ปกป้องนวัตกรรมของคุณในระดับสากล​ จดทะเบียนสิทธิบัตรทั่วโลก

บริการจดสิทธิบัตรต่างประเทศ ทั่วโลกแบบครบวงจร โดยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรต่างประเทศโดยเฉพาะ

บริการจดสิทธิบัตรต่างประเทศ

บริการจดสิทธิบัตรต่างประเทศ

ครบทุกเส้นทาง แนะนำให้เหมาะกับคุณ

PCT

ยื่นครั้งเดียว เปิดประตูสู่กว่า 150 ประเทศ ประหยัดเวลาและต้นทุนในการตัดสินใจ

Direct Filing

เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีตลาดเป้าหมายชัดเจน เราดูแลทุกขั้นตอนตั้งแต่ยื่นจนได้รับสิทธิบัตร

Regional Route

ใช้สิทธิ์ Priority Date จากการยื่นครั้งแรก ภายใน 12 เดือน ปกป้องวันยื่นของคุณในทุกประเทศเป้าหมาย

จดแบบไหนดี?

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อวางแผนกลยุทธ์การจดสิทธิบัตรที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
2930

เราให้บริการสืบค้น จัดทำรายงานผลการสืบค้น ร่างคำขอรับสิทธิบัตรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ

พร้อมดำเนินการด้านสิทธิบัตรการประดิษฐ์ อนุสิทธิบัตรและสิทธิบัตรการออกแบบผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศทั่วโลกอย่างครบวงจร

สิทธิบัตรมีขอบเขตความคุ้มครองเฉพาะในประเทศที่ผู้ขอได้ยื่นขอรับความคุ้มครองไว้เท่านั้น และการพิจารณารับจดทะเบียนสิทธิบัตรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้ตรวจสอบ ซึ่งการประดิษฐ์เองก็ต้องสอดคล้องกับกฎหมายของประเทศนั้น ๆ ด้วย

คำขอรับสิทธิบัตรระหว่างประเทศ (PCT) ขั้นตอน International Phase ไม่ใช่ระบบรับจดทะเบียนสิทธิบัตร หากผู้ขอประสงค์ให้การประดิษฐ์ได้รับความคุ้มครองสิทธิบัตรในประเทศใด จะต้องดำเนินการในขั้นตอนระดับประเทศต่อไปด้วย

Why Choose Us

ให้บริการด้วยความเป็นกันเอง
โดยมืออาชีพด้านสิทธิบัตร​

เราได้รับความไว้วางใจ ให้ดูแลงานสิทธิบัตรให้กับลูกค้าทั้งหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย เอกชนตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึง มหาชนระดับประเทศมากมาย รวมถึงให้บริการแก่องค์กรใหญ่จากต่างประเทศอีกด้วย

เรายังมีพาร์ทเนอร์จากหลากหลายประเทศทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถดูแลสิทธิบัตรของท่านได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง

มากประสบการณ์

ทีมงานของเราประกอบด้วยทีมตัวแทนสิทธิบัตร และ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรประสบการณ์ตรง ยาวนานถึง 15 ปี

เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

เรามีทีมงานตัวแทนสิทธิบัตรที่เข้าใจนวัตกรรมของคุณได้อย่างแท้จริง ทั้งด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์หลากหลายสาขา

วิเคราะห์แม่นยำ

เรามีเครื่องมือวิเคราะห์เทคโนโลยีสิทธิบัตรและนวัตกรรมจากทั่วโลกได้อย่างแม่นยำ พร้อมสามารถให้คำแนะนำแน้วโน้มในการนำไปต่อยอดเชิงธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยืดหยุ่น และจริงใจ

เราได้รับความไว้วางใจ ให้ดูแลงานสิทธิบัตรให้กับลูกค้าทั้งหน่วยงานรัฐ มหาวิทยาลัย เอกชนตั้งแต่ระดับ SME ไปจนถึง มหาชน สื่อสารตรงไปตรงมา ไม่มีเก็บเพิ่มทีหลัง

สิทธิบัตร มืออาชีพ

จดสิทธิบัตรต่างประเทศมี 3 ระบบ

route 1

ระบบ PCT (PCT Route)

สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก ลดภาระ ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ต้องการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศซึ่งในปัจจุบันนั้น มีประเทศเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

ระบบ PCT จะมีค่าใช้จ่ายและใช้ระยะเวลามากกว่าระบบยื่นตรง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ (ISA) ซึ่งผลการตรวจค้นระหว่างประเทศ มีข้อดีดังนี้

  1. ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะมีระยะเวลาในการพิจารณาประเทศที่ต้องการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรมากขึ้น
  2. ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะได้รับผลการตรวจค้นระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรระดับประเทศ

นอกจากนี้ การประดิษฐ์ที่ได้รับการตรวจสอบโดยองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศจะได้รับการเผยแพร่ลงในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระดับโลกด้วย

ขั้นตอนการดำเนินการผ่านระบบ PCT
  1. ขั้นตอนระหว่างประเทศ (International Phase) มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ระเบียบขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เช่น การยื่นคำขอระหว่างประเทศ การสืบค้บจากองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ และการประกาศโฆษณาลงในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระดับโลก
  2. ขั้นตอนระดับประเทศ (National Phaseเป็นการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาระดับประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศจะมีกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในที่แตกต่างกัน อาจใช้เวลาในการรับจดสิทธิบัตรประมาณ 2 – 5 ปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาประเทศนั้น ๆ
  • เหมาะสำหรับผู้ขอที่ไม่สามารถดำเนินการขอรับความคุ้มครองในประเทศที่ต้องการภายใน  12 เดือน นับแต่วันที่ยื่นคำขอแรก
  • คำขอช่วยให้ผู้ขอมีเวลาในการพิจารณาประเทศที่ต้องการขอรับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 30 เดือน นับแต่วันที่ยื่นคำขอแรก
  • จะได้รับการประเมินโดยหน่วยงานตรวจสอบระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยให้ผู้ขอทราบคุณภาพงานก่อนการขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศ
easy way 1

ระบบการยื่นตรง (Direct Route)

ชื่ออย่างเป็นทางการคือระบบ Paris Convention ซึ่งจะเป็นการยื่นคำขอรับสิทธิบัตรไปยังสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศที่ผู้ขอรับสิทธิบัตรต้องการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรโดยตรง 

มีข้อดีตรงที่มีความประหยัดมากกว่าทั้งในแง่ของค่าใช้จ่ายและระยะเวลา เนื่องจากเป็นการดำเนินการต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศนั้น ๆ โดยตรง   การยื่นตรงนั้นผู้ขอรับสิทธิบัตรจะต้องทำการยื่นออกนอกประเทศภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ยื่นคำขอครั้งแรก เพื่อที่จะได้เข้าเงื่อนไขในการขอถือสิทธิย้อนหลังไปยังคำขอรับสิทธิบัตรที่เคยยื่นไว้ครั้งแรก

นอกจากนี้ หากผู้ขอรับสิทธิบัตรไม่สามารถดำเนินการภายใน 12 เดือน งานดังกล่าวก็มีโอกาสจะถูกตีตรา “ไม่มีความใหม่” โดยผู้ตรวจสอบ และไม่ได้รับจดในประเทศนั้น ๆ เลยก็เป็นได้

  • เหมาะสำหรับผู้ขอที่สามารถดำเนินการขอรับความคุ้มครองในประเทศที่ต้องการ ภายใน 12 เดือยนับแต่วันที่ยื่นคำขอแรก
earth globe

การยื่นขอรับสิทธิบัตรตามภูมิภาค (Regional Route)

เป็นการยื่นขอรับสิทธิบัตรต่อสำนักงานสิทธิบัตรแห่งภูมิภาค โดยให้ถือว่าคำขอรับสิทธิบัตรนั้นมีผลต่อทุกประเทศที่เป็นสมาชิก ดังนี้

  • องค์การสิทธิบัตรยุโรป (EPO)
  • องค์การทรัพย์สินทางปัญญาภูมิภาคแอฟริกา (ARIPO:African Regional Intellectual Property Organization)
  • องค์การทรัพย์สินทางปัญญาแอฟริกา (OAPI: African Intellectual Property Organization)
  • องค์การสิทธิบัตรยูเรเซีย (EAPO: Eurasian Patent Organization)
route 1

ระบบ PCT (PCT Route)

สนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร (Patent Cooperation Treaty) เป็นสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ทำขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวก ลดภาระ ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ขอรับสิทธิบัตรที่ต้องการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรในหลาย ๆ ประเทศซึ่งในปัจจุบันนั้น มีประเทศเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

ระบบ PCT จะมีค่าใช้จ่ายและใช้ระยะเวลามากกว่าระบบยื่นตรง เนื่องจากต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบโดยองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ (ISA) ซึ่งผลการตรวจค้นระหว่างประเทศ 

  1. ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะมีระยะเวลาในการพิจารณาประเทศที่ต้องการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรมากขึ้น
  2. ผู้ขอรับสิทธิบัตรจะได้รับผลการตรวจค้นระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยพิจารณาความเป็นไปได้ในการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรระดับประเทศ

นอกจากนี้ การประดิษฐ์ที่ได้รับการตรวจสอบโดยองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศจะได้รับการเผยแพร่ลงในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระดับโลกด้วย

ขั้นตอนการดำเนินการผ่านระบบ PCT
  1. ขั้นตอนระหว่างประเทศ (International Phase) มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินการต่าง ๆ ภายใต้ระเบียบขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) เช่น การยื่นคำขอระหว่างประเทศ การสืบค้บจากองค์กรตรวจค้นระหว่างประเทศ และการประกาศโฆษณาลงในฐานข้อมูลสิทธิบัตรระดับโลก
  2. ขั้นตอนระดับประเทศ (National Phaseเป็นการยื่นขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรต่อสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาระดับประเทศ ซึ่งแต่ละประเทศจะมีกฎระเบียบต่าง ๆ ภายในที่แตกต่างกัน อาจใช้เวลาในการรับจดสิทธิบัตรประมาณ 2 – 5 ปี ขึ้นอยู่กับนโยบายของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาประเทศนั้น ๆ
  • เหมาะสำหรับผู้ขอที่ไม่สามารถดำเนินการขอรับความคุ้มครองในประเทศที่ต้องการภายใน  12 เดือน นับแต่วันที่ยื่นคำขอแรก
  • คำขอช่วยให้ผู้ขอมีเวลาในการพิจารณาประเทศที่ต้องการขอรับความคุ้มครองเพิ่มขึ้นเป็น 30 เดือน นับแต่วันที่ยื่นคำขอแรก
  • จะได้รับการประเมินโดยหน่วยงานตรวจสอบระหว่างประเทศ ซึ่งช่วยให้ผู้ขอทราบคุณภาพงานก่อนการขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศ

ขอรับคำปรึกษาทีมสิทธิบัตร

เราพร้อมดูแลคุณทุกเวลา กรอกแบบฟอร์มถึงเราได้เลย

หรือพูดคุยทันทีผ่าน Line Official Account : @idgthailand @idgthailand 

FAQ

      ในกรณีต้องการใช้ประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์ของตนเองในหลาย ๆ ประเทศ โดยปกติแล้วสิทธิบัตรมีขอบเขตความคุ้มครองเฉพาะในประเทศที่ผู้ขอได้ยื่นขอรับความคุ้มครองไว้เท่านั้น

ทั้งสองแบบมีข้อดีและข้อเสียต่างกัน เราควรพิจารณาเลือกตามความเหมาะสม และความสะดวก เราสามารถขอรับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิบัตรโดยตรง

ระบบ PCT ไม่ได้เป็นระบบรับจดสิทธิบัตร แต่เป็นเพียงกลไกในการอำนวยความสะดวกในการขอรับความคุ้มครองในแต่ละประเทศเท่านั้น เนื่องจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาในแต่ละประเทศ ก็จะมีกฎระเบียบที่แตกต่างการในการพิจารณารับจดทะเบียนสิทธิบัตร

สำหรับคำขอจากประเทศไทย เราจะสามารถเลือกองค์การตรวจค้นได้ภายใน 7 หน่วยงานที่กรมทรัพย์สินทางปัญญากำหนด ได้แก่ สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาจีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

องค์การตรวจค้นในแต่ละประเทศจะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกัน ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถเลือกองค์กรที่เหมาะสมกับงบประมาณของตนเองได้ แต่ถ้าหากไม่ได้พิจารณาในประเด็นงบประมาณเป็นหลัก การเลือกองค์การตรวจค้นเป็นหน่วยงานในประเทศเดียวกับที่เราจะเข้าไปจดสิทธิบัตร จะมีแนวโน้มที่จะใช้เวลาในการรับจดสิทธิบัตรเร็วมากขึ้น นอกจากนั้น สามารถที่จะนำผลการตรวจสอบของสิทธิบัตรที่ได้รับจดทะเบียนแล้วไปอ้างอิงเพื่อเร่งการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรในประเทศอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ในบางประเทศ

ไม่จำเป็น ผู้ขอรับสิทธิบัตรสามารถยื่นขอ PCT ในขั้นตอนระหว่างประเทศก่อน จากนั้นจึงค่อยยื่นเข้าประเทศไทยผ่านขั้นตอนภายในประเทศก็ได้ หรือหากผู้ขอรับความคุ้มครองพิจารณาแล้วว่าประเทศไทยไม่ได้อยู่ในเป้าหมายหลักในการทำตลาด ก็สามารถยื่นเข้าผ่านขั้นตอนภายในประเทศเฉพาะประเทศที่ต้องการได้

ผู้ขอสามารถยื่นได้ด้วยตนเองที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือผ่านระบบ ePCT แต่เนื่องจากการยื่นคำขอผ่านระบบ PCT นั้น จะมีระเบียบต่าง ๆ ที่ค่อนข้างเฉพาะ การยื่นผ่านตัวแทนสิทธิบัตรนั้นจึงเป็นที่นิยมสำหรับบริษัท ผู้ประกอบการ รวมถึงนักประดิษฐ์ ที่ต้องการความมั่นใจในความถูกต้องของเอกสารด้านสิทธิบัตรเพื่อลดโอกาสที่จะได้รับคำสั่งให้แก้ไข ซึ่งเป็นการเสียเวลาและนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยตัวแทนจะเป็นผู้ช่วยดำเนินการจัดเตรียมเอกสารให้สอดคล้องกับข้อกำหนด  ประสานงานด้านการแปลภาษาให้เป็นไปตามรูปแบบของสิทธิบัตร ติดตามคำขอ รวมถึงให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกทั้งในขั้นตอนระหว่างประเทศ และขั้นตอนในประเทศอีกด้วย