ให้คู่แข่งใช้สิทธิบัตรแบบฟรีๆ
สร้างกระแส หรือ กลยุทธ์ธุรกิจ

All Our Patent Are Belong To You 

- Elon Musk, CEO of Tesla -

เท่าที่ผมได้เช็คข้อมูลล่าสุดของ Tesla, Inc. รวมไปถึงบริษัทในเครือ เช่น Solar City Corp. ของ CEO คนเก่ง Elon Musk มีอยู่ประมาณ 2,067 งานประดิษฐ์ (Patent Family) ที่มีการยื่นเป็นคำขอรับจดสิทธิบัตรเข้าไป ซึ่งมีการยื่นจดอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2016 ก็มีการยื่นเข้าไปกว่า 76 งานด้วยกัน (ตามกราฟด้านล้าง) ที่ผมแปลกใจมากๆ และผมเชื่อว่าคนที่อยู่ในวงการทรัพย์สินทางปัญญาจะรู้ดีว่า เมื่อปี 2014 เขาเองเคยได้ประกาศกับสื่อต่างๆ รวมถึงลงบทความบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทเมื่อปี 2014 ว่า “สิทธิบัตรทั้งหมดของเราเป็นของคุณ” ซึ่งหมายความว่าใครๆ ก็สามารถเอาสิทธิบัตรของ Tesla ไปใช้ได้แบบฟรีๆ ที่แปลกก็คือถ้าเปิดให้บริษัทอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งนำสิทธิบัตรไปใช้ประโยชน์ได้ ทำไม Tesla ยังพยายามยื่นจดสิทธิบัตรอยู่ ทั้งที่เขาเองก็มีทัศนคติเชิงลบเกี่ยวกับระบบการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา ว่าสิทธิบัตรจะทำให้ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมถดถอยลง มีไว้เพื่อปกป้องบริษัทนายทุนกลุ่มใหญ่เท่านั้น หรือเพื่อให้พวกสำนักกฎหมายรวยขึ้นเรื่อยๆ จากค่าจดทะเบียน ฟ้องคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ

หลายๆ คน โดยเฉพาะพวกที่เห็นด้วยกับแนวคิดดังกล่าวก็ออกมาบอกว่า ดูสิ ขนาด Elon Musk ยังไม่เห็นด้วยกับระบบสิทธิบัตร งั้นเราก็ไม่ต้องไปจดให้เสียเงิน เสียเวลา แม้กระทั้ง Bill Gates ก็ยังเคยกล่าวว่า “ทรัพย์สินทางปัญญามีอายุการเก็บรักษาเท่ากับกล้วยบนหิ้ง” … จริงครับที่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เปลี่ยนไปรวดเร็วมาก บางทีคิดอะไรขึ้นมาได้แล้วพรุ่งนี้ไปจดสิทธิบัตร แค่ผ่านไปไม่กี่เดือน ก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาแข่งกับเราแล้ว แต่เท่าที่ผมได้อ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติม กลับกลายเป็นว่า Elon Musk ใช้กลยุทธ์ในการปล่อยให้ผู้อื่นใช้ประโยชน์จากสิทธิบัตรของเขา เป็นวิธีในการทำให้เทคโนโลยีที่ Tesla มีถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อให้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ (New Standard) หรือบรรทัดฐานใหม่ (New Norm) ในอุตสาหกรรมยานยนต์โลก กลยุทธ์นี้คือ Open Source Model ที่มีการใช้อยู่แล้วในอุตสาหกรรมดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นระบบ Android ซึ่งเป็นระบบปฎิบัติการที่ใช้ในโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ค ในยี่ห้อที่พวกคุณรู้จักกันดีเช่น Samsung, LG หรือ HTC หรือระบบ CMS ที่ใช้เป็นโครงสร้างในการสร้างเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นสำเร็จรูป เช่น WordPress, Joomla และ Drupal เป็นต้น

ที่มา: http://sachteq.com

ที่ผมเข้าใจว่า Elon Musk กำลังใช้กลยุทธ์ Open Source อยู่ เนื่องจากเขาเคยให้สัมภาษณ์กับ Forbes ในปี 2014 ว่าโครงการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (Electrical Car Programs) ในโลกนี้ยังมีน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ และยอดขายจากรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่แบบชาร์จเพียงอย่างเดียว ยังมีอยู่เพียง 1% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมดของโลก [1] ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทำให้เขาไม่สามารถขยายกำลังการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของเขาให้เพียงพอต่อความของตลาดได้ ซึ่งในปี 2015 อีกแหล่งข่าวหนึ่งชื่อ Electrek [2] ได้เขียนออกมาว่ามีบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มที่จะเข้ามาแกะสิทธิบัตรที่ Tesla เปิดให้ใช้ฟรี โดย Elon เองก็หวังว่าการใช้สิทธิบัตรดังกล่าวจะเริ่มทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่นั้นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ในการใช้สิทธิบัตรของ Tesla นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะทำได้โดยไม่มีข้อแม้ เพราะมีการระบุถึงขอบเขตหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการใช้สิทธิบัตร หรือเรียกว่า Tesla’s Patent Pledge ดังนี้

  • ผู้ใช้สิทธิบัตรของเราจะต้องไม่ไปฟ้องบุคคลอื่น ที่ซึ่ง ใช้เทคโนโลยีเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้าอันเป็นสิทธิบัตรของ Tesla ถ้าบุคคลนั้นมีการใช้ด้วยความสุจริต หรือ In Good Faith;
  • ต้องไม่อ้างสิทธิ แสดงสิทธิ ช่วยผู้อื่นแสดงสิทธิ หรือให้เงินเพื่อแสดงสิทธิในสิทธิบัตรต่างๆอันเป็นของ Tesla หรือบังคับใช้สิทธิดังกล่าวกับบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีตามสิทธิบัตรของ Tesla;
  • คัดค้าน ช่วยผู้อื่นคัดค้าน หรือให้เงินเพื่อคัดค้านสิทธิบัตรของ Tesla;
  • ทำตลาดหรือขายสินค้าลอกเลียนแบบรถยนต์ Tesla เช่น การลอกเลียนแบบดีไซน์ของรถยนต์ หรือที่สัมพันธ์กับ หรือได้รับการสนับสนุนโดย Tesla รวมถึงการช่วยผู้อื่นผลิตทำตลาด หรือขายสินค้าที่ลอกเลียนแบบของ Tesla;

ลักษณะการวางกลยุทธ์ Open Source ของ Tesla อาจจะทำให้บริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่มีพอร์ทสิทธิบัตรใหญ่ไม่กล้าเข้ามาเล่นด้วย แต่ผมเชื่อว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายเล็ก เช่น โรงงานผลิตอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์ขนาดเล็ก โรงงานผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้า หน่วยงานวิจัยด้านรถยนต์และแบตเตอรี่ไฟฟ้า หรือพวกโรงงานขนาดใหญ่ที่ผลิตอะไหล่หรืออุปกรณ์ต่างๆ ในลักษณะ OEM ให้บริษัทแบรนด์ยานยนต์เจ้าใหญ่ สนใจที่จะร่วมงานกับ Tesla มากขึ้น และกลายเป็นซัพพลายเออร์หรือหน่วยงานวิจัยพัฒนาให้แก่ Tesla ในที่สุด เพราะน้อยรายที่จะกล้าสร้างแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแข่งกับแบรนด์ Tesla ซึ่งถูกจัดให้เป็นแบรนด์ที่มีคะแนนด้านนวัตกรรมสูงที่สุดในสหรัฐอเมริกาในปี 2017 ตามรูปที่ได้จาก BrandZTM

วีระเวช อรธนาลัย (กาย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทลเล็คชวล ดีไซน์ กรุ๊ป จำกัด

..

แบ่งปันความรู้นี้Share on Facebook
Facebook
139Tweet about this on Twitter
Twitter
Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Share on Tumblr
Tumblr
0Share on LinkedIn
Linkedin
Email this to someone
email