรรม ที่สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับธุรกิจของคุณได้อย่างยั่งยืน

ท่านที่สนใจอัพเดทข้อมูลข่าวสารทางด้านเทคโนโลยี, นวัตกรรม หรือการออกแบบใหม่ๆ ของแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก สามารถติดตามได้ผ่านช่องทางต่างๆ ของเราได้เลยนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า สวัสดีครับ

เรียบเรียงโดย:
Consumer Insights Analyst & Content Developer
ฝ่ายพัฒนาธุรกิจทรัพย์สินทางปัญญา

แบ่งปันความรู้นี้Share on Facebook
Facebook
0Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
Pin on Pinterest
Pinterest
0Share on Tumblr
Tumblr
0Share on LinkedIn
Linkedin
Email this to someone
email