International Website

5 เทรนด์นวัตกรรมของเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2019

ปี 2019  คือปีแห่งการแสดงออกถึงจุดยืน เมื่อผู้บริโภคไม่ได้เพียงเลือกใช้สินค้า เพื่อตอบสนองความจำเป็นเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ สินค้าทุกชิ้นต้องมีเรื่องเล่า เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของความกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และเมื่อการส่งสารในทุกความคิด สามารถสร้างสรรค์และออกแบบให้เป็นได้มากกว่าแค่สินค้า ที่ทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่โลกอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ขยับขยายไปสู่หน่วยงานของภาครัฐหรือ NGOs มากขึ้นเอเชีย ทวีปที่น่าจับตามองและมีเสน่ห์อยู่เสมอในทุกมิติ เมื่อที่แห่งนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดผู้บริโภคมีความสดใหม่และเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ  ทั้งยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมล้ำหน้า ด้วยเอเชียนั้นมีวัตถุดิบให้หยิบใช้สำหรับการเป็นผู้ริเริ่มเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี

เทรนด์นวัตกรรมน่าจับตามองของเอเชียประจำปีนี้ จึงเป็นการผสมผสานทุกสิ่งที่กล่าวมา เหมารวมทุกอย่างมาสรรสร้างและออกแบบนวัตกรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีที่มาและจุดยืนที่ชัดเจน

และนี้คือ 5 เทรนด์นวัตกรรมที่ IDG คัดสรรมาช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมตลอดทั้งปี 2019 ที่ห้ามพลาด

1. ความมั่งคั่งโฉมใหม่ เมื่อความสุขคือคำตอบของชีวิต

ร่ำรวยเงินทอง มีทรัพย์สินมากมายหรือที่เรียกว่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนล้วนไขว่คว้า แต่หลังจากที่หลาย ๆ ประเทศในเอเชียเริ่มผลักดันนโยบายประเทศ มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งผลให้เอเชียกลายเป็นทวีปที่มีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากที่สุด โดยปีที่ผ่านมาข้อมูลจาก WealthX ชี้ว่า ราคาบ้านในฮ่องกงขึ้นทะยานแซงหน้านิวยอร์กเป็นทีเรียบร้อย

แน่นอนว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย ประชาชนมีความเครียดเพิ่มขึ้น ความสุขลดลง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่าคนเมืองมีความเครียดเรื่องปัญหาปากท้องมากถึง 45 %  หรือ World  Happiness Report ประจำปี 2018 ที่ชี้ว่าประชาชนชาวจีนมีความสุขลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1990

นำมาสู่เทรนด์การให้บริการและบริโภครูปแบบใหม่ ไม่เพียงแค่ในภาคเอกชนแต่รวมถึงภาครัฐเอง เช่น โรงเรียนประถม Dinglan Experimental Middle School  ประเทศจีน ที่ต้องการขยายความสุขให้ครอบคลุมครูมากขึ้น หลังจากมีวิจัยเผยว่าครูที่มีความสุขส่งผลให้นักเรียนมีความสุขไปด้วย โดยสนับสนุนให้ครูลางานไปพักผ่อน 2 วันครึ่ง/เดือน หรือรัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายส่งเสริมทุกบริษัทกำหนดให้วันจันทร์เช้าเป็นวันหยุด

เทรนด์ 2019 ปีนี้ การให้บริการลูกค้าที่เน้นการมอบประสบการณ์และความสุขจึงกลายเป็นการสะสมความมั่งคั่งรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่หลายคนอยากลิ้มลอง

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

2. c-commerce ขายเก่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า e-commerce หรือพาณิชยกรรมออนไลน์ของจีน มีความน่าดึงดูดใจและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ด้วยตลาดอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่โต กำลังซื้อที่มหาศาล รวมถึงการบริการที่อำนวยความสะดวกผู้บริโภคถึงขีดสุด ตัวอย่างเช่น Alibaba หรือ JD ที่ส่งผลให้ในขณะนี้ทั้งสองกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมวลรวมของชาติเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังก้าวออกมาเล่นในประเทศอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย สิงค์โปรหรือไทย เป็นต้น

กุญแจสำคัญที่ทำให้ e-commerce ของจีนมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการที่พวกเขานั้นมีทรัพยากรด้านข้อมูลของผู้บริโภคมากถึง 1.4 พันล้านคนควบคู่ไปกับศักยภาพทางเทคโนโลยีในการนำข้อมูลต่าง ๆ ออกมาใช้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า สร้างความรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้ง กล่าวคือ ราคาถูก สะดวกและรวดเร็ว

แต่ใช่ว่าการค้าในรูปแบบออฟไลน์จะถูกโละทิ้ง เมื่อเราสามารถทำให้ดีได้ทั้ง 2 ทาง ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าที่ฟูนาน ประเทศจีนหรือ JD.ID X-Mart  ที่จาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) เพื่อติดตามการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของลูกค้าและให้คำแนะนำที่เหมาะสมในครั้งถัดไป

ปี 2019 นี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่า e-commerce ของจีนจะสามารถพลิกโฉม สร้างประสบการณ์และกลายเป็นแม่แบบโลกช้อปปิ้งออนไลน์รูปแบบใหม่ได้สำเร็จ

3. เสียงจากคนพิการ ไม่เพียงแค่เข้าใจแต่ต้องเข้าถึงได้ทุกภาคส่วน

รายงานจากองค์กรสหประชาชาติกันยายนปี 2018 ที่ผ่านมา ระบุว่าทวีปเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนคนพิการมากถึง 690 ล้านคน ทั้งในหลายพื้นที่ในเอเชียยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น หลังจากที่นักกิจกรรมในหลายประเทศเริ่มออกมาเรียกร้องกันมากขึ้น เช่น ประเทศไทยที่มีการเรียกร้องบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้า BTS เรื่องการติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการหรือธนาคาร HSBC ที่ฮ่องกงเรื่องการจัดสรรตู้กดเงิน ATM เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ

อย่างไรก็ดี เสียงจากคนพิการก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ นำมาสู่เทรนด์การให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์สำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อ SAVLON  ที่ออกแบบแพคเกจจิ้งใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคนพิการทางสายตาโดยเฉพาะ

สำหรับปี 2019 เทรนด์การบริโภคที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการมีแนวโน้มว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อหลายภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐกเริ่มหันมาตระหนักและผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะร้านค้า ระบบขนส่งมวลชนหรือสถานบริการต่างๆ  โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเตรียมจัด Paralympic Games ปี 2020

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

4. พอก่อน ใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศส่งผลเสียต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ นำมาสู่แคมเปญรณรงค์และสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ องค์กระหว่างประเทศหรือ NGO ทั่วโลก เพื่อให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว โดยปีที่ผ่านมา หลายประเทศในทวีปเอเชียเริ่มหันกลับมาจริงจังแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันมากขึ้น หลังจากจีนประกาศยุติรับขยะมลพิษจากประเทศโลกที่หนึ่งและประเทศอุตสาหกรรม เช่น สหราชอาณาจักร เป็นต้น

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญของปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่ที่พลาสติกใช้ครั้งเดียวแต่อยู่ที่ความคิดของเกี่ยวกับการใช้ครั้งเดียวทิ้งของทุกคน บริษัทเดลิเวอรี่อาหารอย่าง ELE.ME  จึงได้สร้างสรรค์ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งที่สามารถทานได้ ผลิตขึ้นจากแป้ง น้ำตาล เนยและนม มี3 รส ได้แก่ ชาเขียว ข้าวสาลีและมันม่วงหรือหากไม่อยากทานก็ ปล่อยให้ย่อยสลายได้เพียง 1 สัปดาห์ หรือแคมเปญไม่รับถุงพลาสติก = บริจาคเงิน 1 บาท ของ 7-ELEVEN  ประเทศไทย เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิต ๘๔ พรรษา

ปี 2019 นี้ เทรนด์รักษ์โลก อ่อนโยนต่อธรรมชาติและชักชวนให้ผู้คนหันมาเห็นความสำคัญผ่านข้อเท็จจริงที่ฟ้องชัดให้เห็นว่าโลกอาจพังทลายได้ด้วยมือเรา จึงเป็นอะไรที่ผู้บริโภคมองหา

5. E-RESPONSIBILITY มองหาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

หากจำกันได้ปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มีการถกเถียงอย่างต่อเนื่องและมีข่าวคราวออกมาตลอดทั้งปี อย่างประเด็นสุดฉาวที่ FACEBOOK เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Cambridge Analytica บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกา นำข้อมูลผู้ใช้งานถึง 50 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลกมาใช้เพื่อประกอบธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อทั้งภาพลักษณ์แบรนด์และตัวผู้บริโภค จากรายงานเมื่อเดือนเมษายน 2018 ของ FACEBOOK ต่อกรณีดังกล่าวระบุว่า ยูสเซอร์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านยูสเซอร์ได้รับผลกระทบเป็นอันดับที่สองและสามรองลงมาจากสหรัฐอเมริกา

สำหรับเทรนด์ปี 2019 สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังตามหาจึงเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์แต่สามารถสร้างความมั่นใจให้พวกเขาได้ว่าจะคุ้มครองความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ได้มากพอ เมื่อ tech brand บางบริษัทหละหลวมหรือมีไม่มากพอที่จะดูแลยูสเซอร์ตัวเอง การรับผิดชอบตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น SWIPECrypto (SWIPE)  ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ที่มอบ Ethereum tokens ทำหน้าที่เสมือนของตอบแทนให้กับลูกค้าทุกคนที่แชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือบันทึกพฤติกรรมในการเข้าใช้บริการในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ข้อมูลทุกประเภทจะถูกรักษาความปลอดภัยในรูปแบบ Encryption ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

อ้างอิง: https://premium.trendwatching.com/regional-trends/asia/

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

ค้นหา

TAGS

Design Design First-S-Curve-02 IDG Innovation LogoDesign LogoDesign Patent Technology trademark training Trend TRENDS UPDATE กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การจดสิทธิบัตร การจดสิทธิบัตร การละเมิดลิขสิทธิ์ การสร้างแบรนด์ การสื่อสารอัตลักษณ์ งานออกแบบ จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า จดลิขสิทธิ์ จดสิทธิบัตรต่างประเทศ จดสิทธิบัตรทั่วโลก ตรวจสิทธิบัตร ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ระบบมาดริด ละเมิดลิขสิทธิ์ ลิขสิทธิ์ สร้างนวัตกรรม สัมมนา สิทธิบัตร สิทธิบัตร สิทธิบัตรการประดิษฐ์ สืบค้นสิทธิบัตร ออกแบบ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ ออกแบบโลโก้ อัตลักษณ์ เครื่องหมายการค้า เทคโนโลยี โลโก้

5 เทรนด์นวัตกรรมของเอเชียที่น่าจับตามองในปี 2019

ปี 2019  คือปีแห่งการแสดงออกถึงจุดยืน เมื่อผู้บริโภคไม่ได้เพียงเลือกใช้สินค้า เพื่อตอบสนองความจำเป็นเพียงอย่างเดียว กล่าวคือ สินค้าทุกชิ้นต้องมีเรื่องเล่า เพื่อแสดงให้เห็นถึงพลังของความกล้าที่จะแตกต่างอย่างสร้างสรรค์ และเมื่อการส่งสารในทุกความคิด สามารถสร้างสรรค์และออกแบบให้เป็นได้มากกว่าแค่สินค้า ที่ทุกวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในพื้นที่โลกอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ขยับขยายไปสู่หน่วยงานของภาครัฐหรือ NGOs มากขึ้นเอเชีย ทวีปที่น่าจับตามองและมีเสน่ห์อยู่เสมอในทุกมิติ เมื่อที่แห่งนี้มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดผู้บริโภคมีความสดใหม่และเปลี่ยนไปอยู่เรื่อย ๆ  ทั้งยังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมล้ำหน้า ด้วยเอเชียนั้นมีวัตถุดิบให้หยิบใช้สำหรับการเป็นผู้ริเริ่มเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วัฒนธรรม สังคม เศรษฐกิจ นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี

เทรนด์นวัตกรรมน่าจับตามองของเอเชียประจำปีนี้ จึงเป็นการผสมผสานทุกสิ่งที่กล่าวมา เหมารวมทุกอย่างมาสรรสร้างและออกแบบนวัตกรมที่เป็นเอกลักษณ์ มีที่มาและจุดยืนที่ชัดเจน

และนี้คือ 5 เทรนด์นวัตกรรมที่ IDG คัดสรรมาช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมตลอดทั้งปี 2019 ที่ห้ามพลาด

1. ความมั่งคั่งโฉมใหม่ เมื่อความสุขคือคำตอบของชีวิต

ร่ำรวยเงินทอง มีทรัพย์สินมากมายหรือที่เรียกว่า ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ครั้งหนึ่งเคยเป็นหนึ่งในสิ่งที่มนุษย์เราทุกคนล้วนไขว่คว้า แต่หลังจากที่หลาย ๆ ประเทศในเอเชียเริ่มผลักดันนโยบายประเทศ มุ่งเป้าไปที่การพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งผลให้เอเชียกลายเป็นทวีปที่มีเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดมากที่สุด โดยปีที่ผ่านมาข้อมูลจาก WealthX ชี้ว่า ราคาบ้านในฮ่องกงขึ้นทะยานแซงหน้านิวยอร์กเป็นทีเรียบร้อย

แน่นอนว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย ประชาชนมีความเครียดเพิ่มขึ้น ความสุขลดลง จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศไทยเมื่อปีที่ผ่านมา ระบุว่าคนเมืองมีความเครียดเรื่องปัญหาปากท้องมากถึง 45 %  หรือ World  Happiness Report ประจำปี 2018 ที่ชี้ว่าประชาชนชาวจีนมีความสุขลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 1990

นำมาสู่เทรนด์การให้บริการและบริโภครูปแบบใหม่ ไม่เพียงแค่ในภาคเอกชนแต่รวมถึงภาครัฐเอง เช่น โรงเรียนประถม Dinglan Experimental Middle School  ประเทศจีน ที่ต้องการขยายความสุขให้ครอบคลุมครูมากขึ้น หลังจากมีวิจัยเผยว่าครูที่มีความสุขส่งผลให้นักเรียนมีความสุขไปด้วย โดยสนับสนุนให้ครูลางานไปพักผ่อน 2 วันครึ่ง/เดือน หรือรัฐบาลญี่ปุ่นออกนโยบายส่งเสริมทุกบริษัทกำหนดให้วันจันทร์เช้าเป็นวันหยุด

เทรนด์ 2019 ปีนี้ การให้บริการลูกค้าที่เน้นการมอบประสบการณ์และความสุขจึงกลายเป็นการสะสมความมั่งคั่งรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่หลายคนอยากลิ้มลอง

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

2. c-commerce ขายเก่งทั้งออนไลน์และออฟไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า e-commerce หรือพาณิชยกรรมออนไลน์ของจีน มีความน่าดึงดูดใจและน่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง ด้วยตลาดอินเตอร์เน็ตที่ใหญ่โต กำลังซื้อที่มหาศาล รวมถึงการบริการที่อำนวยความสะดวกผู้บริโภคถึงขีดสุด ตัวอย่างเช่น Alibaba หรือ JD ที่ส่งผลให้ในขณะนี้ทั้งสองกลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมวลรวมของชาติเป็นที่เรียบร้อย ทั้งยังก้าวออกมาเล่นในประเทศอื่น ๆ เช่น อินโดนีเซีย สิงค์โปรหรือไทย เป็นต้น

กุญแจสำคัญที่ทำให้ e-commerce ของจีนมีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการที่พวกเขานั้นมีทรัพยากรด้านข้อมูลของผู้บริโภคมากถึง 1.4 พันล้านคนควบคู่ไปกับศักยภาพทางเทคโนโลยีในการนำข้อมูลต่าง ๆ ออกมาใช้อย่างเหมาะสม โดยเฉพาะการมอบประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้า สร้างความรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินไปกับการช้อปปิ้ง กล่าวคือ ราคาถูก สะดวกและรวดเร็ว

แต่ใช่ว่าการค้าในรูปแบบออฟไลน์จะถูกโละทิ้ง เมื่อเราสามารถทำให้ดีได้ทั้ง 2 ทาง ตัวอย่างเช่น ห้างสรรพสินค้าที่ฟูนาน ประเทศจีนหรือ JD.ID X-Mart  ที่จาร์กาตา ประเทศอินโดนีเซีย ได้มีการติดตั้งเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (facial recognition) เพื่อติดตามการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของลูกค้าและให้คำแนะนำที่เหมาะสมในครั้งถัดไป

ปี 2019 นี้ จึงมีความเป็นไปได้ว่า e-commerce ของจีนจะสามารถพลิกโฉม สร้างประสบการณ์และกลายเป็นแม่แบบโลกช้อปปิ้งออนไลน์รูปแบบใหม่ได้สำเร็จ

3. เสียงจากคนพิการ ไม่เพียงแค่เข้าใจแต่ต้องเข้าถึงได้ทุกภาคส่วน

รายงานจากองค์กรสหประชาชาติกันยายนปี 2018 ที่ผ่านมา ระบุว่าทวีปเอเชียแปซิฟิกมีจำนวนคนพิการมากถึง 690 ล้านคน ทั้งในหลายพื้นที่ในเอเชียยังมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น หลังจากที่นักกิจกรรมในหลายประเทศเริ่มออกมาเรียกร้องกันมากขึ้น เช่น ประเทศไทยที่มีการเรียกร้องบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือรถไฟฟ้า BTS เรื่องการติดตั้งลิฟต์สำหรับคนพิการหรือธนาคาร HSBC ที่ฮ่องกงเรื่องการจัดสรรตู้กดเงิน ATM เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการ

อย่างไรก็ดี เสียงจากคนพิการก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อย ๆ นำมาสู่เทรนด์การให้บริการที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์สำคัญคือการอำนวยความสะดวกให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตได้ด้วยตัวเอง เช่น น้ำยาฆ่าเชื้อยี่ห้อ SAVLON  ที่ออกแบบแพคเกจจิ้งใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานสำหรับคนพิการทางสายตาโดยเฉพาะ

สำหรับปี 2019 เทรนด์การบริโภคที่อำนวยความสะดวกให้แก่คนพิการมีแนวโน้มว่าจะมีกระแสตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อหลายภาคส่วนทั้งภาคเอกชนและภาครัฐกเริ่มหันมาตระหนักและผลักดันนโยบายต่าง ๆ ให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม ไม่ว่าจะร้านค้า ระบบขนส่งมวลชนหรือสถานบริการต่างๆ  โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นที่กำลังเตรียมจัด Paralympic Games ปี 2020

ที่มาภาพ : premium.trendwatching.com/2019/01/brand-unveils-braille-enabled-packaging/, premium.trendwatching.com/2018/11/for-tr-chinese-etailers-staffless-store-opens-abroad/

4. พอก่อน ใช้ครั้งเดียวทิ้ง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศส่งผลเสียต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของทุกสิ่งมีชีวิตบนโลกใบนี้ นำมาสู่แคมเปญรณรงค์และสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ องค์กระหว่างประเทศหรือ NGO ทั่วโลก เพื่อให้ทุกคนหันมาตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมดังกล่าว โดยปีที่ผ่านมา หลายประเทศในทวีปเอเชียเริ่มหันกลับมาจริงจังแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันมากขึ้น หลังจากจีนประกาศยุติรับขยะมลพิษจากประเทศโลกที่หนึ่งและประเทศอุตสาหกรรม เช่น สหราชอาณาจักร เป็นต้น

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญของปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ได้อยู่ที่พลาสติกใช้ครั้งเดียวแต่อยู่ที่ความคิดของเกี่ยวกับการใช้ครั้งเดียวทิ้งของทุกคน บริษัทเดลิเวอรี่อาหารอย่าง ELE.ME  จึงได้สร้างสรรค์ตะเกียบแบบใช้แล้วทิ้งที่สามารถทานได้ ผลิตขึ้นจากแป้ง น้ำตาล เนยและนม มี3 รส ได้แก่ ชาเขียว ข้าวสาลีและมันม่วงหรือหากไม่อยากทานก็ ปล่อยให้ย่อยสลายได้เพียง 1 สัปดาห์ หรือแคมเปญไม่รับถุงพลาสติก = บริจาคเงิน 1 บาท ของ 7-ELEVEN  ประเทศไทย เพื่อสมทบทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์มอบให้กับอาคารนวมินทรบพิต ๘๔ พรรษา

ปี 2019 นี้ เทรนด์รักษ์โลก อ่อนโยนต่อธรรมชาติและชักชวนให้ผู้คนหันมาเห็นความสำคัญผ่านข้อเท็จจริงที่ฟ้องชัดให้เห็นว่าโลกอาจพังทลายได้ด้วยมือเรา จึงเป็นอะไรที่ผู้บริโภคมองหา

5. E-RESPONSIBILITY มองหาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์

หากจำกันได้ปีที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องความปลอดภัยในโลกไซเบอร์มีการถกเถียงอย่างต่อเนื่องและมีข่าวคราวออกมาตลอดทั้งปี อย่างประเด็นสุดฉาวที่ FACEBOOK เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับ Cambridge Analytica บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศสหรัฐอเมริกา นำข้อมูลผู้ใช้งานถึง 50 ล้านยูสเซอร์ทั่วโลกมาใช้เพื่อประกอบธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อทั้งภาพลักษณ์แบรนด์และตัวผู้บริโภค จากรายงานเมื่อเดือนเมษายน 2018 ของ FACEBOOK ต่อกรณีดังกล่าวระบุว่า ยูสเซอร์ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ทั้งหมดมากกว่า 1 ล้านยูสเซอร์ได้รับผลกระทบเป็นอันดับที่สองและสามรองลงมาจากสหรัฐอเมริกา

สำหรับเทรนด์ปี 2019 สิ่งที่ผู้บริโภคกำลังตามหาจึงเป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีที่สร้างสรรค์แต่สามารถสร้างความมั่นใจให้พวกเขาได้ว่าจะคุ้มครองความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ได้มากพอ เมื่อ tech brand บางบริษัทหละหลวมหรือมีไม่มากพอที่จะดูแลยูสเซอร์ตัวเอง การรับผิดชอบตัวเองจึงเป็นสิ่งจำเป็น เช่น SWIPECrypto (SWIPE)  ระบบโครงข่ายในการเก็บบัญชีธุรกรรมออนไลน์ที่มอบ Ethereum tokens ทำหน้าที่เสมือนของตอบแทนให้กับลูกค้าทุกคนที่แชร์ข้อมูลส่วนตัวหรือบันทึกพฤติกรรมในการเข้าใช้บริการในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ข้อมูลทุกประเภทจะถูกรักษาความปลอดภัยในรูปแบบ Encryption ปัจจุบันดำเนินการอยู่ในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์

อ้างอิง: https://premium.trendwatching.com/regional-trends/asia/

IDG ยินดีให้คำปรึกษา พร้อมให้บริการยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแบบครบวงจร ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก

crossmenuchevron-down
Intellectual Design Group (IDG) Co., Ltd uses cookies to monitor the performance of this website and improve user experience To find out more about cookies, what they are and how we use them, please see our privacy notice, which also provides information on how to delete cookies from your hard drive.
Accept
Privacy Policy